นักเคลื่อนไหวและปัญญาชนจากทั้งฝ่ายซ้ายและขวาร่วมลงชื่อสนับสนุน
การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่าง NJZ (NewJeans) กับค่ายต้นสังกัด ADOR ยังคงดำเนินต่อไป โดยจนถึงขณะนี้ ฝั่งศาลได้มีคำสั่งห้ามสมาชิกวงทั้งหมดทำกิจกรรมบันเทิงใด ๆ จนกว่าจะมีคำตัดสินสุดท้ายเกี่ยวกับความถูกต้องของสัญญาระหว่างพวกเธอกับค่ายต้นสังกัด ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์นี้ มีนักคิด นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวทางสังคมจำนวน 32 คน จากหลากหลายฝ่ายการเมือง ได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลและรัฐบาล เพื่อ ประท้วงคำสั่งห้าม NJZ ทำกิจกรรม ดังกล่าว
รายชื่อผู้ร่วมลงชื่อที่มีชื่อเสียง
ได้แก่ สมาชิกสภาแห่งชาติ ซน ฮเยวอน (Son Hye Won), ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคาทอลิก ซอง กีซอน (Sung Ki Sun), อดีตสมาชิกสภาสูงของพรรค Reform New Party โช แดวอน (Cho Dae Won), อดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำเวียดนาม คิม โดฮยอน (Kim Do Hyun) และซีอีโอของสำนักข่าว Mediawatch บยอน ฮีแจ (Byun Hee Jae)
เนื้อหาในคำร้อง
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม (ตามเวลาเกาหลีใต้) กลุ่มนักวิชาการเหล่านี้ระบุว่า
“การห้าม NJZ เข้าร่วมกิจกรรมบันเทิงทุกประเภทนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล”
พร้อมชี้ให้เห็นว่า ศิลปินเกาหลีใต้ขาดสิทธิ์ในการปกป้องตนเอง เมื่อเทียบกับวงการบันเทิงของสหรัฐฯ
“ต่างจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วในอุตสาหกรรมบันเทิง เกาหลีใต้ไม่มีระบบ ‘หน่วยงานสาธารณะ’ ที่คอยคุ้มครองผลประโยชน์ทางกฎหมายของศิลปิน นอกจากนี้ สัญญามาตรฐานที่ออกโดยกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ยังมีปัญหา เพราะผูกชีวิตของศิลปินไว้กับค่ายเดียวเป็นเวลานานถึง 7 ปี โดยกำหนดหน้าที่ไว้เพียงฝ่ายเดียวคือฝ่ายศิลปิน”
กลุ่มผู้ลงชื่อยังกล่าวถึงข้อเท็จจริงว่า บังชีฮยอก (Bang Si Hyuk) ประธาน HYBE เป็นผู้ก่อตั้งค่าย ADOR ในเดือนตุลาคม ปี 2021 ด้วยเงินลงทุน 16,000 ล้านวอน (ราว 11.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ HYBE ได้รับกำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 4 เท่าหลังจากการเดบิวต์ของ NJZ ในเดือนกรกฎาคม 2022
พร้อมระบุว่า หากระบบในเกาหลีมีการคุ้มครองแบบเดียวกับสหรัฐฯ เส้นทางอาชีพของศิลปินอาจแตกต่างออกไป
“ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหน่วยงานที่ผ่านการรับรองคอยจัดการสัญญา ศิลปินจะมีสิทธิ์เลือกออกจากค่าย (free-agent) ผ่านเงื่อนไข opt-out หรือสามารถเจรจาแก้ไขสัญญาใหม่ได้”
คำร้องเพิ่มเติม
ในคำร้องฉบับเดียวกันยังเปิดเผยว่า คิม ซองซู (Kim Sung Soo) นักวิจารณ์การเมือง และ บยอน ฮีแจ (Byun Hee Jae) ซีอีโอ Mediawatch ได้ยื่นคำร้องอีกฉบับต่อศาลแขวงกลางกรุงโซล ซึ่งเป็นศาลที่กำลังพิจารณาข้อพิพาทระหว่าง NJZ และ ADOR โดยเปรียบเทียบให้ใช้แนวทาง “โซโลมอน” ในการตัดสิน
พร้อมอ้างถึงคดีในปี 1996 ของนักเบสบอล อิม ซอนดง (Lim Sun Dong) ซึ่งศาลสั่งให้ย้ายทีมภายในสองปีเพื่อหาทางออกที่ดีต่อทั้งสองฝ่าย
การเรียกร้องต่อรัฐบาล
คำร้องยังเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามามีบทบาทในระดับประเทศ เพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อศิลปินเกาหลี จากคำสั่งศาลที่ห้ามทำกิจกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต
“เราขอให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมในระดับชาติ และหาทางไกล่เกลี่ยผ่านฉันทามติทางสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่ศิลปินถูกห้ามทำกิจกรรมเพียงเพราะคำตัดสินของศาลซึ่งยึดตามสัญญาที่ไม่ถูกต้อง…
เราหวังว่าจะมีการพิจารณาอย่างจริงจังในการนำระบบ ‘หน่วยงานรับรองแบบอเมริกัน’ มาใช้ เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างศิลปินกับค่าย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในเกาหลีเท่านั้น”
คำร้องนี้ถูกส่งถึง
อู ซังโฮ (Woo Sang Ho) เลขาธิการอาวุโสฝ่ายการเมือง สำนักงานประธานาธิบดี
อี ดงยอน (Lee Dong Yeon) เลขาธิการฝ่ายวัฒนธรรมและกีฬา
ชเว ฮวียอง (Choi Hwi Young) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว
และ ศาลแขวงกลางกรุงโซล แผนกคดีแพ่งที่ 41 ซึ่งเป็นศาลที่กำลังพิจารณาคดีนี้อยู่
คำตัดสินสุดท้ายเกี่ยวกับสัญญาระหว่าง NJZ กับ ADOR มีกำหนดประกาศในวันที่ 30 ตุลาคม 2025
ที่มา mediawatch
