ยอนซังโฮ (Yeon Sang-ho) ผู้สร้าง ‘Hellbound’ พูดถึงแผนของซีซั่น 2 และโอกาสในการทำภาพยนตร์ซอมบี้ในจักรวาล ‘Train to Busan’
2021-11-30 11:35:10
Advertisement
คลิก!!!

“Hellbound” ซีรีส์เกาหลีแนวดาร์ค ไซ-ไฟ เรื่องล่าสุดบน Netflix เป็นอีกซีรีส์กระแสแรงที่ใครชอบแนวนี้ไม่ควรพลาด แค่เปิดตัวยักษ์ใหญ่จากนรกตั้งแต่ต้นเรื่องที่ปรากฏตัวออกมาฉีกร่างของมนุษย์ต่อหน้าสาธารณะชนก็เป็นการเริ่มต้นเรื่องได้อย่างลุ้นระทึกจนลืมหายใจ

ซีรีส์เล่าเรื่องของโลกมนุษย์ที่อยู่ๆก็มีประกาศิตจากสวรรค์ต่อคนที่เคยทำความผิดเอาไว้มาบอกว่าพวกเขาจะตายในวัน-เวลาใด จากนั้นทูตจากนรกก็จะมาเอาชีวิตของพวกเขา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกลุ่มสัจธรรมใหม่ที่ออกมาสนับสนุนการลงทัณฑ์จากพระเจ้านี้ กลุ่มนี้มี จองจินซู รับหน้าที่เป็นผู้นำแห่งศรัทธา

 

“Hellbound” สร้างโดย ยอนซังโฮ หรือผู้กำกับเรื่อง Train to Busan (2016) และ Peninsula (2020)
 

ยอนซังโฮ ได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ “Hellbound” รวมถึงแผนการในการทำซีซั่น 2 และความเป็นไปได้ในการสร้างภาพยนตร์ซอมบี้ในจักรวาลเดียวกันกับ  Train to Busan และ Peninsula
 

ยอนซังโฮได้พูดถึงการนำ Hellbound ซึ่งเคยทำเป็นการ์ตูนสั้นเมื่อปี 2002 และเว็บตูนมาทำเป็นเวอร์ชั่นคนแสดงว่า

“ระหว่างเตรียมตัวสร้าง Hellbound ในเวอร์ชั่นการ์ตูน เราได้คุยกันเกี่ยวกับความต้องการทำเรื่องนี้เป็นซีรีส์เวอร์ชั่นคนแสดงด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนที่เว็บตูนออกมาให้อ่าน ตอนนั้นผมกำลังถ่ายทำเรื่อง Peninsula ก่อนหน้านั้นเราแค่พูดกันเฉยๆว่า [น่าจะมาทำเป็นซีรีส์นะ] แต่หลังจากเว็บตูนออกมา Netflix และผมก็เริ่มพูดคุยกันอย่างจริงจังในการทำซีรีส์เวอร์ชั่นคนแสดง”



“Hellbound” เหมือนเป็นการนำเสนอทั้งด้านดีและด้านเลวร้าย ตอนนี้คุณได้รับความคิดเห็นอย่างไรบ้าง? แล้วคุณคิดเห็นว่าอย่างไร?

“ตอนที่ผมและคยูซอก เพื่อนร่วมงานของผมวางแผนและคิดโครงเรื่อง ลำดับเรื่องราว เราได้คิดถึงจักรวางที่มีเรื่องเหนือธรรมชาติมากๆเกิดขึ้น มันเลยมีการพูดเกี่ยวกับคำทำนาย และคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างจากเรื่องราวเหนือธรรมชาตินี้ หรือจักรวาลที่ถูกสร้างขึ้น เราชวยกันคิดไอเดียที่เราคิดได้ และเลือกความคิดเหล่านั้นออกมา ‘เราจะนำเรื่องไหนมารวมกันในเรื่องเดียวได้นะ?’ ตัวละครที่คุณเห็นใน Hellbound เป็นคนธรรมดามากๆ เป็นคนที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากนำเสนอสิ่งที่ทำให้คุณระลึกถึงโลกแห่งความเป็นจริงนี้ สิ่งที่เราใช้ในการสร้างโลกใหม่นี้ขึ้นมาคือ ความเชื่อและการโน้มน้าว มันแทบจะเหมือนเกมเสมือนจริงเลย”

