Home >Movies Preview > Sayew
 
 
Quick menu ::>>
-------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็น   
:: Trailer
 
 
 
:: Music Video
>> None
::>>Still Cut
 
 
 
:: Sayew
นักแสดง : พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์, นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล, อานนท์ สายแสงจันทร์, นิรุธ วิจิตรวงศ์เจริญ, จุฑารัตน์ อัตถากร
ผู้กำกับ : คงเดช จาตุรันต์รัศมี, เกียรติ ศงสนันทน์
จัดจำหน่ายโดย : มงคลภาพยนตร์
เขียนบท : คงเดช จาตุรันต์รัศมี, เกียรติ ศงสนันทน์
แนว : ตลก , ชีวิต
เวบไซต์: www.sayewthemovie.com

ปี พ.ศ.2535 ปีสุดท้ายแห่งยุคทองของนิตยสารปลุกใจเสือป่าระดับมวลชน และปีแห่งความผันผวนปรวนแปรทางการเมือง
เต่า สาวห้าวทอมบอย นักศึกษาคณะอักษรฯ เธออาศัยอยู่กับป้า ซึ่งเปิดร้านขายอาหารใต้อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยมี จ้อน ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มติ๋มๆ ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์เดียวกันเป็นเพื่อนสนิท นอกจากนี้เต่ายังหลงรักน้องหมวยนักศึกษาสาวสวยรุ่นน้องผู้มากด้วยเสน่ห์และจริตอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเต๋าหารายได้พิเศษลับๆโดยการรับจ้างเขียนเรื่องสั้นประสบการณ์ทางเพศให้กับนิตยสารปลุกใจเสือป่าที่ชื่อสยิว ซึ่งบริหารงานโดยเฮียกังฟู บรรณาธิการผู้คร่ำหวอดในวงการและมีอุดมการณ์อันสูงส่ง


แต่การณ์กลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อสถานการณ์ของตลาดกำลังเปลี่ยนไป ผู้อ่านกำลังต้องการเรื่องที่มีสำนวนและเนื้อหาโจ๋งครึ่มมากขึ้น เต่าได้รับการเรียกร้องจากเฮียกังฟูให้เปลี่ยนสำนวนและเนื้อหาของเธอให้เข้ากับตลาด แถมเธอยังต้องพบกับคู่ปรับคนสำคัญ ซึ่งเป็นนักเขียนหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงที่มีสำนวนโจ๋งครึ่มเนื้อหาวิตถารสะใจผู้อ่าน จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เขามีชื่อว่าหนุ่มพลังม้า


เต่าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเขียนเรื่องที่จริงๆ แล้วเธอเองก็ยังไม่มีประสบการณ์ เส้นทางการผจญภัยของเต่าที่ว่าด้วยจินตนาการทางเพศจึงเริ่มสาหัสขึ้น เธอเริ่มหยิบยืมเรื่องราวของผู้คนรอบข้างในชีวิตเธอ ชาวบ้านบริเวณอพาร์ทเมนท์ต่างถูกจินตนาการของเธอสร้างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพี่แดงสาวทรงมโหระทึก คุณนายช้อยผู้แสนเปลี่ยวข้างอพาร์ทเมนท์ พันธ์และก้อยพี่เขยน้องเมียอารมณ์กรุ่น
แต่จนแล้วจนรอด ผลงานของเธอก็ยังไม่เข้าเป้าที่เฮียกังฟูต้องการ ปัญหาต่างๆที่รุมล้อมเต่าเริ่มเขม็งเกลียวเข้ามามากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องงานเขียนของเธอ วิทยานิพนธ์ซึ่งกำลังมีทีท่าว่าจะไปไม่รอด น้องหมวยซึ่งกำลังมีเด็กหนุ่มต่างคณะมาติดพัน และที่สำคัญที่สุดคือการถูกท้าทายและคุกคามจากหนุ่มพลังม้า


