วงบอยกรุ๊ป DKB ได้เปิดเผยข้อมูลที่สร้างความตกใจเกี่ยวกับเส้นทางในวงการของพวกเขา
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ช่อง YouTube Human Story ได้เผยแพร่วิดีโอพิเศษที่ถ่ายทอดชีวิตประจำวันของวงบอยกรุ๊ป DKB โดยวิดีโอดังกล่าวได้พาผู้ชมไปติดตามตารางงานของวงที่เดบิวต์มาแล้ว 6 ปี พร้อมทั้งให้สมาชิกเล่าถึงรายละเอียดของวันทำงานโดยทั่วไป และพูดคุยถึงความท้าทายของการเป็นไอดอล
หนึ่งในช่วงของวิดีโอที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากชาวเน็ตจนกลายเป็นประเด็นพูดถึงในสัปดาห์นี้ คือช่วงที่มีการถามถึงรายได้เฉลี่ยของไอดอล ซึ่ง DKB ได้เปิดเผยสถานการณ์ของตัวเองว่า แม้ไอดอลส่วนใหญ่จะมีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์เพลง คอนเสิร์ต และยอดขายอัลบั้ม แต่สำหรับพวกเขาแล้วสถานการณ์แตกต่างออกไป เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่เคยได้รับรายได้จากการทำงานเลย
“พูดตามตรง เรื่องรายได้เป็นประเด็นที่อ่อนไหวสำหรับพวกเราครับ… ถ้าเราตั้งใจจะหาเงิน ผมไม่คิดว่าเราจะเลือกอาชีพนี้ หากใครเป็นคนที่ไล่ตามเงิน อาชีพนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งครับ… ผลตอบแทนทางการเงินจริง ๆ แล้วค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเวลาและพลังงานที่ต้องทุ่มเท เรามีกันอยู่เจ็ดคน และมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่ามิกซ์เพลง ค่าสไตลิ่ง ค่าโปรดิวซ์อัลบั้ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ผมคิดว่าบริษัทเองก็คงลำบากเหมือนกัน เพราะต้องดูแลทุกอย่างเหล่านี้”
พวกเขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในบริษัทมีพนักงานอยู่ประมาณ 20 คน ซึ่งรายได้ของวงจำเป็นต้องเพียงพอสำหรับการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานทั้งหมด
“ถ้าอยากมีกำไรจริง ๆ เราก็ต้องทำรายได้ให้ได้มากกว่านี้เป็นสองเท่าครับ”
เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สมาชิกยังเล่าว่า ค่าอาหารรวมของทั้งวงถูกจำกัดไว้ที่วันละประมาณ 20,000 วอน (ราว 430 บาท)
เมื่อถูกถามว่าพวกเขาผ่านจุดคุ้มทุนหรือ ‘break-even point’ แล้วหรือยัง ซึ่งหมายถึงจุดที่สามารถทำกำไรและเริ่มได้รับรายได้ สมาชิก DKB ตอบว่ายังไม่ถึงจุดนั้น นั่นหมายความว่าตลอดเวลาที่ทำงานในฐานะไอดอล พวกเขายังไม่เคยได้รับรายได้จริง ๆ เลย
อย่างไรก็ตาม สมาชิกวงยังแสดงความขอบคุณต่อบริษัทต้นสังกัด โดยกล่าวว่า “ถึงอย่างนั้น ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา บริษัทก็เลี้ยงดูพวกเรา จัดหาที่พัก และดูแลเรื่องสไตล์ให้ รวมถึงมีห้องซ้อมที่กว้างขวางให้ พวกเราเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เองและเซ็นสัญญา ดังนั้นเราจึงทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความรับผิดชอบและความตั้งใจครับ”
DKB ยังแสดงทัศนคติที่มองโลกในแง่ดีและความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไป “แม้ตอนนี้จะเข้าสู่ปีที่หกแล้ว แต่พวกเราก็ยังไม่สูญเสียความหลงใหล เราบอกกับตัวเองเสมอว่า ‘เราทำได้ เราต้องประสบความสำเร็จให้ได้’ ครับ”
สมาชิกวงยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจความเป็นจริงของอุตสาหกรรมนี้ก่อนตัดสินใจเข้าสู่วงการ K-pop อีกด้วย
“พูดตามตรง ถ้าคุณไม่ได้รักสิ่งที่ทำ คุณจะอยู่ในอาชีพนี้หกหรือเจ็ดปีไม่ได้ ตอนแรกพวกเราคิดว่าการเดบิวต์คือจุดสิ้นสุด คิดว่าแค่ได้เดบิวต์ก็ต้องประสบความสำเร็จและกลายเป็นดาวดังอย่างแน่นอน แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น จุดเริ่มต้นที่แท้จริงเริ่มต้นหลังจากเดบิวต์ต่างหากครับ”
อนึ่ง DKB เดบิวต์ในปี 2020 ด้วยอีพีอัลบั้ม ‘YOUTH’ และสร้างเอกลักษณ์ด้านดนตรีที่สดใสและติดหูผ่านเพลงอย่าง ‘Rollercoaster’ ‘ALL IN’ และ ‘Sober’ โดยการคัมแบ็กล่าสุดของวงเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2025 กับอีพี ‘Emotion’ ที่มีเพลงไตเติ้ลอย่าง ‘Irony’
ที่มา (1)
