Better Late than Single

ความรู้สึกสุดท้ายของเหล่าคนโสดตลอดชีวิตที่ลองมาค้นหาความรักเป็นครั้งแรกในรายการออกเดตของ Netflix เรื่อง ‘Better Late than Single’ ได้ถูกเปิดเผยแล้ว

รายการเรียลลิตี้โชว์แนวแปลงโฉมเพื่อออกเดต ‘Better Late than Single’ ได้จบลงแล้วท่ามกลางกระแสพูดถึงอย่างล้นหลาม

การออกเดตครั้งแรกของเหล่าคนโสดที่ยังไม่มีประสบการณ์นั้นไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ทั้งเปิ่นแต่จริงใจ และเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแบบคาดไม่ถึง ความไม่สมบูรณ์แบบที่เคยดูน่าขัน กลับค่อย ๆ กลายเป็นการเดินทางสุดประทับใจ เมื่อพวกเขาได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจและก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ในจังหวะของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้ผู้ชมจำนวนมากพากันส่งกำลังใจอย่างอบอุ่น

เมื่อได้สัมผัสกับอารมณ์ใหม่ ๆ เหล่าคนโสดก็ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ และซ่อนความตื่นเต้นประหม่าไว้ไม่อยู่ สะท้อนความรู้สึกของ “ครั้งแรก” ที่ใครหลายคนเคยผ่านมาได้อย่างลึกซึ้ง

ผลงานของเหล่า ‘Love Makers’ อย่าง ซออินกุก, คังฮันนา, อีอึนจี และ Car, the Garden ก็ถือว่าน่าจับตามองไม่แพ้กัน ตั้งแต่โมเมนต์อวยแรงในช่วง “ลูกแม่เอง” ไปจนถึงการคอมเมนต์แบบแสบ ๆ คัน ๆ ที่แฝงไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ ก็ช่วยเพิ่มสีสันและความสนุกให้กับรายการเป็นสองเท่า

เหนือสิ่งอื่นใด ความจริงใจของเหล่าคนโสดที่กล้าเปิดเผยความรู้สึก “รัก” ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้รายการ Better Late than Single ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

โนแจยุน ผู้ที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกล่าวว่า

“นี่คือจุดเปลี่ยนในชีวิตของผม ถ้าไม่ได้มาร่วมรายการ ผมคงยังเป็นเด็กที่ติดอยู่ในร่างของผู้ใหญ่”
เขายังเสริมว่า
“การแสดงความรู้สึกเป็นเรื่องยากสำหรับผม แต่พอลองทำแล้วก็รู้ว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ผมหวังว่าคนที่คล้ายกับผมจะค่อย ๆ เปิดใจให้กับผู้คนและโลกภายนอกได้เหมือนกัน”

คังจีซู ที่สะกดใจผู้ชมด้วยความกล้าแสดงออก กล่าวว่า

“Better Late than Single คือความท้าทายในการก้าวออกไปเผชิญโลก หวังว่าต่อจากนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้ปัญหาในอดีตมาทำให้ฉันกลัวที่จะมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันอีก”

ด้านคิมซึงรี ผู้มีสไตล์ตรงไปตรงมา ก็ได้กล่าวอย่างจริงใจว่า

“นี่เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น ผมขอบคุณทุกคนที่อดทนกับความน่าหงุดหงิดของผม และยังหัวเราะไปด้วยกัน ผมกำลังเรียนรู้และเติบโตทีละนิด และหวังว่าทุกคนจะยังคงส่งความรักให้กับผู้เข้าร่วมรายการทุกคนต่อไปนะครับ”

คิมยอมมยอง ผู้ชนะใจผู้ชมด้วยคำสารภาพตรงไปตรงมา “สำหรับฉันแล้ว..คือคุณ” ได้สะท้อนความรู้สึกว่า

“นี่คือความท้าทายที่แปลกใหม่ที่สุดแต่ก็มีความหมายที่สุดในชีวิต มันทำให้ฉันได้เผชิญหน้ากับอารมณ์และด้านต่าง ๆ ของตัวเองที่เคยซ่อนเอาไว้ ช่วงเวลาที่ฉันพูดคำว่า ‘ชอบใครสักคน’ ออกไปครั้งแรกนั้นทั้งน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความประหม่าอย่างมาก”

คิมซังโฮ ผู้กลายเป็นที่พูดถึงด้วยคาแรคเตอร์สุดแปลกไม่เหมือนใคร กล่าวว่า

“ผมสมัครมาเพราะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองและเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับความสนใจจากใครสักคน และผมก็เสียใจที่ไม่รู้จะรับมือหรือแสดงออกอย่างไรให้เหมาะสม หวังว่าผู้ชมจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของผม และพบเจอความสัมพันธ์ดี ๆ ของตัวเองได้”