 

ซีรีส์เรื่องนี้มีตัวเอกหลายบทมาก และมีตัวละครโผล่ออกมาตลอดทั้งเรื่อง จากนั้นเราก็ได้เห็นตัวเอกตัวใหม่ ทำไมคุณถึงเล่าเรื่องแบบนี้?

“ตอนที่เราเขียนเรื่องนี้ เราตั้งใจว่าจะสร้างโลกที่เปรียบได้กับนรก และสร้างโดยคนที่ไม่สามารถทนต่อความไม่แน่นอนได้อีกแล้ว เราอยากจะให้ซีรีส์นำเสนอเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในสังคมหากมนุษย์เราขาดความเชื่อใจซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะทำให้เกิดเรื่องนั้นได้ เราจึงต้องใช้ตัวละครหลายตัวที่มีความเชื่อมั่นที่แตกต่างกันไป ทำให้เรื่องนี้มีตัวเอกหลายคน”

 

อะไรที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างจาก Squid Game? ทั้ง 2 เรื่องปล่อยออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน และนำเสนอเรื่องราวของศีลธรรมคล้ายๆกัน

“ผมชอบ Squid Game มากเลยนะครับ และผมรู้สึกว่ามุมมองในเรื่อง แนวของซีรีส์เรื่องนั้นมีจุดที่ผมเข้าถึงได้หลายจุด ผมคิดว่าทั้ง 2 เรื่องมีคุณสมบัติของความบันเทิงของตัวเอง และแต่ละจุดของซีรีส์นั้นแตกต่างกัน ผมคิดว่า Squid Game เป็นซีรีส์ที่ทำให้ผู้ชมหลายคนอินเพราะสามารถเข้าถึงชีวิตจริงของพวกเขา และยังมีเรื่องที่หยิบยกเกมการละเล่นสมัยเด็กมาใช้ สำหรับ Hellbound ก็มีเรื่องที่ทำให้ผู้ชมด้พูดคุย ถกเถียงกัน ผมคิดว่าทั้ง 2 เรื่องสามารถสร้างความบันเทิงได้เช่นเดียวกันครับ



กระแสซีรีส์เกาหลีได้รับความนิยมระดับนานาชาติในช่วงปีที่ผ่านมา คุณคิดว่าอะไรคือแรงผลักดันในเกิดการสร้างซีรีส์แนวนี้?


“วัฒนธรรมพัฒนามาจากการได้รับอิทธิพลจากอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ตอนที่ผมยังหนุ่ม ในเอเชีย ภาพยนตร์ฮ่องกงจะเป็นแนวฟิล์มนัวร์ และในเกาหลีก็นิยมอนิเมชั่นของญี่ปุ่นมากเลยครับ ตอนเด็กผมได้รับอิทธิพลจากผลงานของต่างประเทศเยอะมาก และผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมสร้างตัวตนของตัวเองในปัจจุบัน สำหรับเนื้อหาของเกาหลีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากผู้ชมทั่วโลก ผมคิดว่ามันคือระดับความน่าเชื่อถือในคอนเท้นท์ของเกาหลีที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่อดีต ค่อยๆสะสมมาเรื่อยๆ และมาถึงจุดที่ตอนนี้ถึงเวลา และได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสมอย่างพอดิบพอดี ผมรู้สึกว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในกระแสครับ”

คุณเคยบอกว่าอยากจะขยายเรื่องราวให้เป็นจักรวาล “Yeoniverse” คิดว่าจะร่วมงานกับ Netflix ในอนาคตอีกไหม? และมีแผนอย่างไรสำหรับ Hellbound ซีซั่น 2?

