บริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล
จำกัด
" ท้าทายคุณสู่ ความโดดเด่น ในสิ่งที่แตกต่าง "
กับโครงการ
Oscar Film exclusive
27 รางวัล จาก 24 สถาบัน
One of the best pictures of the year !
โซเฟีย คอปโปล่า ( TheVirgin Suicides
) กับ ผลงานการกำกับ
3 รางวัลลูกโลกทองคำปี 2004
และ
ถูกเสนอชื่อเข้าชิง 4 รางวัลออสการ์
12 March 2004 .... Exclusive at ....
SFX Emporium .. LIDO Mutliplex ..
.... and.. MAJOR Ratchayothin ...
Bob is an actor , Bob is Lost
Bob doesn't speak the language
Sometimes you have to go halfway around
the world to come full circle ....
" บางเวลา .. มิตรภาพอาจก่อเกิดได้ง่ายกว่าที่คิด
" - Lost In Translation
ภาพยนตร์ที่เปลี่ยวเหงาแต่ทว่าอบอุ่นมากที่สุดของปี .....
ในปี 1999 โซเฟีย คอปโปล่า ได้ทำให้
The Virgin Suicides หนังวัยรุ่นที่เหงาจับหัวใจที่นำแสดงโดย
คริสเทน ดันส์ กลายเป็นภาพยนตร์ขวัญใจนักวิจารณ์มาแล้ว ความสำเร็จในครั้งนั้นเกิดขึ้นพร้อม
ๆ กับข้อครหาที่ว่า มันเป็นความสำเร็จที่โรยด้วยความเป็นลูกสาวของผู้กำกับคนดังอย่าง
ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา
แต่หลังจากที่หายไปนานเกือบ 3 ปี โซเฟีย คอปโปล่า กลับมาพร้อมกับผลงานชิ้นที่
2 ของเธอ Lost In Translation ที่เปิดตัวออกฉายครั้งแรกในอเมริกาเมื่อวันที่
29 สิงหาคม 2003 และทำให้เกิดกระแสความคลั่งไคล้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นอย่างเงียบ
ๆ จนทำให้ Lost In Translation กลายเป็นภาพยนตร์ที่จับหัวใจนักวิจารณ์และผู้ชมทุกคนที่ได้ดู
จนล่าสุดสามารถคว้าตำแหน่งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก 3 สถาบันในเวที
NYFCO ( The New York Film Critics Online ) , San Francico
Film Critics Circle และ Toronto Film Critics Association Awards
Lost In Translation เปิดฉากด้วยความเวิ้งว้างของคนแปลกหน้า
2 คนที่อยู่กลางมหานคร โตเกียว ความรู้สึกที่มุ่งตรงสู่คำโปรยของหนังที่ว่า
Everyone wants to be found : ทุกๆ คนต้องการที่จะถูกค้นพบ
ชาร์ลอต ( สกาเลต โยฮันสัน ) นางเอกของเรื่องดอกเตอร์เจ้าของปริญญาเอกด้านปรัชญา
มาโตเกียวในฐานะผู้ติดตามของสามีที่มาถ่ายภาพงานโฆษณาชิ้นสำคัญ
ในขณะที่ บ็อบ แฮร์ริส ( บิล เมอร์เร่ย์ ) พระเอกของเรื่องคือดาราชื่อดังที่กำลังตกอับในอเมริกา
บ็อบเดินทางมาโตเกียวเพื่อถ่ายโฆษณาวิสกี้เพื่อรับค่าจ้างก้อนโต
ที่โตเกียว
บ็อบ ต้องยอมทำทุกอย่างแม้แต่การแสดงท่าทางตลก ๆ ไร้สาระตามรายการเกมส์โชว์
ๆ ต่าง ...
สิ่ง ๆ หนึ่งที่เชื่อมต่อความรู้สึกระหว่าง บ็อบ และ ชาร์ลอต
เอาไว้ก็คือ
1. ทั้งคู่ต่างโดดเดี่ยวท่ามกลางความวุ่นวาย
2. ทั้งคู่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น
3. ทั้งคู่ต้องการที่จะถูกค้นพบถึงการมีตัวตนของตัวเอง
และในค่ำคืนอันแสนโดดเดี่ยวคืนหนึ่ง ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะออกเที่ยวไปในราตรีที่ต้องมนตร์ขลังของกรุงโตเกียว
วันแล้ววันเล่า .... เพื่อที่จะพบว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้คือสิ่งใด
..