อีมินฮง ที่เป็นที่จดจำจากคำพูดกินใจหลายประโยค ก็ฝากความประทับใจไว้ว่า

“มันทำให้ฉันมองตัวเองในมุมมองของคนภายนอกได้ และเหมือนเป็นย่อหน้าสุดท้ายของบทแรกในบทใหม่ของชีวิต การที่ไม่ได้มีความรัก ไม่ได้แปลว่าคุณมีข้อบกพร่อง มันแค่แปลว่ายังไม่เจอคนที่ใช่ เพราะฉะนั้นอย่าสูญเสียความภูมิใจในตัวเอง และจงยิ้มไว้เสมอ”

ฮาจองม๊ก ที่โดดเด่นด้วยอารมณ์ขันได้เล่าว่า

“การเดินทางครั้งนี้เหมือนความฝันในปีที่ 26 ของผมเลยครับ ช่วงเวลาที่ผมก้าวเท้าเข้าสู่โซโลรีสอร์ตวันแรกยังคงอยู่ในใจตลอด ความตื่นเต้นและหัวใจพองโตของวันนั้น ผมจะไม่มีวันลืม”

เขาเสริมอีกว่า

“ประสบการณ์นี้ทำให้ผมรู้จักข้อบกพร่องของตัวเอง การเผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริงอาจน่าอาย แต่ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย ผมได้รู้ว่า บางการกระทำที่คิดว่าเป็นความใส่ใจ อาจกลายเป็นการทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ผมขอโทษหากทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ และหวังว่าทุกคนจะไม่เกลียดผมมากนักนะครับ”

อีโด ที่มีเสน่ห์น่าเอ็นดู กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า

“นี่คือประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้นที่สุดและทำให้ร้องไห้ที่สุดในชีวิตค่ะ การได้สัมผัสกับ ‘ความรัก’ ทำให้ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากโลกแห่งตัวเลขศูนย์และหนึ่ง แต่มันคือสิ่งที่รู้สึกได้ด้วยหัวใจ และมันจะกลายเป็นความทรงจำที่งดงามตลอดไป”

คังฮยอนกยู ผู้ที่เปิดเผยความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา กล่าวไว้ว่า

“ทุกช่วงเวลามีค่ามากครับ ผมรู้สึกขอบคุณทุกวินาทีที่ได้แสดงออกอย่างจริงใจและเปิดใจพูดในสิ่งที่รู้สึก แม้ว่าจะมีบางความรู้สึกที่อาจถ่ายทอดออกไปไม่หมด ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดาย เพราะผมมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเติบโต การที่กล้าพูดออกมาจากใจในตอนนั้น ทำให้ผมได้เติบโตขึ้นจริง ๆ”

พัคจียอน ที่แสดงความจริงใจในเรื่องความรักอย่างเต็มที่ ได้แบ่งปันความรู้สึกว่า

“มันเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า เพราะทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า ความรักไม่ได้เริ่มต้นจากความสมบูรณ์แบบ แต่มันเติบโตมาจากการเข้าใจความรู้สึกตัวเอง หากมีใครที่กลัวจะรักเพราะเหตุผลแบบเดียวกัน หวังว่าคุณจะค่อย ๆ เปิดใจ เพราะความรักอบอุ่นและยอดเยี่ยมกว่าที่คุณคิด”

อีซึงชาน กล่าวติดตลกว่า

“รู้สึกเหมือนได้รับโชคครับ ทั้งได้แปลงโฉมสุดปัง แถมยังได้สัมผัสอารมณ์มากมายร่วมกับผู้เข้าร่วมคนอื่น ๆ ถึงตอนนี้ผมก็ยังโสดอยู่นะครับ ถ้าใครรู้จักคนดี ๆ ก็แนะนำให้ผมหน่อยนะ” เรียกเสียงหัวเราะจากแฟน ๆ ได้ไม่น้อย

คิมมีจี ก็ได้แชร์ความรู้สึกของตัวเองว่า

“มันให้ความรู้สึกเหมือนสมุดรุ่นจบการศึกษายังไงไม่รู้ค่ะ ตอนถ่ายก็สนุก ตอนจะเปิดดูอีกทีก็เขิน ๆ แต่พอเปิดแล้วก็เต็มไปด้วยความรู้สึกคิดถึง และเตือนให้รู้ว่าฉันโตขึ้นนิดนึงแล้ว”
พร้อมทิ้งท้ายด้วยอารมณ์ขันว่า
“แอบขำเวลาคนดูเดากันว่า ฉันเป็นคนญี่ปุ่นหรือเกาหลีกันแน่นะ”

