ฮายอง (Ha Young) นักแสดงสาว เปิดเผยเรื่องราวการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต หลังเลือกพักเส้นทางการเรียนศิลปะระดับปริญญาโทที่นิวยอร์ก แล้วหันมาเดินหน้าตามความฝันด้านการแสดงอย่างเต็มตัว
ในรายการ “Problem Child in House” ทางช่อง KBS 2TV ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ฮายองและ จองแฮอิน (Jung Hae In) นักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง “This Messy Love” มาร่วมพูดคุยถึงชีวิตและผลงานของพวกเขา
ฮายองเผยว่า เธอเรียนด้านศิลปะมาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย โดยจบการศึกษาจาก ภาควิชาจิตรกรรมตะวันตก มหาวิทยาลัยอีฮวา ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อด้านศิลปะที่ School of Visual Arts (SVA) หนึ่งในสถาบันศิลปะชื่อดังของนิวยอร์ก
แต่ในระหว่างเรียนปริญญาโท เธอกลับเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากทำอะไรในชีวิต
“เดิมทีฉันก็ชอบดูหนังและชอบเขียนอยู่แล้ว พอดูไปเรื่อย ๆ ก็คิดว่าอยากทำงานในสายนี้ ตอนเรียนปริญญาโท ฉันคิดว่า ‘ถ้าจะลอง ก็ควรลองก่อนที่จะสายเกินไป’”
เมื่ออายุ 25 ปี ฮายองจึงเริ่มเข้าเรียนการแสดง และพบว่าตัวเองรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความรู้สึกบางอย่างออกมา
เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพโดยแทบไม่ลังเล และเลือกเดินหน้าสู่การเป็นนักแสดงทันที
แต่การตัดสินใจครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเธอใช้เวลาหลายปีในเส้นทางศิลปะ และกำลังเรียนอยู่ในหลักสูตรปริญญาโทที่นิวยอร์ก
ฮายองเล่าว่า พ่อแม่ของเธอเคยแนะนำว่า
“ที่บ้านบอกว่า อย่างน้อยก็เรียนปริญญาโทให้จบก่อน เพราะถ้าจบแล้ว อย่างน้อยก็สามารถไปสอนหรือทำงานที่สถาบันกวดวิชาเพื่อหาเลี้ยงตัวเองได้”
แต่ฮายองตอบกลับไปว่า
“ฉันไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่วันเดียวแล้ว”
เธอจึงเลือกเดินตามความฝันทันที และไม่ได้กลับไปเรียนต่อจนกระทั่งถูกตัดชื่อออกจากหลักสูตรในที่สุด
ฮายองอธิบายว่า หลักสูตรปริญญาโทเป็นหลักสูตร 2 ปี แต่เธอเรียนไปเพียง 1 ปี และเมื่อไม่ได้กลับไปลงทะเบียนเรียนต่อ ก็ถูกตัดชื่อออกจากมหาวิทยาลัยอย่างสมบูรณ์
เรื่องนี้ทำให้พิธีกรอย่าง คิมซุก (Kim Sook) ถึงกับเสียดายแทน โดยบอกว่าเมื่ออายุมากขึ้นก็เข้าใจความรู้สึกของแม่มากขึ้น เพราะเหลืออีกเพียงปีเดียวก็จะเรียนจบแล้ว
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ของฮายองในปัจจุบันกลับสนับสนุนและภูมิใจในตัวลูกสาวอย่างมาก หลังได้เห็นเธอประสบความสำเร็จในเส้นทางนักแสดง
นอกจากเรื่องการเปลี่ยนสายอาชีพแล้ว ฮายองยังเผยอีกมุมที่ทำให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ เพราะเธอเป็นนักเรียนที่เรียนเก่งมาตั้งแต่สมัยเรียน
เธอบอกว่า
“ฉันค่อนข้างชอบเรียนค่ะ มีวิชาที่ชอบอยู่หลายวิชา ก็เลยตั้งใจเรียนมาก”
ฮายองเผยว่า เธอเคยทำคะแนนได้ประมาณ อันดับ 1–2 ของห้อง และยังเคยพยายามอย่างหนักเพื่อให้ติด ท็อป 10 ของทั้งโรงเรียน อีกด้วย 📚✨
เรียกได้ว่าเธอมีทั้งความสามารถด้านศิลปะ ผลการเรียนโดดเด่น และสุดท้ายยังกล้าทิ้งเส้นทางเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่ในวงการบันเทิง
ปัจจุบันฮายองมีผลงาน Netflix หลายเรื่อง ทั้ง “The Trauma Code: Heroes on Call” และ “I Am a Teacher” จนได้รับฉายาว่า “ลูกสาวของ Netflix” 🎬❤️
เรื่องราวของเธอจึงเป็นอีกตัวอย่างของการกล้าที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง แม้จะต้องทิ้งสิ่งที่ใช้เวลาหลายปีสร้างขึ้นมาก็ตาม
