|
ฟันธง : Bridget Jones 2 : จ้ำม่ำคืนบัลลังค์
ุดูเหมือนว่าจะเป็นธรรมเนียมไปเสียแล้วสำหรับวงการ(คนดู)หนังบ้านเรา
ที่เมื่อใกล้สิ้นปีจะต้องมีหนังโรแมนติกออกแนวชื่นชูใจ ให้กำลังใจ
และที่สำคัญคือต้องมีกลิ่นไอของประเทศอังกฤษ(ไม่ว่าผู้สร้างจะเป็นคนอังกฤษแท้ๆ
หรืออเมริกันจำแลงก็ตามที) นับจากปีที่แล้วกับเรื่อง Love Actually
ที่ยังตรึงใจมาจนเดี๋ยวนี้ และในปีนี้เราก็ได้รับ ของขวัญ อีกครั้ง
แต่ปีนี้มาในนามของซานต้าสาวตัวอ้วนที่ชื่อว่า Bridget Jones
Bridget Jones : The Edge of Reason เดินเรื่องเกาะติดต่อจากภาคแรกอย่างเหนียวแน่น
โดยที่สาว อวบระยะสุดท้ายของเราคนนี้กำลังมีชีวิตอยู่ในช่วงต่อจากที่นิทานส่วนใหญ่ลงท้ายกัน
นั่นคือ แล้วพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป
แต่ด้วยต่อมป่วนที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของ
น้องตุ้ย(นุ้ย) ดังนั้น มีหรือที่เธอจะได้มีชีวิตอย่างราบรื่นสมใจ
ครึ่งเรื่องแรกเราจะยังเห็น Bridget ที่เราคุ้นเคย เธอจริงใจ เธอทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง
เธอใจร้อน เธอไม่มีเหตุผล และที่น่าจะติดใจแฟนๆ มากที่สุดก็คือ
เธอยังคงรักษาระดับความหื่นไว้ได้เต็มเปี่ยม แต่กระนั้น ด้วยความที่ตัวบทดูเหมือน
ไม่มีอะไรจะเล่น ก็เลยจับนั่นมาผสมนี่ สร้างเหตุการณ์ที่มีแต่คนดวงซวยสุดๆ
จริงๆ เท่านั้นจะพบเจอได้ ถามว่า สนุกมั้ย?....ก็สนุกดีนะ แต่ว่า
มันไม่ลงตัวและขาดความคลาสสิคเหมือนภาคแรกเท่านั้นเอง
พูดกันตรงๆ แล้วโดยไม่เกี่ยวความชอบส่วนตัว ก็คงต้องบอกว่าแม้มันจะนำมาซึ่งรอยยิ้มเช่นเดิม
แต่ตัวหนังเองกลับไม่แข็งพอที่จะเทียบระดับกับภาคแรกได้เลยในแทบทุกๆ
ด้าน แต่ก็นั่นแหละ ถ้าใครมาถามผมๆ ก็คงจะบอกว่า แล้วไงละพี่?
ผมไม่แคร์หรอกถ้ามันจะห่วย หรือมันจะไม่คลาสสิคอภิมหาอำมตะเหมือนภาคแรกอ่ะนะ
ผมดูแล้วสนุก มีความสุข และมันทำให้ผม จี๊ดในใจ ได้ก็แล้วกัน
Renee Zellweger กลับมาอีกครั้งกับบทที่น่าจะเรียกได้ว่า
เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ จริงๆ Renee ยังคงรักษาระดับของความทุ่มเทกับบทสาวอังกฤษก้นบานคนนี้ไว้อย่างแน่นเหนียว
ทั้งด้านรูปร่างภายนอกและความห่ามแสนซนภายในตัวละครที่เธอนำเสนอ
จุดที่ทำให้ผมระลึกได้ว่า Renee เธอเล่นได้ดีและเข้าถึงตัวละครได้ดีมากจนเผื่อแผ่มายังผู้ชมได้เลย
คงเป็นช่วงท้ายของหนังที่ Mark มาเยี่ยมเธอที่คุก และพูดประโยคๆ
หนึ่งออกมาซึ่งทำให้ผมหน้าชาและนั่ง อึ้ง ไปครู่หนึ่งเลย..และมานึกได้ว่า..เฮ้ย..
ผมไม่ใช่ Bridget นี่หว่า....
แน่นอนสำหรับสาวๆ กับ Mark Darcy ชายในฝันของสาวในโลกนี้และโลกหน้า
กับการแสดงที่ ทื่อๆ แต่ โคดน่ารัก ของ Colin Firth และคงขาดไม่ได้กับบท
ไอ้แสบ Danielของ Hugh Grants ที่ดูร่วงโรยจนน่าตกใจ (แม้จะยังเห็นร่องรอยของความน่ารักระคนอยู่มากก็ตาม)
แต่เขาก็ดูจะสนุกกับการเล่นเป็น ชายนิสัยแมว ได้ไม่เปลี่ยนแปลง
หากใครที่ปลื้มกับภาคแรกมากๆ ก็ขอฟันธงไปเลยว่า
คุณจะต้องชอบภาคต่อนี้ไปด้วยค่อนข้างแน่นอน ทั้งมุขตลกน่ารักน่าชังที่จะทำให้คุณหัวเราะร่าได้หลายต่อหลายฉาก
จนผมแทบนึกไม่ออกเลยว่ามีช่วงใดในหนังที่ปล่อย มุขแป๊ก ออกมาบ้างหรือไม่
หรือมุขโรแมนติกที่แม้แต่ผมเป็นชายแท้ๆ ยังนั่งดูด้วยใจ ระทวย
กับความแสนดีของพ่อ Mark Darcy คนนี้ (และไม่ลังเลเลยที่จะขอยืม
มุขป้อสาว ของเขาไปใช้)
สำหรับสาวๆ คงไม่มีปัญหาที่เธอๆ จะเข้าไปชม Bridget
Jones 2 ได้อย่างสนุกสนานสำเริงใจและเดินออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่สิ่งที่ทำให้ผมห่วง
(ทั้งตัวเองและท่านชายอื่นๆ) คือคุณเธอๆ คงจะไม่ได้เดินออกมาจากโรงพร้อมรอยยิ้มเพียงอย่างเดียวแน่ๆ
เพราะผมมั่นใจมากว่าอีกสิ่งหนึ่งที่เธอจะพกติดออกมาจากโรงด้วยคือ
มาตรฐานการเอาใจระดับสูงในแบบฉบับของ Mark Darcy นั่นเอง....คงพูดได้คำเดียวว่า
ตัวใครตัวมันละครับ ท่านชาย (ที่มีแฟนแล้ว) ทั้งหลาย
แม้ตัวบทภาพยนตร์จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง จงใจอบอุ่นเกินไปนิด
ขายเพลงมากเกินไปหน่อย (แต่ยืนยันว่า เพราะทุกเพลง และ อยู่ถูกที่ถูกทางอย่างแรง)
แต่ด้วยบรรยากาศของเทศกาลแห่งการฉลองแบบนี้ กับความน่ารักมหาศาล
ความอบอุ่นเหลือแสน และความจี๊ดชนิดที่ลงไปนอนดิ้นได้ทันที ผมไม่เกี่ยงงอนเลยที่จะบอกว่า
นีอุงลองแล้ว เยี่ยม!! ครับ
|