โซเฟีย คอปโปล่า เลือกที่จะใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นฉากหลัง
โดยถ่ายทอดแง่มุมความโรแมนติกผ่านมิตรภาพที่ค่อย ๆ ก่อกำเนิดของตัวละครทั้ง
2 ตัว ท่ามกลางความพลุกพล่านของมหานครอย่างกรุงโตเกียว บทภาพยนตร์ของ
โซเฟีย คอปโปล่า ต้องการที่จะสื่อสารถึงความรู้สึกที่เติมเต็มจากมิตรภาพที่ไร้ซึ่งการคาดหวังระหว่างกันและกันของ
บ็อบ และ ชาร์ลอต ในความรู้สึกที่ถึงแม้ช่วงเวลานั้นจะผ่านเลยไปแต่ร่องรอยทางอารมณ์ยังคงเหลือให้เราได้ซึมซับชั่วนิรันดร์
เหมือนกับที่ บ็อบ พูดกับ ชาร์ลอต ในฉากหนึ่งของเรื่องว่า
ชาร์ลอต : ฉันไม่รู้อีกแล้วว่าตัวเองอยากเป็นอะไร
บ็อบ : แล้วคุณจะมองเห็นมัน
: แต่เหนืออื่นใด คุณต้องรู้ว่าคุณเป็นใคร และต้องการอะไร
โซเฟีย คอปโปล่า สำเร็จการศึกษาสาขา
วิจิตรศิลป์ จากสถาบันศิลปะ California เธอกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในผลงานภาพยนตร์สั้นเรื่อง
Lick the Star ที่เปิดตัวครั้งแรกของโลกในเทศกาลภาพยนตร์นานชาติเมืองเวนิซ
ก่อนที่จะขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับภาพยนตร์จอใหญ่เต็มตัวใน The Virgin
Suicides ( ดัดแปลงมาจากนวนิยายสุดอื้อฉาวของ เจฟฟรี่ ยูจินิเดส
และได้รับเลือกให้ฉายเปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานนส์
)
บทสัมภาษณ์
โซเฟีย คอปโปล่า ผู้กำกับ และ เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Lost In
Translation
Q : ในหนังของคุณ
โซเฟีย มันมักจะพูดถึงประเด็นของ ผู้หญิงกับความมั่นคงทางอารมณ์
แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้การที่คุณได้ทำงานกับชายที่ชื่อ
บิล เมอร์เร่ย์ ทำให้คุณได้ค้นพบอะไรบางอย่างจากตัวเขาบ้างไหม
โซเฟีย คอปโปล่า : ในเรื่องเขาเป็นผู้ชายที่ต้องเผชิญกับวิกฤตของวัยกลางคนในญี่ปุ่นสถานที่
ๆ สร้างความสับสนมาก ๆ สำหรับเขา ชาร์ลอตคือหญิงสาววัย 20 ต้น
ๆ ที่คิดเสมอว่า " ฉันจะต้องทำอะไรบ้างในชีวิตฉัน "
ทั้งคู่เป็นเหมือนชายหญิงที่มีบางสิ่งที่ต่างขั้วกัน แต่มีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวพันพวกเขาเอาไว้
ชาร์ลอต คือหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงาน ในขณะที่ บ็อบ คือผู้ชายที่มองหาบางสิ่งที่ตกหล่นไปในชีวิตไม่เจอ
มิตรภาพระหว่างพวกเขาก่อเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงเวลาที่ตัวละครทั้ง
2 ตัว กำลังเผชิญกับภาวะการพังทลายทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่าย
ๆ เมื่อเราต้องอยู่ในสถานที่ต่างแดน การที่อยู่ไกลบ้าน .. มักจะทำให้อารมณ์ของเราแตกสลายได้ง่าย
ๆ
Q : แรงบันดาลใจในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง
Lost In Translation ได้จากการเดินทางของตัวคุณเองหรือเปล่า
โซเฟีย คอปโปล่า : ตอนที่ฉันอายุประมาณ 20 กลาง ๆ ฉันเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยมาก
ปีหนึ่งประมาณ 6 - 7 ครั้ง ฉันทำเป็นกิจวัตรอย่างนั้นอยู่ประมาณ
2 ปี ตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่นฉันพักที่โรงแรม Park Hyatt Tokyo
ในกรุงโตเกียว รู้ไหมว่าการเป็นคนแปลกหน้าในโตเกียวนั้นการที่คุณไม่สามารถเข้าใจได้ว่าพวกเขาพูดอะไรกัน
