![]() |
||||
|
ั ุผกก. Yoji Yamada ผู้ที่เหมากำกับซีรีย์สุดฮิตที่กลายเป็นหนึ่งในตำนานหนังญี่ปุ่นไปแล้วนั่นคือ Tora San (ประมาณบุญชู ผู้น่ารัก)ที่สร้างออกมาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยถึงกว่าครึ่งร้อยตอนเห็นจะได้ แต่กับหนัง Twilight Samurai ของผกก.คนนี้ หากจะเปรียบไปแล้ว คงเหมือนกับที่ Clint Eastwood ลุกขึ้นมาทำ The Unforgiven ที่นำเสนอช่วงปลายของยุคคาวบอย ในขณะที่ Twilight Samurai เป็นเรื่องที่พูดถึงช่วงปลายสมัยของซามูไร ก่อนที่จะเกิดการล้มล้างฐานอำนาจเดิมจนระบบซามูไรค่อยๆ หายไปในที่สุด หนังเป็นการบอกถึง บทสรุป ของทั้งนัยยะของยุคซามูไรจริงๆ และนัยยะของ หนังแนวซามูไร ทั้งหมดทั้งมวลที่เคยสร้างมา โดยส่วนตัวแล้วคงต้องยอมรับว่าลังเลใจนานพอสมควรที่จะหยิบหนังเรื่องนี้มาชม ด้วยเพราะหน้าหนัง ไม่มีอะไรน่าตื่นตา เลย แถมพล๊อตเรื่องฟังแล้วก็ชวนหลับมากกว่าน่าตื่นเต้น เพราะมันจะมีอะไรที่น่าดึงดูดใจพอที่จะนำเสนอกับการพูดถึง บั้นปลาย ของซามูไร หรือไม่ว่าจะบั้นปลายของอะไรก็ตามแต่ เพราะบั้นปลายมันหมายถึงการผ่านจุดรุ่งเรืองมาแล้ว มันหมายถึงการอ่อนเปลี้ย มันหมายถึงการหมดไฟ มันหมายถึงหลายๆ อย่างที่มักจะออกไปในทางที่ไม่น่ารื่นรมย์เท่าไหร่นัก ใช่ครับ ผมคิดผิด เพราะ บั้นปลาย ที่ Twilight Samurai นำเสนอมันสมจริงสมจัง มันสัมผัสได้ มันเจาะเข้าถึงแก่นแห่งชีวิต และมันจะบอกคุณถึง ความสุขที่แท้จริง ที่มนุษย์เราต้องการและควรที่จะมี และจะว่ากันไปแล้ว ผมเห็น Twilight Samurai เป็นต่อหนังซามูไรทั้งหลาย เหมือนกับที่ Kikujiro เป็นต่อหนังของคิตาโน่ทั้งหลาย ที่เปรียบเทียบไปนี้เพราะผมมองหนังในแง่ของ ความบันเทิง โดยละเรื่องราวของ ข้อความแฝง เอาไว้ชั่วคราว หนัง Twilight Samurai ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างใดเลย แต่กลับน่ารักน่าชัง ดูได้สนุกสนานมากด้วยซ้ำไป ผู้ชมจะหลงรัก Seibei ตัวเอกของเรื่องและครอบครัวของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยความที่ Seibei น่าจะเป็นบุคลิกของ ผู้ชายในฝัน ของหญิงทั้งหลายในโลกนี้ Seibei เป็นผู้ชายที่สมถะ มีความเห็นแก่ตัวต่ำพอๆ กับความทะเยอะทะยานในชีวิต(หลายคนอาจเห็นจุดนี้เป็น ข้อเสีย แต่เชื่อเถอะครับว่า สุดท้ายแล้ว มันจะทำให้คุณพบ ความสุขที่แท้จริง) เป็นสามีที่รักภรรยา เป็นพ่อที่รักครอบครัว ขยัน อดทน สู้งานหนัก(ไม่ได้โฆษณารถกระบะ) และที่สำคัญคือ เขาเป็นคน มีดี ที่ไม่ชอบ อวดดี Seibei เป็นพ่อหม้ายลูกติด เขามีลูกสาววัย 10 และ 5 ขวบที่แสนน่ารัก(น่ารักมากจริงๆ จนแทบจะลืมความน่ารักของเด็กๆ ใน Nobody Knows ไปเลย) ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่เคยปริปากบ่นน้อยใจถึงสถานะที่ค่อนข้างแร้นแค้นของตนเอง Seibei เป็นซามูไรชั้นต๊อกต๋อยที่ทำงานเป็นเสมียนคัดบัญชีอยู่ในเรือนข้าหลวง เขาทำงานอย่างตั้งใจ ไม่สุงสิงกับใคร ตกเย็นก็รีบกลับบ้านไปหาลูกสาวและตัดไม้มาทำกรงแมลงขายเป็นรายได้เสริม จนเขาได้รับฉายาล้อเลียนจากเพื่อนที่ทำงานว่าเป็น พ่อสายันณ์ เซเบย์ (อันเป็นที่มาของ Twilight Samurai ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเจ๋งในการตั้งชื่อเรื่องแฝงนัยยะล้อตัวละครควบคู่ไปกับการนำเสนอแก่นของเรื่องได้อย่างชาญฉลาด) แต่ก็ใช่ว่า