เต่าพยายามต่อไปอีกครั้ง โดยการไปขอคำปรึกษากับลุงหมอนักเขียนคนหนึ่งในกองบก. เต่าพยายามเลียบเคียงถามในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ ลุงหมอตอบเพียงว่าหน้าที่ของนักเขียนนั้นมีเพื่อเติมเต็มสิ่งที่คนอ่านขาดหายไป ส่วนเรื่องของประสบการณ์เมื่อถึงเวลาแล้วเต่าจะรู้เอง เต่ายังคงไม่เข้าใจสิ่งที่ลุงบอกเท่าไรนัก
เวลาเส้นตายที่เหลือเพียงน้อยนิด ทำให้โลกในจินตนาการและโลกในความเป็นจริงของเต่า เริ่มหลอมเข้าหากันอย่างชุลมุนวุ่นวาย และเต่าก็ตัดสินใจโดดเข้าสู่สนามที่หนักข้อขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบดูกิจกรรมหนังสดในห้องลึกลับ ที่ทั้งอพาร์ทเมนท์ต่างไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นเจ้าของห้องนี้ การเข้าหาน้องหมวยอย่างเข้าด้ายเข้าเข็ม แต่กลับได้พบว่าน้องหมวยไวไฟไม่สนเพศเสียยิ่งกว่าที่เธอคิด และสุดท้ายเธอตัดสินใจเอาตัวเองเข้าเสี่ยงไปหาหนุ่มพลังม้าถึงรังที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว และอุปกรณ์วิตถารพิศดารพันลึกร้อยแปดของเขาเพื่อแลกกับประสบการณ์จริง!
ผลลัพธ์สุดท้ายเต่าได้พบกับความจริงในชีวิตของเธอจนได้ โดยผู้ให้คำตอบนั้นกับเธอคือจ้อนหนุ่มติ๋มที่อยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลานั่นเอง และนั่นทำให้ผลงานการเขียนและชีวิตของเธอพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ไม่ต่างจากวิถีชีวิตของผู้คนที่กำลังถูกปลอบประโลมด้วยละครทีวีน้ำเน่าอยู่ดีๆ ก็ถูกกระชากความฝันไปด้วยวิถีทางแห่งการเมือง

 

::>>ทำไมถึงเป็นสยิว
หลายคนคงแปลกใจ หากได้รู้ว่า ปรัชญา ปิ่นแก้ว โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ที่ชอบทำหนังแบบไฮ-คอนเซ็ปต์จะฉีกแนวมาทำหนังตลกปนชีวิตแนวใหม่อย่าง "สยิว" เพราะนอกจากจะไม่ไฮ-คอนเซ็ปต์ตามสูตรแล้ว ยังเป็นหนังที่บางคนอาจจะมองเห็นว่าเป็นหนังนอกกระแสบ้าง หนังอินดี้บ้าง หรือบางคนอาจเรียกมันว่า "หนังอาร์ต" ด้วยซ้ำ!

เพราะอะไร? ทำไม? ปรัชญา ปิ่นแก้ว จึงสนใจที่จะทำหนังเรื่อง "สยิว" ขึ้นมา!!! "ส่วนใหญ่ผมจำทำหนังไฮ-คอนเซ็ปต์แต่หนังอย่าง "สยิว" นี่เป็นหนังที่ดูได้แต่ไม่คิดจะทำหรอกแต่พออ่านบทแล้ว มันน่าทำมากเลย" ปรัชญา กล่าว ...ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2541 นิตยสารซีเนแมกได้จัดโครงการประกวดบทภาพยนตร์ขนาดสั้นที่มีชื่อว่า โครงการส่งฝันสู่ฟิล์ม คุณประไพพรรณ เหล่ายนตร์ บรรณาธิการได้อ่านบทหนังสั่นเรื่อง "สยิว" ที่ส่งเข้ามาประกวดก็เคยมีความคิดที่จะซื้อเรื่องนี้มาทำเป็นบทหนังยาว และหาผู้กำกับหนังสักคนมาทำ แต่สุดท้ายโปรเจกต์นี้ก็หยุดไป

