6 เหตุผลที่ไม่ควรพลาดซีรีส์เรื่องใหม่ “Forest” นำแสดงโดยพัคแฮจิน (Park Hae Jin) และโจโบอา (Jo Bo Ah)
2020-03-19 09:45:41
Advertisement
I Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!

ถ้าคุณเคยฝันว่าอยากจะหนีเมืองใหญ่เข้าไปในป่าสวยๆ แล้วล่ะก็ “Forest” คือสิ่งที่คุณต้องการเลย ไม่เพียงแต่ความงดงามของป่าลึกลับเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวโรแมนติกที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่องค์กรผู้ประสบความสำเร็จและศัลยแพทย์ในโรงพยาบาล และนี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดเรื่อง “Forest”

คำเตือน: มีการสปอยล์เนื้อหาเล็กน้อย

  1. “ป่าต้องมนตร์” ที่จะทำให้ฝันในวัยเด็กของคุณเป็นจริง

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ซีรีส์เรื่องแรกที่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ แต่ “Forest” มีมุมกล้องและฉากที่งดงามที่ทำให้ป่ามีรยองในซีรีส์มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ วิธีที่แสงส่องผ่านลงมาบนต้นไม้นั้นทำให้องค์ประกอบต่างๆ ดูมีเสน่ห์และมีความลึกลับอยู่เบื้องหลังป่าที่เชื่อมโยงอดีตของตัวละครเข้าด้วยกัน

  1. เสียงจากสวรรค์

“Forest” ไม่ได้มีเพียงป่าต้องมนตร์เท่านั้น ซีรีส์เรื่องนี้ยังให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยบรรยากาศป่าไม้ร่วมกับเสียงที่คุณสามารถได้ยินได้ในฉากวิวทิวทัศน์  เหมือนกับเป็นประสบการณ์ที่คุณสามารถพบได้ในแถบชานเมืองของเกาหลี และยังมีการบอกใบ้อันชาญฉลาดที่เชื่อมโยงชิ้นส่วนความทรงจำของคังซันฮยอก (รับบทโดยพัคแฮจิน - Park Hae Jin) กับสถานการณ์ปัจจุบันในฐานะเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานช่วยเหลือและค้นพบว่าเขาสามารถระบุถึงเสียงในป่าได้

  1. การทำงานหนักจะพาคุณไปที่ไหนซักแห่ง

ในขณะที่เรื่องราวความรักโรแมนติกของทายาทตระกูลร่ำรวยมักจะดูน่าเพ้อฝันเสมอ แต่ก็มีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวละครที่เป็นคนทำงานทั่วไปไขว่คว้าหาหนทางความสำเร็จด้วยแรงผลักดันและความตั้งใจอันมุ่งมั่นที่ไม่เคยทำให้คนดูผิดหวัง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ “Forest” ถ่ายทอดให้ผู้ชม เบื้องหลังความเนี้ยบของซันฮยอกในขณะที่เจรจาข้อตกลงหลักล้านดอลล่าร์ เห็นได้ชัดเจนว่าเขามาถึงจุดที่เขาผ่านอะไรหลายๆ อย่างมาได้ ส่วนนางเอกของเรื่อง จองยองแจ (รับบทโดยโจโบอา - Jo Bo Ah) ก็ก้าวหน้าขึ้นมาจากการจัดอันดับของโรงพยาบาลและกลายเป็นศัลยแพทย์ที่ทุกคนเคารพ

  1. การรู้คุณค่าของตนเอง

เนื้อเรื่องของซีรีส์อาจจะเกี่ยวพันอยู่กับความเกี่ยวข้องกันของตัวละครกับป่า แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “Forest” ถ่ายทอดการมีคุณค่าในตัวเองและไม่ยอมให้อะไรมาทำให้มันน้อยลงตลอดทั้งเรื่อง

จากการค้นพบว่ายองแจถูกไล่ออก ปฏิกิริยาแรกของพ่อของเธอคือการบอกว่าโรงพยาบาลจะต้องไม่ใช่โรงพยาบาลที่ดีแน่เพราะสูญเสียศัลยแพทย์มือดีอย่างเธอไป การมองโลกในแง่บวกแบบนี้คือการปลอบโยนที่ยองแจต้องการ โดยเฉพาะเมื่อเธอกำลังกังขาในความสามารถของตัวเอง การวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราหวังว่าผู้คนจะชื่นชมตัวเองและความสำเร็จของพวกเขากันมากกว่าเหมือนกับที่พ่อของยองแจทำ!

  1. ไม่หลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องสุขภาพทางจิตใจ

มีการพูดถึงในซีรีส์เรื่องนี้ถึงความเจ็บปวดในอดีตของพวกเขา ตัวละครทั้งคู่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางจิตใจ และ “Forest” ก็กล้าที่จะหยิบยกหัวข้อเหล่านี้ขึ้นมา เราได้เห็นยองแจต้องกินยาซึ่งเราได้รู้ในภายหลังว่าเพื่อรักษาอาการตื่นตระหนกที่เป็นมาอย่างยาวนานของเธอ ในขณะที่ซันฮยอกเคยเจอกับความเจ็บปวดที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนแขนของเขากำลังเผาไหม้

สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้ทำได้ดีก็คือการพูดถึงความท้าทายที่ปัญหาสุขภาพทางจิตใจเหล่านี้นำมา ซึ่งพวกเขาแสดงอาการให้เห็นในที่ทำงานที่พนักงานถูกคาดหวังให้ทำงานให้เต็มที่ น่าดีใจที่ “Forest” ให้ความสำคัญกับเรื่องต้องห้ามในทุกวันนี้ที่อยู่เบื้องหลังการปรึกษาหารือเรื่องสุขภาพทางจิตใจในที่ทำงานและส่งผลให้ความกดดันต่อพนักงานซึ่งเป็นปัญหาที่แท้จริงในสังคมยุคใหม่มีความเข้าใจและการรับมือมากขึ้น

ถึงแม้ตัวละครนำทั้งสองจะเผชิญหน้ากับความล้มเหลวแบบอ้อมๆ ในหน้าที่การงานเนื่องจากปัญหาเรื่องนี้ มันก็น่าประทับใจที่ผู้ให้คำปรึกษาของยองแจไม่เคยหยุดเชื่อในความสามารถและทักษะของเธอในฐานะจิตแพทย์เลย

  1. ความโรแมนติกที่ซ่อนอยู่

การบอกว่า “Forest” เป็นซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้คงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากซีรีส์เรื่องนี้แตะต้องเรื่องความโรแมนติกเลย

ถ้าหากคุณคาดหวังความโรแมนติกและความรักหวานแหววแบบอลังการ ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะไม่มีให้คุณ เพราะ “Forest” ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวความโรแมนติก แต่สิ่งที่เรื่องนี้มีให้ออกจะเป็นเรื่องราวความรักประมาณ “ฉันเบื่อจัง เดทกันเถอะ” เสียมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ซันฮยอกแนะนำในตอนที่พวกเขาเป็นเพียงรูมเมทกันเท่านั้นว่าพวกเขาจะแต่งงานกันเนื่องจากเห็นได้ชัดว่ายองแจสนใจเรื่องการแต่งงาน

ทั้งสองคนมีเคมีที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเราได้เห็นความรู้สึกของพวกเขาที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปและรู้สึกเหมือนกันมากขึ้น ซึ่งทำให้เราได้รู้ว่าความรู้สึกและความรักไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นความโรแมนติกมากมายเท่านั้น แต่ยังเป็นความอ่อนโยนที่ค่อยๆ บ่มเพาะและผลิบานไปตามเวลาเช่นกัน


.



Latest