โนแจยุน, ฮาจองม๊ก และอีซึงชาน ซึ่งได้รับคำแนะนำจาก ซออินกุก กล่าวไว้ว่า

“หากไม่มีจดหมายจากซออินกุก พวกเราอาจไม่มีความกล้าเลยก็ได้ครับ ทุกครั้งที่ลังเลหรือไม่มั่นใจ แค่หยิบจดหมายนั้นมาอ่าน ก็เป็นแรงผลักดันให้เราแสดงความรู้สึกออกมาและลงมือทำบางสิ่ง” – (โนแจยุน)
“ผมรู้สึกขอบคุณมาก ที่เขาเข้าใจแม้กระทั่งด้านที่ดูไม่ได้เรื่องของผม มันเหมือนผมได้พี่ชายที่เข้าอกเข้าใจเพิ่มขึ้นอีกคนเลยครับ” – (ฮาจองม๊ก)
“ขอบคุณสำหรับ การแปลงโฉมเสื้อผ้าหน้าผม ที่ทำให้ผมดูเป็นเกมเชนเจอร์ตัวจริง คุณคือผู้กอบกู้ชีวิตด้านแฟชั่นของผมเลยครับ” – (อีซึงชาน)

คังจีซู, คิมเยมยอง และอีมินฮง ซึ่งอยู่ในทีมของ คังฮันนา ก็กล่าวความรู้สึกซาบซึ้งว่า

“ฉันเลือกนอนโซฟาห้องนั่งเล่น ก็เพื่อรักษาสัญญากับพี่สาวเลยนะคะ” – (คังจีซู)
“ตอนที่เธอเดินเข้ามากอดฉันอย่างอบอุ่นในครั้งแรก เป็นโมเมนต์ที่ไม่มีวันลืมเลยค่ะ การสนับสนุนและให้กำลังใจของเธอ ทำให้ฉันกล้าแสดงออกมากขึ้น อยากชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อจริง ๆ” – (คิมยอมมยอง)
“เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าคนเราเปลี่ยนไม่ได้ แต่ตอนนี้ได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราพยายาม เราก็เปลี่ยนได้ทีละนิด ฉันขอขอบคุณความตื่นเต้นและความเข้าอกเข้าใจที่เธอมอบให้ในทุกสัปดาห์ มันเหมือนญาติพี่น้องที่ฉันคุ้นเคยเลยค่ะ” – (อีมินฮง)

อีโด, พัคจียอน และคิมมีจี ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อีอึนจี ได้แชร์ว่า

“การได้เจอพี่อึนจีคือความโชคดีที่สุดเลยค่ะ ฉันจะไม่ลืมคำแนะนำของเธอ และจะพยายามเป็นผู้ใหญ่น่ารักและมีสติอย่างเธอให้ได้” – (อีโด)
“ต้องขอบคุณเธอมาก ๆ เพราะเธอทำให้ฉันเรียนรู้ว่าความรักเริ่มต้นจากการเข้าใจและรักตัวเองก่อน เธอคือ Love Maker ที่ดีที่สุดเลย!” – (พัคจียอน)
“ขอบคุณที่ช่วยยืนยันเสน่ห์ของฉันและทำให้ฉันมั่นใจขึ้น หวังว่าสกิลการโปรยเสน่ห์ที่ได้เรียนจากเธอจะได้ใช้งานในสักวันนะคะ” – (คิมมีจี)

สุดท้าย คิมซึงรี, คิมซังโฮ และคังฮยอนกยู ซึ่งได้รับการดูแลจาก Car, the Garden ก็กล่าวความรู้สึกอย่างจริงใจว่า

“ตอนแรกก็รู้สึกแปลก ๆ ครับ แต่เมื่อได้สบตาเขา ผมรับรู้ได้ถึงการสนับสนุนและกำลังใจอย่างจริงใจ เขาคือเมนเทอร์ที่ดีที่สุดเลยครับ” – (คิมซึงรี)
“ผมขอบคุณจากใจสำหรับปฏิกิริยาอบอุ่นของเขา และที่เขาเห็นความตลกของผมเป็นเรื่องสนุก” – (คิมซังโฮ)
“ผมยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยดูเขาเล่นดนตรีในงานเทศกาล และรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอและพูดคุยกับเขาตัวจริง คำแนะนำของเขาทำให้ผมมีความมั่นใจขึ้นมากครับ” – (คังฮยอนกยู)

ที่มา sbsstar