กระทั่งเดือน กันยายน 2542 "ดิฉันได้มีโอกาสดูหนังสั้นเรื่อง "เจ๊ง" ของคงเดชและ และเกียรติ ซึ่งส่งเข้าประกวดและได้รางวัลชมเชยจากมูลนิธิหนังไทยรู้สึกชอบมาก เห็นได้ชัดว่าทั้งสองมีไสตล์การกำกับที่เป็นตัวของตัวเองและมีบางอย่างใกล้เคียงกับภาพ ของ "สยิว" ที่เคยคิดเอาไว้ เลยปิ๊งขึ้นมาทันที่ว่า 2 คนนี้แหล่ะ จะต้องเป็นผู้กำกับหนังเรื่อง "สยิว" และเขาก็ควรจะเขียนบทหนังเรื่องนี้เป็นหนังยาวอีกครั้งด้วยตัวเองดิฉันจึงกลับไปคุยกับพวกเขาและบอกว่ามาทำหนังเรื่อง "สยิว" กันเถอะ" ศิวาภรณ์ กล่าว
ต้นปี 2543 คงเดช และเกียรติ เริ่มดำเนินการทำหนังเรื่องยาวของ "สยิว" ขึ้นมาอย่างจริงจังโดยที่ ศิวาภรณ์ ตั้งใจไว้ว่า จะนำบทหนังและผู้กำกับคู่นี้ไปเสนอ โปรเจกต์กับค่ายหนังของไทย "พวกเรามีการปรึกษาประชุมเรื่องบทหนังเรื่องนี้กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และพอคงเดชกับเกียรติกลับไปทำทรีตเมนต์อีกครั้ง พวกเขาก็ค้นพบไอเดียใหม่ๆ มากมายสำหรับหนังเรื่องนี้ ซึ่งมันไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองเป็นทอมบอยเลยพยายามเป็นนักเขียนเรื่องโป๊ แต่มันได้กลายเป็นหนังสะท้อนสังคมกลายๆ โดยใช้วงการหนังสือโป๊ใต้ดินเป็นศูนย์กลางในการสะท้อนภาพรวมของสังคมในยุคปี 35 ซึ่งเป็นยุคทองและยุคสุดท้าย ของหนังสือโป๊ราคาถูกแบบนี้พอดี... ฟังดูหนังซีเรียสนะ แต่ไม่เลยเป็นบทหนึ่งที่ตลกมาก" ศิวาภรณ์ กล่าว
เมื่อบทหนังเรื่องนี้เขียนเสร็จขึ้นสมบูรณ์ก็ถูส่งไปให้หลายคนคอมเมนต์ไม่ว่าจะเป็นนักวิจารณ์อย่างประชา สุวีรานนท์ หรือ เป็นเอก รัตนเรือง และอีกหลายท่านซึ่งทุกคน ต่างชื่นชอบกับบทหนังเรื่องนี้ด้วยกันทั้งนั้นแต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่แน่ใจก็คือ บทหนังแบบนี้ยากมากที่จะกลายเป็นหนังไทย ด้วนความที่มันไม่ใช่บทหนังแบบสูตรสำเร็จ ที่เคยสร้างกันมา
กลางปี 2543 ปรัชญา ปิ่นแก้ว ก็ได้โคจรมาพบกับ ก็ได้โคจรมาพบกับโปรเจกต์ "สยิว" ปรัชญา กล่าวว่า "ตอนนั้นคุณศิวาภรณ์นำงานมาเสนอบอกว่ามีงานชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ บทน่ารักเลยน่ะ ผมสนใจมั้ย ซึ่งปกติผมก็มีคนเอางานมาคุยกับผมอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่รายนี้มาแบบแปลกๆ เขาคงคิดมาเหมือนกันก่อนจะมาคุยกับเรา แล้วก็รู้สึกว่าคงใช่แล้วละว่ามาคุยกับเราน่ะ เราน่าจะ get กับโปรเจ็กต์นี้ เพราะว่าโปรเจ็กต์นี้มันต้องอาศัยมุมมองบางอย่างที่จะเข้าใจมันแล้วคุณศิวาภรณ์ก็เสนอ เงื่อนไขหลายอย่าง เช่น หนังเรื่องนี้ต้องกำกับโดยผู้กำกับ 2 คนนี้เท่านั้น เราก็อยากจะลองอ่าน เออ ต้องมีอะไรที่เด็ดๆ แน่คล้ายกับว่ามันไม่ธรรมดา ซึ่งพออ่านแล้ว ก็เห็นอะไรบางอย่าง"


