BTS ประกาศคัมแบ็กสู่เส้นทางเวิลด์ทัวร์อย่างเป็นทางการ เตรียมพบแฟน ๆ ทั่วโลกอีกครั้งกับทัวร์ระดับประวัติศาสตร์ โดยในไทยจะจัดวันที่ 3, 5, 6 ธันวาคม 2026
เมื่อเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 14 มกราคม (ตามเวลาเกาหลี) BTS ได้เผยโปสเตอร์ “BTS WORLD TOUR” ผ่านแพลตฟอร์ม Weverse ยืนยันการจัดเวิลด์ทัวร์ครั้งใหญ่ที่จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายนนี้ นับเป็นทัวร์ระดับโลกครั้งแรกของวงในรอบเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่ปิดฉาก Permission to Dance On Stage ที่ลาสเวกัสในปี 2022
เวิลด์ทัวร์ครั้งนี้จะเปิดฉากที่เมือง โกยาง ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนขยายไปยัง อเมริกาเหนือ ยุโรป อเมริกาใต้ และเอเชีย โดยขณะนี้มีการประกาศแล้วทั้งหมด 79 รอบการแสดง ใน 34 เมือง กลายเป็นทัวร์เดี่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของศิลปิน K-pop หนึ่งวง และยังมีแผนเพิ่มรอบการแสดงในประเทศอื่น ๆ รวมถึง ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ในภายหลัง
BTS จะเริ่มต้นทัวร์ด้วยการแสดง 3 รอบที่ Goyang Sports Complex ในวันที่ 9 และ 11–12 เมษายน จากนั้นจะเดินทางไปแสดงต่อที่ ปูซาน ในวันที่ 12–13 มิถุนายน ซึ่งวันที่ 13 มิถุนายนยังตรงกับวันครบรอบเดบิวต์ของวง ทำให้ค่ำคืนนี้ถูกคาดว่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทั้ง BTS และ ARMY
ช่วงทัวร์ในอเมริกาเหนือจะเริ่มในวันที่ 25–26 เมษายน ที่เมืองแทมปา ครอบคลุมทั้งหมด 28 รอบ ใน 12 เมือง ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
คอนเสิร์ต K-pop ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ Sun Bowl Stadium เมืองเอลปาโซ
การแสดงที่ Gillette Stadium เมืองฟอกซ์โบโรห์
การขึ้นเวทีที่ Stanford Stadium ซึ่งทำให้ BTS เป็นศิลปินคนที่สองที่ได้แสดงที่นี่ ต่อจาก Coldplay
นอกจากนี้ยังมีเมืองสำคัญอย่าง Arlington (AT&T Stadium) และ Baltimore (M&T Bank Stadium) รวมอยู่ในเส้นทางทัวร์
ฝั่งยุโรปจะจัดขึ้นในช่วงเดือน มิถุนายน–กรกฎาคม รวม 10 รอบ ใน 5 เมืองใหญ่ อาทิ ลอนดอน และปารีส รวมถึงคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของ BTS ใน มาดริด และบรัสเซลส์ ขณะที่อเมริกาใต้ก็อยู่ในกำหนดการเช่นกัน โดยมีเมืองอย่าง เซาเปาโล และบัวโนสไอเรส ก่อนเดินทางต่อไปยังตะวันออกกลาง
เวิลด์ทัวร์ครั้งนี้จะมาพร้อม เวทีแบบ 360 องศา เพื่อมอบประสบการณ์คอนเสิร์ตในสนามกีฬาที่สมจริงและเข้าถึงผู้ชมจากทุกมุม
ก่อนออกทัวร์ BTS ยังเตรียมปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ในวันที่ 20 มีนาคม ซึ่งประกอบด้วยทั้งหมด 14 เพลง นับเป็นอัลบั้มเต็มในนามวงครั้งแรกในรอบ เกือบ 3 ปี 9 เดือน และถูกอธิบายว่าเป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนและจุดยืนของ BTS ในช่วงเวลาปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา
การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการคัมแบ็กบนเวทีโลกของ BTS เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำสถานะของพวกเขาในฐานะศิลปินระดับโลกที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่อีกครั้ง
ที่มา (1)