สิ่งเหล่านั้นมันทำให้ฉันต้องรู้สึกปั่นป่วนทางอารมณ์ และทบทวนถึงบางอย่างบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางดึก
ฉันรักนักแสดงอย่าง บิล เมอร์เร่ย์ นะ ฉันตกหลุมรักเขาจากหนังอย่าง
Rushmore นั้น ฉันต้องการที่จะเขียนบทหนังที่สะท้อนถึงความรู้สึกภายใจของเขาออกมา
บางอย่างที่ดูน่าขำเมื่อเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เราไม่สามารถจะทำอย่างที่เราต้องการจะเป็นจริง
ๆ ได้
Q : โรงแรม
Park Hyatt Tokyo คือโรงแรมหลักที่คุณใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ใช่ไหม
โซเฟีย คอปโปล่า : ฉันแอบติดใจโรงแรมนี้ แต่ในสมัยที่ฉันพักอยู่ฉันไม่ค่อยมีเงินมากนักเพราะตอนนั้นยังเด็กอยู่มาก
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกได้ตอนที่อยู่ในโรงแรมก็คือ ถึงโตเกียวจะเป็นเมืองที่ดูสับสนวุ่นวาย
แต่มีความเงียบบางอย่างที่ไหลวนอยู่ตรงใจกลางเมือง ๆ นี้ตลอดเวลา
ที่โรงแรมนี้มีทั้ง นิวยอร์กบาร์ และ ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส
แต่ทั้งหมดที่พูดมาถูกสร้างขึ้นมาในสไตล์ญี่ปุ่น
Q : โซเฟีย
คุณคิดบ้างไหมว่ามันคือแรงบันดาลใจแห่งโชคชะตา เมื่อคุณเดินทางไปญี่ปุ่นและเริ่มต้นเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา
โซเฟีย คอปโปล่า : ฉันไม่ได้เขียนบทหนังเรื่องนี้ในญี่ปุ่น ..
แต่ฉันเขียนมันจากความทรงจำของภาพถ่าย สถานที่ส่วนใหญ่ในหนังคือสถานที่ที่สร้างขึ้นจากความทรงจำของฉัน
เพื่อนสนิทของฉันคนหนึ่ง ฉันเรียกเขาว่า ชาร์ลี บราวน์ แต่ชื่อจริง
ๆ ของเขาคือ ฟูมิฮิโระ ฮายาชิ เขาเป็นคนพาฉันไปเที่ยวรอบ ๆ ญี่ปุ่น
ด้วยความที่เขาเป็นเจ้าของนิตยสารแฟชั่นทำให้เขารู้จักอะไรดี
ๆ เยอะ ใน Lost In Translation ผู้ชมจะเห็นชาร์ลีในหนังด้วย
ในเรื่องเขาร้องเพลง God Save the Queen .. บรรยากาศแบบนี้แหละเป็นสิ่งแรกที่ฉันนึกอยากให้มีอยู่ในหนังของฉัน
Q : ภาพยนตร์เรื่องนี้ตลอดทั้งเรื่องถ่ายทำในญี่ปุ่นตลอดทั้งเรื่อง
แต่กลับเลือกใช้ทีมงานเป็นอเมริกันทั้งหมด สำหรับความแตกต่างตรงนี้ในการถ่ายทำภาพยนตร์คงเป็นเหมือนการผจญภัย
... โดยเฉพาะการถ่ายทำภาพยนตร์อิสระที่มีทุนสร้างไม่มากนัก
โซเฟีย คอปโปล่า : มันเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ฉันชอบมากเกี่ยวกับโตเกียวก็คือ
เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกว่าการอยู่ในยุโรป เพราะที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมของคนต่างชาติต่างภาษา
ความแตกต่างเหล่านี้แหละที่ทำให้คุณเรียนรู้เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า
--------------------------------------------------
รายชื่อนักแสดง
บิล เมอร์เร่ย์ รับบท บ็อบ แฮร์ริส
ผลงานการแสดง : บิล เมอร์เร่ย์
คือนักแสดงผู้มากความสามารถที่ได้รับการยอมรับจากทั้งวงการภาพยนตร์นอกกระแสและภาพยนตร์ทุนสูง
ผลงานสร้างชื่อของเขาก็คือ Rushmore ที่ทำให้เขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงสนับสนุนชายยอดเยี่ยมจากเวที
New York Film Critics Circle
National Society of Film Critics , Los Angeles Film Critics
Association และ Independent Spirit Awards โดยเฉพาะเวทีลูกโลกทองคำเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง
2 ครั้งจากภาพยนตร์เรื่อง Rushmore และ Ghostbusters ก่อนที่จะสามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีนี้มาครองได้จากภาพยนตร์เรื่อง
Lost In Translation
เมอร์เร่ย์ เกิดใน ชิคาโก และเริ่มอาชีพสายการแสดงครั้งแรกกับผลงานโชว์ชุด
Saturday Night Live ทางสถานี NBC ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาคว้ารางวัลเอมมี่
อวอร์ด สาขาบทยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จในฐานะผู้เขียนบทร่วม
ก่อนที่เริ่มงานภาพยนตร์อย่างเต็มตัวในผลงานภาพยนตร์เรื่อง Meatballs
, Stripes , Ghostbusters , Caddyshack , Groundhog Day , Where
the Buffalo Roam , Tootsie , The Razor's Edge , Scrooged ,
What About Bob ? , Mad Dog and Glory , Wild Things , Ed Wood
, Kingpin , The man Who Knew Too Little , Cradle Will Rock
, Hamlet , Royal Tenenbaums
นอกจากนั้น บิล เมอร์เร่ย์ อย่างเป็นเจ้าของงานเขียนนวนิยายเรื่อง
Cinderella Story : My Life in Golf
สการ์เลต โยฮันสัน รับบท ชาร์ลอต
โยฮันสันเป็นที่จดจำของผู้ชมจากบทบาทในภาพยนตร์ผลงานการกำกับของ
โรเบริ์ต เรดฟอร์ด เรื่อง The Horse Whisperer ในปี 1998
ก่อนที่จะได้รับรางวัล นักแสดงสนับสนุนฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจากเวที
Toronto Film Critics ในปี 2000 จากภาพยนตร์เรื่อง Ghost World
ผลงานภาพยนตร์
The Perfect Score , Girl with a Pearl Earring , Manny &
Lo , Just Cause , If Lucy Fell , Home Alone 3 , An American
Rhapsody , The Man Who Wasn't There
จิโอบานนี่
ริบิชี่ รับบท จอห์น
ผลงานภาพยนตร์
Clod Mountain , Love's Brother , I Love Your Work , Heaven
, Boiler Room , The Other Sister , First Love , Last Rites
, Saving Private Ryan , Basic , Lost Highway , That Thing
You do , The Virgin Suicides
ทีมงานสร้าง
โซเฟีย คอปโปล่า
กำกับการแสดง/บทภาพยนตร์/ควบคุมการผลิต
โซเฟียคือลูกสาวของผู้กำกับคนดัง ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า เธอเกิดและเติบโตทางตอนเหนือของคาลิฟอร์เนีย
เธอเรียนจบสาขาวิจิตรศิลป์จากสถาบันศิลปะแห่งคาลิฟอร์เนีย
ผลงานเขียนบทและกำกับชิ้นแรกของเธอคือ ภาพยนตร์สั้นเรื่อง Lick
the Star ( ออกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเวนิซในปี
1998 ) ก่อนที่จะตามติดมาในปี 1999 ด้วยผลงานภาพยนตร์จอใหญ่เรื่องแรกของเธอ
The Virgin Suicides ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายรางวัล พูลิตเซอร์
ของ เจฟฟรีย์ ยูจีไนด์ส ผลงานขวัญใจนักวิจารณ์ที่ส่งให้ชื่อของ
โซเฟีย คอปโปล่า และนักแสดงอย่าง เคอร์สเทน ดันส์ท (Spider-
Man ) ,จอช ฮาร์ทเนตต์ ( Pearl Harbor ) กลายเป็นที่จับตามองในเวลาต่อมา
The Virgin Suicides ออกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานนส์
และได้รับรางวัลจาก MTV Movie Award ในนักฐานะนักทำหนังหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี
รอส แคทซ์
อำนวยการสร้าง
ผลงาน In The Bed Room , Resevoir Dogs , Sense and Sensibility
, The ice Storm , Happiness , The laraamie Project
|