"ข้อแรกสะดุดตาตรงชื่อเรื่องก่อน "สยิว" อุ๊ยหนังจะเป็นไงถึงแม้ว่า.... ชื่อมันชวนให้คิดไปทางหนังอาร์ หนังโป๊ แต่ดูจากเครดิตผู้กำกับหรือว่าคุณศิวาภรณ์ ก็คิดว่า มันไม่มีทางเป็นหนังแนวโลว์แน่นอน ซึ่งพออ่านแล้วสนุกตรงการเล่าเรื่อง มุมมองที่เขาพูดถึง ถ้าเล่าไม่ดี มันก็อาจจะไม่สนุกเลยแต่ว่าเรื่องนี้ทำได้สนุกดี มีความน่าสนใจ ตลอด อ่านบทรวดเดียวจบเลยน่ะครับ"
"อ่านตอนนั้นไม่คิดว่าจะหาทุนได้ง่ายๆ แต่ว่าได้บอกกับทางทีมผกก. เละคุณศิวาภรณ์ไปแล้วว่าต้องใช้เวลานะไม่รู้เมื่อไหร่ แต่อยากทำมากเลยพูดจริงๆ ด้วย ไม่ได้เอาใจรู้สึกจะบอกไปด้วยว่า ถ้าไม่อยากทำจะคืนเรื่องให้ทันทีเลยแต่ให้คำตอบไม่ได้ว่าจะได้เงินทุนเมื่อไหร่ ตอนนั้นผมยังอยู่ที่แกรมมี่ฯ ก็บอกไปเลยว่า หนังแบบนี้แกรมมี่ฯ คงไม่ทำแน่นอน จะลองหาที่อื่นและช่วงนั้นหนังไทยยังไม่ตูมตามเหมือนทุกวันนี้ นึกไม่ถึงว่าหลังจากนั้นปีสองปีผ่านมา ภาพรวม หรือบรรยากาศวงการหนังในเมืองไทยมันเปลี่ยนไปเยอะ สิ่งที่คนนึกไม่ถึงว่าจะเกิด มันก็เกิดในช่วงปีสองปีนี่ ภาพหนังไทยพลิกเลยทำให้รู้สึกว่าโปรเจกต์หนังอย่าง "สยิว" นี่มีโอกาสเกิดแน่นอน" ปรัชญา กล่าว


หลังจากที่ปรัชญา ปิ่นแก้ว ทำหนังให้ บริษัทสหมงคงฟิล์มมาแล้วหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งล้วนแต่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ไม่ว่าจะเป็น "ปอบหวีดสยอง", "มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟเอ็ม", "7 ประจัญบาน" ถึงเวลานี้ ปรัชญา จึงมั่นใจที่จะนำหนังเรื่องนี้เข้าเสนอกับทางสหมงคลฟิล์ม บทดีอย่างเดียวไม่พอ ผู้กำกับต้องมีมุมมองที่น่าสนใจด้วย ทำไม ปรัชญา จึงเชื่อมั่นในผู้กำกับใหม่คู่นี้? ปรัชญาเล่าว่า "ตอนนี้คุณศิวาภรณ์มาเสนอโปรเจ็กต์ได้บอกว่า ผู้กำกับสองคนนี้เคยทำหนังสั้นมาก่อน และได้รับรางวัลชมเชย ชื่อเรื่อง "เจ๊ง" ก็เลยขอดูหน่อย พอได้ดูผมจะมองในแง่โปรดักชั่น และการเล่าเรื่อง ซึ่งการเล่าเรื่องก็ได้นะแล้วก็เล่าเหมือนหนัง "สยิว" เหมือนกัน" ส่วนศิวาภรณ์มองว่า "ตอนที่ดูหนงสั้นเรื่อง "เจ๊ง" ของพวกเขา รู้สึกชอบมาก แม้ว่าโปรดักชั่นจะถูกมาก แต่ว่าเขาก็สามารถทำออกมาได้ดี เป็นหนังทีมีสไตล์ของตัวเองชัดเจนมาก ที่สำคัญก็คือ มันตลกมากๆ ด้วย แถมยังเป็นตลกในรสชาติแบบที่ไม่เคยปรากฏในหนังไทยมาก่อน เราอยากให้หนังไทยมีหนังแบบนี้บ้าง และอยากให้สองคนนี้ได้แสดงฝีมือจริงๆ ดิฉันเชื่อว่าพวกเขาทำได้ดีแน่ๆ มั่นใจมาก" "ตอนแรกผมไม่ได้คาดหวังกับหนัง "สยิว" มากเท่ากับปัจจุบันนี้พูดตรงๆ ก็คือหนังไทยควรจะมีอย่างนี้บ้างควรจะมีหนังหลายแนว ตอนนั้นคาดหวังว่ามันจะไม่ให้นายทุนเจ็บตัว มันจะได้ไม่ส่งผลต่อหนังแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆ ในเชิงธุรกิจก็อาจจะอยู่ได้นิดหน่อย เชื่อว่างานนี้ทั้ง ผกก. ทั้งโปรดิวเซอร์ เขาอยากจะทำมากกว่าอยากจะได้เงิน เหมือนอยากทำงานศิลปะชิ้นนี้ ซึ่งผมก็หวังเช่นนี้เหมือนกันก็นับว่าหวังตรงกัน แต่พอมาถึงขณะนี้อยู่กับมันมานานยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราหวังน่ะมันอาจจะเล็กไปแล้ว ตอนนี้ก็คาดหวังว่าจะโตกว่านั้น มันอาจจะไม่ใช่หนังทำเงินถล่มทลาย แต่คิดว่าน่าจะเป็นหนังที่ดีมีคนพูดถึง ละก็น่าจับตามองไม่ว่าจะเป็นตรงที่ตัวเรื่องที่หยิบมาพูด มุมหรือประเด็นที่จับมามันแปลก" ปรัชญา กล่าวทิ้งท้าย