Seibei จะไม่มีความฝันใดๆ เลย เพราะลึกๆ แล้ว เขามีใจให้กับแม่นาง Tomoe มาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก Tomoe เป็นน้องสาวของเพื่อนรักที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ จนเกิดเป็นความผูกพันและความรักในที่สุด แต่ด้วยความเจียมตัวของ Seibei ทำให้เขาต้องเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้คนเดียว จนตอนนี้ เมื่อเขามีโอกาสอีกครั้ง การไขว่คว้าความฝันอันนี้ของเขากลับนำมาซึ่งเรื่องยุ่งยากในชีวิต เรื่องยุ่งยากที่เขาปฏิเสธไม่ได้ และเป็นไปได้มากว่าเรื่องยุ่งยากนี้จะทำให้เขาไม่ได้กลับมาเห็นหน้าลูกสาวและคนรักได้อีกในเย็นวันนี้ และด้วยความผูกพันระหว่างผู้ชมและ Seibei ที่ถูกสร้างมาอย่างแน่นหนาแต่แรกนี้เอง ทำให้ฉาก ดวลดาบ ในช่วงท้ายเรื่องอันเป็นฉากประดาบฉากเดียวในเรื่องที่แม้จะเกิดขึ้นในบ้านโทรมๆ มืดๆ ไม่ได้มีฉากหลังเป็นภูเขาสุดอลังการหรือก้อนเมฆยักษ์เพื่อโชว์พาวใดๆ แต่กลับแฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ รวดเร็ว ฉับไว น่าสะพรึงกลัว ผู้ชมจะรู้สึกได้ถึงความรุนแรงของการลงดาบแต่ละครั้ง ผู้ชมจะรับรู้ได้ถึง กลิ่นไอของความตาย ที่อาจเกิดขึ้นกับฝ่ายใดก็ได้ และฉากๆ นี้จะทำให้ผู้ชม หายใจไม่ทั่วท้อง ในการเอาใจช่วย Seibei (ที่เราได้หลงรักไปแล้วเรียบร้อยตั้งแต่กลางเรื่อง) และรู้สึกว่าฉากนี้มันช่างนานแสนนานเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงการดวลดาบนี้กินเวลาไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น แม้จะเป็นหนังซามูไรเต็มตัว แต่ Twilight Samurai ไม่มีฉากฟันดาบขายสไตล์ประเภทหมุนกล้อง 360 องศารอบตัวละคร ไม่มีการดวลดาบสุดเร้าใจเลือดสาดแขนขาขาดกระเด็น ไม่มีการนำเสนอความยิ่งใหญ่ของบรรยากาศและฉากหลังใดๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ Twilight Samurai มี คือ จิตวิญญาณที่แท้จริงของความเป็นซามูไร มีความผูกพันที่แน่นเหนียวระหว่างผู้ชมและตัวละคร มีความจริงอันเจ็บปวดของสังคมในยุคนั้นและความเสื่อมทรามของซามูไร(ผ่านฉาก การสนทนาสุดท้ายของ Seibei) มีความรู้สึกดีต่อตนเอง และมี คำตอบที่แท้จริง ของคำว่า ความสุขในบั้นปลายชีวิต ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถูกนำเสนอด้วยความเรียบง่าย จริงใจมากมายจนผมนึกไม่ออกว่าจะมีวิธีอื่นใดที่จะใช้ ปิดฉาก หนังแนวซามูไรให้งดงามสมบูรณ์ไปมากกว่านี้ได้อีก อันที่จริง คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และน่าจะเป็นเสมือนการ ข้ามหัวครู อยู่นัยๆ เมื่อใครสักคนประกาศตัวว่าจะลุกขึ้นมาทำหนังที่เป็น ปัจฉิมบท เป็นตัวแทนเล่าถึงบทปิดท้ายของหนังในแนวใดแนวหนึ่ง ยังไม่ต้องพูดถึงหนังแนวซามูไรที่เรียกว่า ขลัง ที่สุดในบรรดาหนังแนวไหนๆ ตามความคิดเห็นของคนญี่ปุ่น แต่ผกก.Yamada ทำ Twilight Samurai ออกมาได้น่าชื่นชมและสมบูรณ์จนหาที่ติไม่เจอ มีไม่กี่ครั้งหรอกครับที่คุณชมหนังแนวซามูไรแล้วจะพบกับความน่ารัก ความอบอุ่น และความจริงอันเจ็บปวดที่คุณรู้สึกดีขึ้นกับตนเองได้หากรู้จักที่จะยอมรับมัน เป็นหนังที่ ดีที่สุด(ที่ไม่ใช่ดีที่สุดประจำปี) อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดกันเลย นีอุงลองแล้ว...เยี่ยมมากๆๆ ครับ
|
||||
|
||||