Hwang Hana

ฮวังฮานา (Hwang Hana) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะหลานสาวผู้ก่อตั้ง Namyang Dairy Products ออกมาเปิดเผยว่า เธอเพิ่งให้กำเนิดบุตรที่ประเทศกัมพูชา และตัดสินใจเดินทางกลับเกาหลีใต้ด้วยตัวเอง เพื่อรับผิดชอบต่อลูก

ตามรายงานของ SBS 8 News เมื่อวันที่ 26 ระบุว่า ฮวังฮานา ซึ่งเคยหลบหนีไปต่างประเทศระหว่างถูกสอบสวนคดียาเสพติด ได้ชี้แจงว่า

“ฉันตัดสินใจกลับเกาหลี เพราะต้องการรับผิดชอบต่อลูกที่เกิดในกัมพูชา”

ในวันเดียวกัน ระหว่างการพิจารณาหมายจับ ฮวังฮานายืนยันความบริสุทธิ์ของตน โดยกล่าวว่า

“ฉันไม่ได้เสพยาบ้า และไม่เคยฉีดยาให้คนรู้จักด้วย”

พร้อมย้ำว่า การกลับประเทศครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจจะดูแลลูกอย่างจริงจัง

รายงานยังระบุว่า เด็กและบิดาของเด็กได้เดินทางกลับเกาหลีพร้อมกับฮวังฮานาด้วย

ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม มีรายงานข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ โดยสื่อระบุว่า ฮวังฮานาอาศัยอยู่ในคอมเพล็กซ์หรูย่านที่ชาวจีนพำนักในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และคนใกล้ชิดเผยว่าเธอเคยบอกด้วยตนเองว่า “กำลังตั้งครรภ์” และมีครรภ์เห็นได้ชัด

แฟนหนุ่มของฮวังฮานา ซึ่งใช้นามสกุลคิม มีอาชีพหลักด้านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) และมีส่วนช่วยเหลือเธอในการย้ายที่พักจากกรุงเทพฯ ไปกัมพูชา

สำหรับคดีล่าสุด ฮวังฮานาถูกกล่าวหาว่าในเดือนกรกฎาคม ปี 2023 ได้ใช้เข็มฉีดยาเสพยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ร่วมกับคนรู้จักอีก 2 ราย ในย่านกังนัม กรุงโซล ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศไปยังประเทศไทยในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน

เมื่อไม่สามารถติดตามตัวได้ ตำรวจจึงขอให้อินเตอร์โพลออกหมายสีน้ำเงิน (Blue Notice) เพื่อระบุตำแหน่ง และดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางในเดือนพฤษภาคมปีถัดมา หลังจากนั้นมีรายงานว่าเธอลักลอบเข้าไปพำนักในกัมพูชาด้วยวิธีทีไม่มีข้อมูลชัดเจน

ต่อมา ทนายความของฮวังฮานาได้แจ้งความประสงค์เข้ามอบตัว ตำรวจเกาหลีจึงเดินทางไปยังกัมพูชา และดำเนินการบังคับใช้หมายจับบนเครื่องบินสัญชาติเกาหลี ณ สนามบินนานาชาติพนมเปญ ก่อนควบคุมตัวกลับประเทศ

เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะสอบสวนรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการได้มาของยาเสพติด วิธีการเสพ และตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายอื่นใดระหว่างพำนักอยู่ต่างประเทศหรือไม่

ฮวังฮานา เคยเป็นที่สนใจของสังคมเมื่อในอดีต จากการเป็นอดีตคู่หมั้นของนักร้อง–นักแสดง พัคยูชอน (Park Yoo Chun)

ในปี 2019 เธอถูกตัดสินว่ามีความผิดร่วมกับพัคยูชอนในคดียาเสพติด ได้รับโทษจำคุก 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี และในปี 2020 ถูกดำเนินคดีซ้ำในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมยาเสพติด ได้รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน

ที่มา (1)