::>> สัมภาษณ์ คงเดช จาตุรันต์รัศมี และ เกียรติ ศงสนันทน์ 2 ผู้กำกับหน้าใหม่ของวงการ
ทำไมถึงมากำกับหนังเรื่องนี้ได้ ?

คงเดช : "เริ่มจากว่าเราอยากทำหนัง และก็เริ่มเขียนบท พอมีเวลาว่างก็มาทำบทกันการมีเทศกาลหนังสั้น ก็เป็นโอกาสที่จะได้ทำหนังสั้นส่งเข้าประกวด ในที่สุดเราก็ส่งบทหนังเข้าประกวดที่ซีเนแม็ก ความยาว 15 นาที"

เกียรติ : "เราเขียนไป เราก็คิดว่า 15 นาที แต่ซีเนแม็กบอกว่ายาวเกินไปเขาก็เลยไม่ให้ประกวด แต่เขาก็สนใจในเรื่องนี้แล้วก็ให้พวกผมลองทำเป็นเรื่องย่อขนาดยาวมาให้ดู"

คงเดช : " ตอนนั้นเขาบอกว่าจะทำเป็นหนังฉายทีวี หรืออะไรสักอย่าง เราก็ขยายเป็นทรีตเมนต์ให้มีความยาวแบบ 1 ชม. ตอนนั้นทางซีเนแม็กก็ไม่คิดว่าจะให้เรากำกับเองแค่อยากจะซื้อเรื่องเท่านั้น โดยจะเอาเรื่องไปเขียนบทแล้วจะให้คนอื่นกำกับ"

เกียรติ : "ต่อมาเราก็ทำหนังสั้นเรื่อง "เจ๊ง" ได้รางวัลชมเชย แล้วทีนี้คุณศิวาภรณ์ซึ่งเป็นนักวิจารณ์ของซีเนแม็กสมัยนั้น ก็เลยอยากจะให้เรากำกับเองซะเลยจากบทนี้การที่ได้มาทำหนังเรื่อง "สยิว" นี้ก็มาจากหนังสั้นส่วนหนึ่งและบทหนังสั้นที่ทำกันขึ้นมาส่งประกวดโครงการฝันสู่ฟิล์ม จากนั้นเราก็มาทำบทหนังยาวเรื่อง "สยิว" กันใหม่ ซึ่งเราก็ทำบทและปรึกษากับคุณศิวาภรณ์จนเป็นบทที่โอเค คุณศิวาภรณ์ก็เป็นโปรดิวเซอร์ที่นำเสนอตามนายทุนของบริษัทต่างๆ จนมาเจอ คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว แล้วเขาก็สนใจ"

ไอเดียเรื่อง "สยิว" มาจากไหน

เกียรติ :"มาจากว่านังคุยกันว่าจะทำบทหนังส่งประกวดซีเนแม็กนี่แหละ แล้วก็คุยเรื่องหนังสือโป๊ปลุกใจเสือป่า เราคิดว่าเรื่องสั้นในหนังสือโป๊และประสบการณ์จากทางบ้านที่มันมักจะซ้ำซากแล้วเราก็รู้ว่ามันมาจากกองบก. เขียนกันเอง เราก็คิดต่อไปว่าคนประเภทไหนที่มีเขียนงานประเภทนี้? ถ้าหากคนที่เขียนนั้นเป็นผู้หญิงล่ะ? มันเลยมีเรื่องราว มี conflict ที่น่าสนใจในตัวของมันเอง แล้ว subject เกี่ยวกับหนังสือโป๊ มันก็มีอะไรที่น่าสนใจของมันอยู่ มี culture ของมันเองด้วย"

