สาว ๆ อดีตเทรนนี่ออกมาไขข้อข้องใจว่าที่ว่า ทำไมแม้แต่ไอดอลเคป๊อปเองก็ไม่ได้มีรายได้ที่ดีมากเช่นเดียวกัน
2020-10-01 15:06:37
Advertisement
My ID is Gangnam Beauty (เขาเรียกฉันว่านางงามคังนัม) ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!

เป็นความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า หนึ่งในบุคคลที่เรียกได้ว่ารู้เกี่ยวกับเรื่องราวเบื้องหลังของวงการไอดอลเคป๊อปมากที่สุดนั้น ก็คงหนีไม่พ้น ‘อดีตเทรนนี่’ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ทั้งเวลา ความพยายาม ความอดทน และทุกสิ่งทุกอย่างที่มีไปกับกระบวนการฝึกฝนสุดทรหด เพื่อแย่งชิงโอกาสในการเดบิวต์เข้าสู่วงการบันเทิงนั่นเอง

 

ในท้ายที่สุดแล้ว ไม่ใช่เทรนนี่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จ และได้รับโอกาสในการเดบิวต์ ดั่งเช่น สองสาว ‘บิน ฮานึล’ และ ‘ชเว เยจิน’ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็กฝึกหัดของค่ายต้นสังกัดค่ายหนึ่งในวงการ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันนี้ พวกเธอทั้งคู่จะเลือกเส้นทางเดินอื่นสำหรับชีวิตของพวกเธอ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเธอนั้นเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับวงการไอดอลเคป๊อปนั้นก็ไม่เคยหายไป

และในวันนี้พวกเธอทั้งคู่ก็ได้ตัดสินใจออกมาร่วมเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังของวงการไอดอลเคป๊อป ที่พวกเธอรับรู้มาจากประสบการณ์ตรงของพวกเธอเอง ผ่านแชลแนลยูทูปที่มีชื่อว่า ‘AYO’ โดยภายในคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้น พวกเธอบอกเล่าทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘การออกเดท’ ‘ตารางงาน’ ‘รายละเอียดของสัญญา’ ตลอดจน ‘ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น’ (กับบรรดาเด็กฝึกหัด) อีกด้วย

หนึ่งในคำถาม ที่ ‘ฮานึล’ และ ‘เยจิน’ ได้รับ และเลือกตอบเป็นคำถามแรก ๆ คือประโยคที่มีใจความว่า “ฉันรู้สึกแย่มาก ๆ เลยที่ค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอนถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘หนี้’ ที่เด็ก ๆ ต้องจ่ายคืน แล้วพวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร? เมื่อไหร่กันที่พวกเขาจะมีรายได้มากพอ? ฉันเห็นเด็กฝึกหัดบางคนต้องทำงานพาร์ทไทม์ควบคู่ไปในระหว่างการฝึกฝนด้วย”

 

หลังจากที่ได้ยินดังนั้น ‘ฮานึล’ ได้กล่าวแสดงความเห็นด้วยขึ้นมาทันทีว่า “ใช่ค่ะ ทุกอย่างมันคือ ‘หนี้’ ทั้งหมด” พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า เด็กฝึกหัดทุกคนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตัวเอง ตั้งแต่ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเรียน ค่าหอพัก ในบางครั้งค่าใช้จ่ายพวกนั้นยังรวมไปถึง ‘ค่าธรรมเนียม (ที่ต้องจ่ายให้กับ) ผู้จัดการด้วย’ (โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐานของผู้จัดการ)

 

นอกจากนี้แล้ว ‘ฮานึล’ ยังได้เปิดเผยอีกด้วยว่า แม้จะได้รับโอกาสในการเดบิวต์แล้วก็ตาม แต่สำหรับไอดอลส่วนใหญ่ การได้รับเงินเดือน (หลังการทำกิจกรรม) จากทางต้นสังกัดนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยอีกด้วย โดยในกรณีนี้ ‘ฮานึล’ ได้ยกตัวอย่างในเคสของเพื่อนคนหนึ่งของเธอว่า เพื่อนคนนั้นของเธอเป็นเด็กฝึกหัดที่ทั้งขยัน อดทน และกระตือรือร้นในการพัฒนาตัวเองมาก ๆ แต่สุดท้ายแล้วหลังจากที่ได้รับโอกาสในการเดบิวต์ เพื่อนของเธอก็ยังประสบกับปัญหาด้านการเงิน ที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 

 

“คุณจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อคุณโด่งดัง หรือได้รับความนิยมจากสาธารณะชนเท่านั้น – เพื่อนคนหนึ่งของฉันเป็นไอดอล เธอเดบิวต์มา 4 กว่าปีแล้ว แต่จนทุกวันนี้ เธอก็ยังไม่ได้รับเงินเลยสักแดงเดียว” – บิน ฮานึล

 

ด้วยเหตุนั้นเอง ‘ฮานึล’ จึงได้เสริมอีกว่า มันสำคัญมากขนาดไหนที่เหล่าบรรดาเด็กฝึกหัดทุกคนจะต้องตระหนัก และทำความเข้าใจในรายละเอียดภายในสัญญาที่ตัวเองต้องเซ็นอย่างถ่องแท้ก่อน 

 

“มันมีค่ายต้นสังกัดมากมายในวงการบันเทิงที่คิดค่าใช้จ่ายในการเรียนแพงมาก ๆ แบบมากเกินความจริง เพราะแบบนั้น ฉันจึงอยากจะฝากถึงทุก ๆ คนที่มีความฝันอยากจะเป็นไอดอล ว่าคุณต้องระวัง และรอบคอบมาก ๆ ในการเซ็นสัญญาทุกครั้งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” – บิน ฮานึล

 

นอกจากนี้แล้ว ‘ฮานึล’ ยังได้แนะนำอีกด้วยว่า มันยังคงมี ‘วิธีการ’ ในการทำให้แน่ใจอยู่ว่าเด็กฝึกหัดจะได้รับข้อสัญญาที่เป็นธรรม และส่งผลดีกับพวกเขามากที่สุด แม้ว่าพวกเขาจะไม่มี หรือไม่สามารถจ้างตัวแทนด้านกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือพวกเขาในการดำเนินเรื่องในส่วนนี้ก็ตามที

 

“ด้วยความสัตย์จริง คุณสามารถเช็ครายละเอียดข้อสัญญาของพวกคุณได้ทางอินเตอร์เน็ต แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือคุณต้องรอบคอบ และทำความเข้าใจทุกรายละเอียดอย่างระมัดระวังที่สุดก่อนทำการเซ็นสัญญา” – บิน ฮานึล

 

เมื่อได้ฟังดังนี้แล้ว การจะได้มาซึ่งโอกาสในการเป็นไอดอลนั้นทั้งยากเย็น และเต็มไปด้วยปัญหามากมายที่ต้องเผชิญ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญนอกเหนือไปจากความพยายามแล้ว ก็คือ ‘ความรอบคอบ’ ที่เด็กฝึกหัดทุกคนจะต้องพึ่งระลึกไว้อยู่เสมอ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมจากค่ายต้นสังกัด ที่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้คำนึงถึงเด็กฝึกหัดมากเท่าไหร่นัก 


.



Latest