Zhao Lusi

นักแสดงสาวชาวจีน จ้าว ลู่ซือ ผู้ซึ่งเคยถูกวิจารณ์ว่าแย่งซีนพระเอกจนกลายเป็นจุดเด่นของทุกเรื่อง บัดนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอคือ “ผู้ช่วยผลักดัน” ตัวจริง ไม่เพียงแต่สำหรับตัวเอง แต่ยังรวมถึงนักแสดงที่ร่วมงานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิลเลียม ชาน (William Chan) 

จ้าว ลู่ซือ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานซีรีส์ Love Like the Galaxy เคยถูกเปรียบเทียบกับนักแสดงสาว อวี๋ซูซิน (Esther Yu) ว่า “ใครนำโชคให้คู่แสดงมากกว่ากัน” นักวิจารณ์บางคนมองว่าเจ้ามักจะโดดเด่นเกินไปจนทำให้พระเอกที่ร่วมแสดงดูจืดชืด แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว

การจับคู่ครั้งล่าสุดของเธอกับ วิลเลียม ชาน ซึ่งมีอายุห่างกันถึง 13 ปี กลับกลายเป็นความสำเร็จที่เหนือความคาดหมาย แม้ตอนแรกจะมีเสียงวิจารณ์ว่า วิลเลียม ชาน “หมดยุค” และเป็นเพียงพระรองของจ้าว ลู่ซือ แต่ทั้งคู่ก็พิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น ความเข้ากันได้อย่างลงตัวและความสำเร็จของซีรีส์ทำให้ทั้งสองต่างได้รับผลดี โดยเฉพาะวิลเลียม ชาน

ตามรายงานของเว็บไซต์ 163.com ความสำเร็จของซีรีส์เรื่องนี้ส่งผลให้วิลเลียม ชาน กลับมาติดอันดับนักแสดงชายที่มีค่าตัวสูงที่สุดในวงการซีรีส์จีน โดยปัจจุบันเขาได้รับค่าตัวถึง 8 ล้านหยวน (ประมาณ 40 ล้านบาท) ต่อเรื่อง แถมฐานแฟนคลับของเขายังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย จนแซงหน้าดาราดังอย่าง เซียวจ้าน (Xiao Zhan) และดีแลน หวัง (Dylan Wang) บนแพลตฟอร์มอย่าง Weibo

ปัจจุบัน วิลเลียม ชาน มียอดผู้ติดตามกว่า 40 ล้านคน และกลับมาเป็นดาราที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงอีกครั้ง ได้รับข้อเสนอแสดงจากหลายโปรเจกต์ พร้อมสลัดภาพ “พระเอกสูงวัยที่ไม่เหมาะกับนางเอกเด็ก” ไปอย่างสิ้นเชิง

นอกจอ วิลเลียม ชาน ยังเป็นที่พูดถึงอย่างมากหลังออกมายืนยันว่าเขามีบุตรกับนางแบบชื่อดังระดับโลกและอดีตนางฟ้า Victoria’s Secret อย่าง ซุ่ย เหอ (Sui He) ข่าวดังกล่าวสร้างทั้งความชื่นชมและความรู้สึกเศร้านิด ๆ ให้กับแฟน ๆ ที่ยังคงเชียร์ให้เขาคู่กับเจ้า ลู่ซือ

ด้าน เจ้าลู่ซือเองก็มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตส่วนตัวเช่นกัน หลังจากเธอลบบัญชี Weibo ที่มีผู้ติดตามกว่า 31 ล้านคน ซึ่งเคยเป็นแหล่งข่าวลือไม่หยุด ตอนนี้เธอกลับมาได้รับความนิยมในแง่บวกอีกครั้ง โดยมียอดผู้ติดตามใน TikTok (Douyin) มากกว่า 51 ล้านคน แซงหน้าดาราระดับแถวหน้าอย่าง ตีลี่เร่อปา (Dilraba Dilmurat) ไปแล้ว

การร่วมงานของจ้าว ลู่ซือ และวิลเลียม ชาน ไม่เพียงแต่สร้างผลงานที่ประสบความสำเร็จทั้งเชิงพาณิชย์และคำวิจารณ์เท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับอาชีพของกันและกันอย่างเห็นได้ชัด พิสูจน์ให้เห็นว่า “เคมีที่เข้ากัน” สามารถเป็นพลังที่ผลักดันความสำเร็จของทั้งสองฝ่ายได้อย่างแท้จริง

ที่มา kenh14