คงเดช : "แล้วมันก็น่าสนใจดีด้วย ไทยดี แต่ไม่รู้ว่าต่างชาติจะมีแบบนี้กันหรือเปล่า แต่เรารู้สึกว่ามันไท้ไทย มันเป็นเรื่องเซ็กซ์ระดับชาวบ้าน แล้วมันก็สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านด้วยตัวของมันเอง ถ้าไปหาอ่านในหนังสือโป๊ยุคใหม่ มันก็จะไม่มีทางมีแบบนี้"

หนังเรื่องนี้ตัวละครส่วนใหญ่จะมีคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นมากเชื่อแน่ว่า casting จะต้องหินมาก ?

คงเดช : "ครับ ยากมาก ส่วนของตัวละครชาวบ้านเราไม่หนักใจ เราชอบดูคนที่มีบุคลิกที่แปลกออกมา ถึงจะธรรมดาแต่มีอะไรพิเศษ ไม่ว่าจะแปลกทางด้านกายภาพหรือบุคลิก อย่างเต่านี่อยากให้เป็นนักแสดงหน้าใหม่ อยากให้คนดูเชื่อว่าเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ต้องมีคราบดารามาปะไว้ ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะโจทย์ยาก เนื่องจากไม่ใช่ทอมจริง เป็นเด็กผู้หญิงที่ยังไม่ค้นพบจริตของสาว ซึ่งบ่อยครั้งจริตของหญิงจะหลุดออกมาไม่รู้ตัว และเต่าก็พยายามหลีกเลี่ยง พยายามปั้น ดังนั้นเราก็ต้องหาคนที่ยังว่างพอที่จะใส่บุคลิกอะไรลงไปได้ เราได้ น้องผิง พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์ เราไม่ได้เลือกที่หน้าตาหรือว่าเล่นเก่ง เราเลือกที่เราเห็น....เราดูที่หน้าแล้วเห็นว่า เขามีเรื่องราวดี คือบางทีเราเห็นนางแบบหน้าใสที่ถ่ายโฆษณามากมาย แต่เรารู้สึกว่าไม่มีเรื่องราวอยู่ในชีวิตผู้หญิงคนนี้เลยขณะที่ผิงมีหน้าตาที่เป็นแบบนั้นและหน้าเขาก็ชวนมอง เราก็เลยเสี่ยงทั้งที่เขาใหม่ทั้งแท่งก็มาลุยกัน ซึ่งเราก็ได้อะไรที่คาดไม่ถึง ได้อะไรที่เกินจากที่ตัวเองคิด"

เกียรติ : "เขาจะมีวิธีคิดและวิธีการเล่นเป็นของตัวเอง ส่วน หนุ่มพลังม้า เราก็ได้ ปู แบล็กเฮด มา หนุ่มพลังม้าเป็นคนที่ค่อนข้างมีพาวเวอร์ ในบทเดิมหนุ่มหลังม้าจะล่ำ เราก็มองดาราไว้คนหนึ่งแต่ตอนหลังก็มาเจอ ปู แล้วรู้สึกว่า ใช่เลย! เขามีใบหน้าที่มีเอกลักษณ์แล้วเราก็รู้สึกว่าปูตอบโจทย์พวกนี้ได้หมด"
คงเดช : "ต่อมาคือ จ้อน ตอนแรกคิดว่าจะต้องเป็นผอมๆ จ๋องๆ แต่สุดท้ายฝ่ายแคสติ้งเขาตามหาก็มาเจอ ต่อ นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล ซึ่งต่อนี่คาดไม่ถึงเหมือนกัน พอดูวีดีโอแคสติ้งของต่อแล้วรู้สึกสนใจ เราไม่เคยคิดมาก่อน ต่อเขามีบุคลิกที่ตรงกับจ้อนมาก เพราะเขาเรียบร้อย แล้วพอเขาพูดไดอะล็อกของจ้อน เขาจะดูเป็นจ้อนเลย"

