RM

อาร์เอ็ม (RM) หัวหน้าวง BTS เปิดใจถึงมุมมองเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ การเติบโตของตัวเอง ชีวิตท่ามกลางชื่อเสียง โซเชียลมีเดีย รวมถึงเบื้องหลังอัลบั้มเดี่ยว Right Place, Wrong Person ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ เบลลา ฟรอยด์ (Bella Freud) ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ

บทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ครอบคลุมหลายประเด็น ตั้งแต่ความสำเร็จระดับโลกของ BTS แรงกดดันจากโซเชียลมีเดีย วิวัฒนาการของบทบาทผู้นำ ตลอดจนหนังสือที่เปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตของเขา

“ผู้นำคือคนที่ลุกไปปิดหน้าต่าง”

เมื่อถูกถามว่า “ความเป็นผู้นำ” สำหรับเขาหมายถึงอะไร RM ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า

“ลองนึกภาพว่าทุกคนนอนสบายอยู่บนโซฟา แต่หน้าต่างเปิดอยู่จนอากาศหนาว มีใครสักคนต้องลุกไปปิดหน้าต่าง แต่ไม่มีใครอยากลุก ผมคิดว่าผู้นำคือคนที่ลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง ถ้าจะต้องมีใครทำ ผมคิดว่าคนนั้นควรเป็นผม”

เขาอธิบายว่า สำหรับเขาแล้ว การเป็นผู้นำคือการรับผิดชอบในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากทำ

——————

จากผู้นำที่เข้มงวด สู่การรับฟังมากขึ้น

RM ย้อนเล่าว่า ช่วง 8-9 ปีแรกหลัง BTS เดบิวต์ในปี 2013 เขาเป็นผู้นำที่ค่อนข้างเข้มงวดและมีความเด็ดขาด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป สมาชิกแต่ละคนต่างเติบโต มีตัวตนและเส้นทางอาชีพของตัวเอง เขาจึงตระหนักว่าวิธีการแบบเดิมไม่เหมาะอีกต่อไป

“ผมเปลี่ยนวิธีการสื่อสาร”

เขาเผยว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกคุ้มค่าที่สุดคือเวลาที่สมาชิกพูดกับเขาว่า

“พวกเรารู้ว่าพี่ทำงานหนักแค่ไหน ขอบคุณจริง ๆ ที่มีพี่เป็นหัวหน้าวง”

RM บอกว่า

“แค่ได้ยินแบบนั้น ความเครียดทั้งหมดก็หายไป นั่นแหละคือความงดงามของการเป็นทีม”

ไม่เคยตั้งเป้าจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

แม้ BTS จะกลายเป็นศิลปินระดับโลก แต่ RM ยอมรับว่า นั่นไม่ใช่เป้าหมายตั้งแต่แรก

เขามองว่า วงการเพลงทำให้คนหมกมุ่นกับอันดับชาร์ต ตัวเลข และอิทธิพลมากเกินไป จึงพยายามรักษาความเชื่อมโยงกับชีวิตจริงและธรรมชาติเอาไว้เสมอ

——————

กังวลกับโลกยุคโซเชียล

RM ยังแสดงความกังวลต่อวัฒนธรรมดิจิทัลที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้น โดยกล่าวว่า

“คลิปสั้นและ Reels ทำให้เรารู้สึกกดดันว่าต้องทำอะไรอยู่ตลอด สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือทุกอย่างมันเร็วเกินไป”

อัลบั้ม Right Place, Wrong Person คือการปลดปล่อยตัวเอง

RM พูดถึงอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 2 Right Place, Wrong Person ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2024 ว่า

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขามักกดดันตัวเองให้ต้องทำทุกอย่างให้ดีอยู่เสมอ ดังนั้นอัลบั้มนี้จึงเป็นเหมือนการปลดปล่อยตัวเองจากความคิดแบบเดิม

“ผมอยากใช้ชีวิตให้สบายขึ้น และปลดปล่อยตัวเองจากความรู้สึกตึงเครียดตลอดเวลา”

ภาพลักษณ์ของอัลบั้มถูกสร้างสรรค์ร่วมกับ หวิง ชยา (Wing Shya) ช่างภาพชื่อดังผู้ร่วมงานกับผู้กำกับระดับตำนาน หว่องกาไว (Wong Kar Wai)

RM อธิบายว่า ชื่ออัลบั้มสะท้อนความรู้สึกที่หลายคนกำลังเผชิญ

“หลายคนคงเคยคิดว่า ‘มีแค่เราหรือเปล่าที่รู้สึกแบบนี้’ หรือ ‘เราเป็นคนที่ไม่เข้าพวกหรือเปล่า’ บางครั้งเรารู้สึกว่าอยู่ถูกที่ แต่เป็นคนผิด หรือเราเป็นคนที่ใช่ แต่กลับอยู่ผิดที่”

เขายังเสริมว่า แม้สมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียจะเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันมากขึ้น แต่ความเหงาและภาวะซึมเศร้ากลับยังคงเกิดขึ้นกับผู้คนจำนวนมาก

——————

หนังสือที่เปลี่ยนชีวิต

RM ซึ่งเป็นคนรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก เล่าว่า พ่อแม่มักพาเขาไปห้องสมุดสาธารณะทุกสัปดาห์

ในบรรดาหนังสือทั้งหมด “Demian” ของ แฮร์มันน์ เฮสเส (Hermann Hesse) คือเล่มที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเขามากที่สุด

เขาเผยว่า หนังสือเล่มนี้ทำให้เข้าใจความหมายของ “ความอิจฉา” เป็นครั้งแรก

“ตอนเด็ก ๆ ผมชอบเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่เก่งทั้งเรียน กีฬา และเป็นที่นิยม หนังสือเล่มนี้ช่วยให้ผมเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้น”

RM บอกว่าเขาอ่าน Demian มาแล้ว 4-5 รอบ และกล่าวว่า

“มันทำให้ผมได้ซึมซับภูมิปัญญาที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้ให้เราอย่างเป็นธรรมชาติ”

บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ RM ในฐานะผู้นำที่ใคร่ครวญกับชีวิตอยู่เสมอ และสะท้อนแนวคิดที่ลึกซึ้ง ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญทั้งในบทบาทหัวหน้าวง BTS และการเป็นศิลปินเดี่ยวของเขา

ที่มา SBS연예뉴스