“การทำงานกับ Netflix ทำให้ผมสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขาเห็นด้วยและเข้าใจมุมมองของผม และขณะเดียวกันพวกเขาก็สร้างสิ่งแวดล้อมที่ผมไม่ต้องคิดอย่างอื่นนอกจากการสร้างผลงานของตัวเองอย่างเรื่องการเผยแพร่ หรือช่วงเวลาที่จะปล่อยซีรีส์ เพราะว่า Hellbound ดัดแปลงมาจากเว็บตูน คุณชเวคยูซอก เพื่อนร่วมงานของผมและผมตัดสินใจว่าเนื้อเรื่องจะถูกเล่าผ่านทางเว็บตูนก่อน และหากมีเรื่องไหนที่เราอยากเล่าผ่านเวอร์ชั่นคนแสดง เราจะพูดคุยกันอีกทีในอนาคต อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเราเพิ่งจะปล่อย Hellbound ซีซั่น 1 ไปเอง และยังไม่มีเวลาคุยเรื่องนี้กับ Netflix ตอนนี้ผมคงพูดได้แค่ว่าเป็นเรื่องที่จะมีการพูดคุยกันในอนาคตแล้วกัน”



“Peninsula” ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ คุณมีแผนจะสร้างหนังเรื่องที่ 3 ในจักรวาลซอมบี้นี้อีกไหม?


“ผมคิดว่าหนังแนวซอมบี้เป็นอะไรที่ทั่วไปมาก ความพิเศษคือคุณจะนำเสนออะไรในเรื่องนั้น สิ่งที่ทำให้มันเป็นเรื่องใหม่โดยสิ้นเชิง โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีไอเดียบางไอเดียที่พัฒนาต่อมาจากเรื่อง “Peninsula” แต่การที่จะพัฒนาไปเป็นหนังได้หรือไม่นั้น คงต้องดูว่ามันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำหรือไม่ และตอนนี้ผมก็กำลังร่วมงานกับหลายโปรเจค ผมกำลังคิดว่าผมต้องจัดระเบียบไอเดียของตัวเองและทำในสิ่งที่ผมต้องทำก่อน จนถึงตอนนี้ผมเป็นคนที่สร้างผลงานด้วยตัวเอง แต่ก็กำลังคิดว่าคงต้องสร้างระบบขึ้นมาแล้ว เพื่อที่จะทำให้ผลสามารถนำไอเดียของผมทั้งหมดออกมาโชว์ได้”
 

จะมีการทำซีรีส์ที่ดัดแปลงจาก Train to Busan หรือไม่? ตอนนี้ได้วางแผนไว้หรือยัง?

“ผมมีไอเดียที่อยากทำอยู่มากมาย แต่สำหรับตัวเอง ผมคิดว่าผมอยากให้ Train to Busan อยู่ในรูปแบบของภาพยนตร์ภาคแยกต่อไป สำหรับในเกาหลีการจะสร้างซีรีส์แนว Train to Busan ออกมาฉายทางโทรทัศน์คงไม่สะดวกเท่าไหร่ นอกจากนี้เรายังต้องทำข้อตกลงกับผู้จัดจำหน่ายที่เราเคยร่วมงานด้วยในตอนนั้น พอมาคิดถึงเรื่องเหล่านี้แล้ว คิดว่าทำเป็นภาพยนตร์จะมีความเป็นไปได้มากกว่า”
 

สรุปว่าจะสร้าง Train to Busan ภาคต่อ หรือสร้างภาพยนตร์ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกับ Train to Busan และ Peninsula?

“ความเป็นจักรวาลก็คือ ทุกเรื่องจะมีความเกี่ยวข้องกัน Peninsula เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังวันสิ้นโลก เรื่องราวที่ผมคิดว่าจะเกิดหลังจากนั้นใกล้เคียงกับ Train to Busan ที่เนื้อเรื่องอาจจะเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่จำกัด นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดในตอนนี้ สำหรับเรื่องใหม่นี้ น่าจะเป็นเรื่องกลางๆที่อยู่ระหว่าง เดียวกับ Train to Busan และ Peninsula”

 


.



Latest