คงเดช :"ส่วน เฮียกังฟู นี่สุดท้ายก็หายาก ได้มาคนหลังสุดเลย คือว่า เฮีย นี่เราวาดภาพไว้ว่า จะเป็นคนจีน เป็นบก.ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวมีความซิ่ง มีอายุมาก แต่ก็ซิ่งแบบย้อนยุค ตอนไปดูหนังเรื่อง "มนต์รักทรานซิสเตอร์" เราก็พบว่าบุคลิกแบบนี้ถูกใช้ไปแล้วทีนี้เราก็เลยต้องมาสร้างภาพใหม่เหมือนกัน ที่มันจะแปลกแยกออกมาให้เฮียกังฟูมีความแตกต่างจากคนอื่นเขา ก็มาเจอกับ พี่นิรุธ วิจิตรวงศ์เจริญ ซึ่งก็เป็นคนที่มีอายุแบบมีไฟ"

เกียรติ : "ส่วนบท หมอชไมพร ในหนังสือประเภทนี้ทุกยี่ห้อ ก็จะมีหมอสาวตอบปัญหาทางเพศ และตอบด้วยสำนวนฉอเลาะ ในหนังเราก็จะมีซีเควนซ์หนึ่งที่พูดถึงคนมีปัญหาทางเพศ และก็เขียนจม.มาปรึกษาหมอเลย เราต้องการให้เห็นภาพหมอเซ็กซี่ในจินตนาการมาปรากฏตัวร่วมกับบุคคลที่มีปัญหาเหล่านั้น ตอนแรกก็มองหาผู้หญิงเซ็กซี่สักคน เรานึกถึงดาราเซ็กซี่ในยุค ปีพ.ศ. 2535 แต่พอมาเจอ หมออ้อย จุฑารัตน์ อัตถากร รู้สึกว่าโป๊ะเชะเลย แล้วเขาก็มีความเซ็กซี่แบบน่ารัก เราก็เลือกเลย"

::>>ตัวละครในสยิว

พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์ เป็น เต่า


เด็กสาวช่างฝันที่คิดว่าตัวเองเท่ เก๋ และเป็นทอม มีความสามารถอย่าล้นเหลือ เพราะรับจ้างเขียนเรื่อง "อย่างว่า" ให้กับนิตยสาร "สยิว" แต่ด้วยความที่เต่า เป็นหญิงสาวอ่อนหัดที่ขาด "ประสบการณ์ตรง" ทำให้ "อย่างว่า" ที่เธอคิดว่าดีแล้วเป็นเพียงสวรรค์ชั้นหนึ่งของผู้อ่านเท่านั้น กระทั้งเธอได้พบว่า เธอกำลังมีคู่แข่งเป็นนักเขียนหน้าใหม่มาแรงสำนวนถึงลูกถึงคน ทำให้อาชีพการงานของเธอเริ่มสั่นคลอน
วิธีการเล่นของผิงคือ จินตนาการเหมือนกับอ่านหนังสือ อ่านแล้วใช้คำในหนังสือ คิดออกมาเป็นภาพคนๆหนึ่ง มีการซ้อมกับตัวเองก่อน เล่นกับเพื่อนๆ ทำเป็นเดินให้เพื่อนดู เล่นเป็นตลกไปเลย จะให้มันเป็นธรรมชาติ ไม่อยากมานั่งฝึกก่อน ตอนแรกที่ผิงอ่านบทเรื่องนี้รู้สึกว่ามันแตกต่าง แตกต่างจากหนังที่เคยดูมา
*เสียงของเต่าในช่วงต้นเรื่อง ให้เสียงโดย ธนชัย อุชชิน (ป๊อด โมเดิร์นด็อก)

นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล เป็นจ้อน


หนุ่มน้อยเพื่อนสนิทของเต่า ซึ่งอาศัยร่วมอพาร์ทเม้นท์ ชายคาเดียวกับเต่า จ้อนคุ้นเคยกับเรื่องทางธรรมเป็นอย่างดี เพราะเคยเป็นเด็กวัดมาก่อน ดังนั้นในสายตาของเต่า จ้อนจึงเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความจืดชืด ไม่มีอะไรเร้าใจหรือน่าตื่นเต้น ซึ่งขัดแย้งกับบุคลิกของเต่าชนิดที่เรียกว่าสุดขั้วเลยทีเดียว
จ้อนสอบเปรียญจนเข้ามหาวิทยาลัยได้ เขาอาจจะดูเป็นคนธรรมมะ ธรรมโม แต่ผมว่าเขาอบอุ่น พอสมควรเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พรีเซนต์อีกมุมหนึ่ง ด้วยท่าทางมึนๆของเรา มันอาจจะดูขำๆออกมา มันคือดราม่าฮะ ก็คือขำนะ แล้วคาแรกเตอร์ของตัวละครหลายๆ ตัวก็ออกแนวขำๆ ไม่ว่าจะเป็นเฮียกังฟู พี่ปูแบล็กเฮด คาร์แรกเตอร์แบบนี้ผมไม่เคยเล่นมาก่อนเลยครับ ก็จะเป็นตัวละครที่จริงๆจังมากด้วยแล้วก็ตลกด้วย


