![]() |
||||||
บอกไว้ก่อนเลยว่าหากคุณต้องการชมหนังแวมไพร์ที่มีมิติด้านเนื้อเรื่องหรือกะไปดูตัวละครที่มีความซับซ้อนสูงแบบ Bramstoker's Dracula ของผกก.ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า ผมก็ขอแนะนำว่าให้หยุดอ่านแล้วรอดูหนังมหากาพย์อย่าง Troy อาทิตย์หน้าเถอะครับ เพราะ Van Helsing มีทุกอย่างให้คุณในความเป็นหนังแอคชั่นเต็มตัวยกเว้นความลึกในเชิงของเนื้อเรื่องและตัวละครที่ถ้าจะถามกันจริงๆ คงต้องบอกว่าห่วยและไร้ซึ่งความน่าเชื่อถืออย่างแรง แต่หากคุณพร้อมที่จะทิ้งความมีเหตุผลไปได้ซัก 2 ชม.แล้วพร้อมที่จะลุยไปกับพ่อนักล่าแวมไพร์ "โคดหล่อ" คนนี้ คุณจะไม่ผิดหวังแน่ๆ ว่ากันที่ตัวหนังก่อนเลย หนังเปิดเนื้อเรื่องแบบค่อนข้างที่จะดำเนินรอยตามนิยายแดรกคูล่าฉบับดั้งเดิม และนำไอเดียมาต่อยอดเอาในช่วงกลางๆ เรื่อง ซึ่งถ้าจะบอกว่ามั่วๆ เอาก็คงได้ จับตัวละครนั้นมาเกี่ยวพันกับตัวละครนี้ให้วุ่นวายไปหมด ซึ่งหากจะใช้เหตุผลในการชมแล้ว ก็คงจะได้มานั่งด่ากันทั้งเรื่องเป็นแน่ แต่ข่าวดีก็คือคุณจะถูกความมันส์ชนิดที่อัดเข้ามาเต็มเปี่ยมแทบจะทุกๆ 5 นาทีตลอดเรื่องถาโถมเข้ามาให้ลุ้นระทึกจนไม่มีเวลามานั่งหาความเป็นไปได้ใดๆ กันอีกเลย ซึ่งก็น่าจะเป็นคำชมสำหรับผกก.ซอมเมอร์คนนี้ที่มีเครดิตค่อนข้างดีมาจาก Mummy1-2 และใน Van Helsing นี้ ผกก.ซอมเมอร์ก็ยังคงสูตรเดิมเอาไว้คือ "ทิ้งตำราไว้ข้างหลัง ขอมันส์ไว้ก่อนดีกว่า" และผลที่ออกมาก็คือความมันส์สุดขั้วตลอดเรื่อง เน้นนะครับว่า ตลอดเรื่องจริงๆ เพราะตลอด 2 ชม.ในการชมนั้น ตัวหนังจะมีเวลาให้คุณพักหายใจได้ไม่เกิน 20 นาที และนอกนั้นก็คือความสะใจแบบเต็มพิกัดในการรับชมแวมไพร์ต่อกรกับนักล่าสุดหล่อคนนี้ ฉากที่ผมชอบมากและนับถือคนออกแบบแอคชั่นว่าพี่คิดได้ไง? ก็คือฉากที่ Van Helsing ต้องพา Frankenstine ขึ้นรถม้าหนีไปซ่อนที่โรม และระหว่างการหนีพลพรรคพระเอกของเราก็ต้องเจออะไรต่อมิอะไรประเดประดังเข้ามาตลอดเกือบๆ 10 กว่านาทีของฉากนี้แบบไม่ได้หยุดได้หย่อน แบบว่าพอฉากนี้คลี่คลายตัวลง คุณจะพบตัวเองถอนหายใจและนั่งหอบไปพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว งานด้านเทคนิคของหนังจัดได้ว่าเยี่ยมพอดู เอาแค่ prop อาวุธต่างๆ ของพ่อพระเอกก็พาลให้นึกไปว่าแบทแมนหรือเจมส์ บอนด์ยังไม่ได้รับอาวุธเยอะและเจ๋งขนาดนี้เลย ทั้งมีดใบพัด ปืนคู่ หอกแบบเก็บคมได้ ไม้กางเขนชนิดพับได้สะดวกต่อการพกพา และที่ผมภูมิใจนำเสนอมากคือหน้าไม้ที่ยิงได้แบบ full auto แถมยังเปลี่ยนแมกกาซีนได้อีก โอ้ว พระเจ้าจอร์จ...จะมีอาวุธในหนังเรื่องไหนจะมากิ๊บเก๋เท่ระเบิดได้เท่านี้อีกละเนี่ย...ที่น่าเสียดายเล็กๆ คงเป็นงานออกแบบฉากและ make up ที่ดูจะธรรมดาไปสักนิด แต่อย่างน้อยการแต่งหน้าเข้มๆ ก็ทำให้น้อง Kate ของผมสวยเด้งได้ทั้งเรื่องจริงๆ อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นเป็นที่น่าประทับใจเด็กเก๋าคอเพลงคือดนตรีประกอบที่แสนจะรุกเร้า ฮึกเหิมเกินห้ามใจมากๆ เอาเป็นว่าถ้าน้องๆ คนไหนคิดจะสอบเอนท์กันอีกรอบ ก่อนอ่านหนังสือให้เปิด OST จาก Van Helsing ผมเชื่อว่ามันจะทำให้การอ่านหนังสือของน้องๆ มีความฮึกเหิม เร้าใจ ใฝ่สู้ขึ้นอีกมากโดยที่ไม่ต้องพึ่งคาราบาวแดงและก็ไม่ต้องมีพ่อเป็นนายกเลยเชียวแหละ อย่างน้อยผมคนนึงที่จะต้องซื้อหา OST มาเก็บไว้เปิดยามเหงาใจ อกหัก รักคุดปลอบใจตัวเองแน่ๆ สรุปได้ว่า ไปดูเถอะครับ ถ้าคุณเป็นคอหนังแอคชั่นชนิดที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก(แบบผม) เหตุผลและความเป็นไปได้ในโลกแห่งความจริงก็ฝากพนักงานเก็บตั๋วไว้ก่อนก็ได้นะครับ คุณๆ จะได้ไม่แปลกใจที่ทำไมพระเอก-นางเอกมันไม่ช้ำในตายซะตั้งแต่ฉากแรกที่โดนจับเหวี่ยงไปขนาดนั้น หรือทำไมรถม้ามันเหาะได้ และอื่นๆ อย่างไรก็ดี ผมยังคงรับรองความมันส์ทะลุเดือดตลอดเรื่องในหนังที่ไม่ดีไม่เลวเรื่องนี้... นีอุงลองแล้ว..ไม่ดีอะไรนักหนาแต่ก็เจ๋งใช้ได้
ครับ |
||||||
|
||||||