ฮเยบิน (Hyebin) อดีตสมาชิก MOMOLAND ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังระบบการเงินของวงการ K-pop พร้อมเล่าความจริงว่า ชีวิตไอดอลที่ดูหรูหราบนหน้าจอ อาจไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะมีรายได้มหาศาลอย่างที่หลายคนคิด
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ฮเยบินเผยแพร่วิดีโอชื่อ “Why Idols Don’t Make Money” (ทำไมไอดอลถึงไม่ได้เงิน)** ผ่านช่อง YouTube ของเธอ โดยพูดถึงความจริงด้านรายได้ของอาชีพไอดอลอย่างตรงไปตรงมา
“ฉันเป็นไอดอลมานานกว่า 10 ปีแล้วค่ะ หลายคนสงสัยว่าไอดอลได้เงินกันเท่าไหร่”
ก่อนจะกล่าวว่า
“หลายคนคิดว่าไอดอลหาเงินได้เยอะ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นค่ะ”
ฮเยบินเริ่มอธิบายถึงระบบ “หนี้เด็กฝึก” ที่เป็นประเด็นพูดถึงกันมานาน หลายคนอาจเข้าใจว่าชีวิตเด็กฝึกได้รับการสนับสนุนจากต้นสังกัดแบบฟรีทั้งหมด แต่เธอบอกว่า หากไม่ได้อยู่กับค่ายยักษ์ใหญ่ระดับ Big 4 ความจริงอาจแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“ตอนเป็นเด็กฝึก บริษัทจะคิดค่าเรียน ค่าอาหาร ค่าที่พัก หรือแม้แต่ค่าเช่าห้องซ้อม พูดง่ายๆ มันคือระบบ ‘ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง’ เพราะฉะนั้น พอคุณเดบิวต์ คุณอาจมีหนี้กับบริษัทหลายร้อยล้านวอนแล้วค่ะ”
เธอย้ำว่า
“หลายคนคิดว่าพอเดบิวต์แล้วจะเริ่มหาเงินได้ แต่คุณจะได้เงินก็ต่อเมื่อประสบความสำเร็จเท่านั้น”
ฮเยบินยกประสบการณ์ของ MOMOLAND เป็นตัวอย่าง แม้วงจะสามารถคว้าอันดับ 1 ในรายการเพลงได้หลังเดบิวต์เพียง 2 ปี จากเพลงฮิตอย่าง Bboom Bboom, BAAM และ Thumbs Up แต่ความสำเร็จเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็นรายได้ของสมาชิกในทันที
“ตอนนั้นพวกเราถูกเรียกว่า ‘ปาฏิหาริย์ของไอดอลจากค่ายเล็ก’ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะเริ่มมีรายได้แล้วนะคะ”
จากนั้น ฮเยบินเปิดเผยโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของวงไอดอล
“โดยพื้นฐานแล้ว ไอดอลต้องแบ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นค่าผลิตเพลง ค่ามิวสิกวิดีโอ เงินเดือนผู้จัดการ ค่าน้ำมัน ค่าทำผม และค่าแต่งหน้า”
เธอเผยว่า การถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพียงหนึ่งเพลงอาจใช้งบสูงถึงหลายร้อยล้านวอน
“บริษัทจ่ายครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งจะถูกหารให้สมาชิกในวงรับผิดชอบ”
ด้วยระบบนี้ ฮเยบินบอกว่า ทุกครั้งที่ถ่ายมิวสิกวิดีโอ เธออาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในสัดส่วนของตัวเองสูงถึงหลายสิบล้านวอน
อดีตสมาชิก MOMOLAND ยังเปิดตัวเลขรายได้จากการขึ้นงานเทศกาลและอีเวนต์ ซึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว เงินที่ไอดอลได้รับจริงอาจน้อยกว่าที่หลายคนคาดคิดมาก
“สมมติว่าวงไอดอลได้รับค่าตัวจากงานหนึ่งประมาณ 50 ล้านวอน หรือราว 1.1 ล้านบาท เงินก้อนนี้ต้องแบ่งกับบริษัทก่อน แล้วเงินที่เหลือจึงนำมาแบ่งให้สมาชิกอีกทีค่ะ”
เมื่อหักค่าทำผม ค่าแต่งหน้า ค่าสไตลิ่ง ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ฮเยบินเผยว่า
“สุดท้ายฉันได้รับเงินจริงประมาณ 2 ล้านวอน หรือราว 44,000 บาทต่อหนึ่งงานค่ะ”
แต่เงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้กลายเป็นเงินเก็บของเธอทั้งหมด
“เงินนั้นจะถูกนำกลับไปลงทุนกับมิวสิกวิดีโอตัวต่อไปอีกค่ะ”
ฮเยบินเล่าว่า MOMOLAND ใช้เวลาประมาณ 2 ปีกว่าจะประสบความสำเร็จ และในช่วงเวลาดังกล่าว วงถ่ายทำมิวสิกวิดีโอไปแล้วถึง 4 เพลง
“บริษัทน่าจะลงทุนกับพวกเราไปหลายพันล้านวอนค่ะ”
อย่างไรก็ตาม สมาชิกจะยังไม่ได้รับส่วนแบ่งรายได้ จนกว่าจะชำระเงินลงทุนเหล่านั้นคืนครบทั้งหมด
“พวกเราจะไม่ได้รับเงินส่วนแบ่ง จนกว่าสมาชิกจะชำระเงินลงทุนทั้งหมดคืนเรียบร้อยค่ะ”
ฮเยบินยังเปิดเผยตัวเลขที่สะท้อนถึงการแข่งขันอันดุเดือดในวงการ K-pop ว่า
“ในบรรดาคนทั่วไป มีเพียง 1% แรกเท่านั้นที่ได้เป็นเด็กฝึก จากเด็กฝึกเหล่านั้น มีเพียง 1% ที่ได้เดบิวต์ และในบรรดาคนที่เดบิวต์ มีเพียง 1% เท่านั้นที่สามารถหาเงินได้จริง”
ก่อนจะยอมรับตรงๆ ว่า
“ฉันไม่ใช่หนึ่งใน 1% นั้นค่ะ”
หลัง MOMOLAND ยุติกิจกรรมวงอย่างเป็นทางการในปี 2023 ฮเยบินเผยถึงชีวิตในปัจจุบันว่า
“ตอนนี้ฉันไม่ค่อยมีงานมากนัก เลยทำ YouTube ค่ะ YouTube กลายเป็นงานใหม่ของฉันแล้ว”
ขณะเดียวกัน MOMOLAND ยังได้จัดแฟนมีตติ้งในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยสมาชิกแต่ละคนยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมเดี่ยวควบคู่ไปกับกิจกรรมในนามวง
ที่มา (1)