อานนท์ สายแสงจันทร์ ( ปู แบล็กเฮด ) เป็น หนุ่ม

หนุ่มเป็นนักเขียนในกองบรรณาธิการ ที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในหมู่นักอ่าน เพราะสำนวนเผ็ดร้อน จัดจ้าน ถึงพริกถึงขิง ว่ากันจะๆ แบบไม่บันยะบันยัง หนุ่มใช้นามปากกาว่า "หนุ่มพลังม้า" เพียงแค่นี้ก็คงนึกภาพออกว่า งานของเขา จะโขยกอารมณ์คนอ่าน ให้มันซาบซ่านส์ส์ส์ส์ ได้ขนาดไหน
บทหนุ่มพลังม้า เป็นคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ ชอบค้นหา ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ถ้าอยากรู้อะไรก็จะทดลองด้วยตัวเอง การแสดงออกของเขาจะดูแอ็กอาร์ต น่าหมั่นไส้ ในเรื่องก็จะประโยคที่มาจากเพลง มนุษย์ค้างคาว อยู่ในหนังด้วย เพราะยุคนั้นเพลงนี้กำลังฮิต ตรงกับสไตล์ของหนังพอดี เพราะเป็นฮีโร่ของตัวละครตัวนี้

นิรุธ วิจิตรวงศ์เจริญ เป็น เฮียกังฟู

"เฮีย" เป็นบรรณาธิการหนังสือ "สยิว " ผู้เต็มไปด้วยอุดมการณ์ในการทำหนังสือโป๊ใต้ดิน โดยมุ่งหวังให้ครอบครัวของชาวไทยอยู่กันอย่างผาสุกในครัวเรือน
ในการแสดงของผมคล้ายกับในชีวิตจริงอยู่บ้าง ตัวเฮียกังฟูเท่าที่แสดงมา จะเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง รักเพื่อนร่วมงาน และรักงานหนังสือที่ทำอยู่ ดูเหมือนเป็นอุดมการณ์ด้วยคืออยากให้คนอ่านแล้วมีความสุข สังคม ประเพณี และวัฒนธรรมในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ขอบเขตของการรับรู้มีจำกัด ทำให้เรื่องราวแบบนี้ในบ้านเรามองเป็นเรื่องน่าอับอาย ไม่ควรเอามาพูดกัน


จุฑารัตน์ อัตถากร (หมออ้อย) เป็น หมอชไมพร

หมอชไมพร หมอสาวที่รับหน้าที่ตอบปัญหาให้กับผู้อ่าน ที่มีข้อข้องใจ ไขขานทางด้านเซ็กส์ เธอมีลีลาร้อนแรง และบำบัดสำนวนในการตอบปัญหาของผู้อ่าน ดังนั้นผู้อ่านจึงจินตนาการตัวหมชไมพรตามบุคลิกที่ปรากฏออกมาทางตัวหนังสือนั่นเอง
ดิฉันเล่นเป็นหมอในจินตนาการ ไม่ใช่ภาพจริง เป็นหมอที่ตอบปัญหาทางเพศ หนังเรื่อง "สยิว" เป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกในชีวิต เป็นหนังใหญ่เรื่องแรก ก่อนแสดงก็ได้เรียนแอกติ้งไป 2 ครั้ง ชุดที่ใส่ก็มีการเสริมนิดหน่อย เพื่อให้ตนเองแลดูเซ็กซี่มากขึ้น

 
 
::>>Poster

 

>> poster 1
>> poster 2
:: Screensaver
>> None
:: Wallpaper


>> Wallpaper 1
>> Wallpaper 2
>> Wallpaper 3
>> Wallpaper 4
>> Wallpaper 5
>> Wallpaper 6

 
 
 
contact webmaster
 
popcornfor2@hotmail.com
..............:::: Home | Movies | What's News | Flash | Download | Stars | Webboard