Home >Movies > Voices of a Distant Star
 
 

"เราคงจะเป็นคู่รักคู่แรกของโลกที่ถูกพรากจากกันด้วยระยะทางระหว่างโลกและห้วงอวกาศ" คำโปรยสั้นๆ ที่สื่อถึงความเศร้าแฝงลึกได้แนบเนียนนี้มาจากภาพยนตร์การ์ตูน(สั้น)ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งในปี 2002 ที่ออกฉายเพียงกำจัดโรงเท่านั้น แต่คงต้องประกาศกันเลยแล้วกันว่าสำหรับคอ "หนังเหงาๆ" คงมีเฮกันละครับงานนี้ ใครว่าหนังการ์ตูนเหงาไม่ได้ เพียงแค่ยังไม่ค่อยมีใครทำออกมา หรือทำออกมาได้ไม่ถึงใจซะมากกว่า มิหนำซ้ำ ตัวหนังยังถูกปั้นมาด้วยมือของผู้ชายเพียงคนเดียว (ด้วยความช่วยเหลือเล็กน้อยจากคู่หมั้นสาว) ที่ทุ่มเทแรงการแรงใจแรงความคิดแบบสุดตัวกับการทำงานกว่าค่อนปี เพื่อให้ได้มาซึ่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทั้งเหงาทั้งเศร้าสะเทือนใจเรื่องนี้

และแม้ Voices of a Distant Star (ขอย่อว่า VDS นะครับ) จะจัดเป็นหนังแอนิเมชั่นขนาดสั้นด้วยความยาวเพียง 25 นาทีเท่านั้น และเมื่อออกฉายแบบจำกัดโรงที่ประเทญี่ปุ่น ตัวหนังกลับยืนโรงอยู่ได้นานนับเดือนด้วยสถิติผู้เข้าชมที่เกือบจะเต็มโรงแทบทุกรอบฉาย ปรากฏการณ์นี้นำมาซึ่งคำถามว่า หนังการ์ตูนที่สั้นขนาดนี้ กับโปรดักชั่นสุดแสนอลังการด้วยการที่มีคนทำเพียงคนเดียว (ซึ่งน่าจะเป็นขอสงสัยของผู้ชมต่อคุณภาพของตัวหนังโดยตรง) แบบนี้ มีอะไรในตัวหนังที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ถึงขนาดนี้?

VDS เป็นหนังไซไฟ/ดรามาที่ว่าด้วยเรื่องของนักเรียนมัธยมชายและหญิงสองคนที่เป็นเพื่อนเรียนกันมา ฝ่ายชายคือ โนโบรุ และฝ่ายหญิงคือ มิคาโกะ แต่เนื่องจากโลกในอนาคตนั้นกำลังถูกกองทัพมนุษย์ต่างดาวที่เรียกว่า ทาร์เซียนรุกราน ฝ่ายกองทัพโลกจึงส่งกองยานรบขนาดยักษ์บรรจุด้วยอาวุธนานาชนิดและมีหุ่นยนตร์ที่มีพลขับเป็นนักบินที่คัดสรรมาแล้วเป็นหน่วยนำทัพหน้า และด้วยความฉลาดของ มิคาโกะ เธอจึงได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในพลขับหุ่นรบเหล่านี้ และปฏิบัติการกู้โลกคราวนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอโดยตรงด้วยที่เธอต้องจากกับ โนโบรุ แบบที่โอกาสในการกลับมาพบกันอีกครั้งแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะยิ่งกองยานรบบินออกสู้อวกาศไกลขึ้นเท่าไหร่ การติดต่อระหว่างเธอกับ โนโบรุผ่านการส่งข้อความทางโทรศัพท์ก็จะยิ่งใช้เวลานานขึ้นเท่านั้น และจากเส้นทางที่เธอต้องไป มันใช้เวลาถึง 8 ปีในการส่งข้อความเข้ามือถือของโนโบรุ ทั้งความเครียดในการสู้รบ และความเหงาที่เกาะกินใจของ มิคาโกะ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บวกกับความห่างไกลทั้งทางจิตใจและระยะทางจะทำให้ความผูกพันของทั้งคู่ถูกทำลายไปหรือไม่ เพราะในขณะที่ชีวิตในอวกาศของ มิคาโกะ เธอยังคงเป็นเด็กสาวอายุ 15 ปี ในขณะที่เวลาบนโลกนั้น โนโบรุ ได้กลายเป็นหนุ่มใหญ่อายุ 24 เข้าไปแล้ว

สิ่งที่เห็นได้ชัดในการนำเสนอของ VDS คือการที่ตัวหนังไม่ได้เน้นเรื่องราวมากเท่ากับการเน้นถึงอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครหลัก 2 คน และแม้ตัวหนังจะมีองค์ประกอบและฉากหลังเป็นอวกาศ เป็นยานรบ เป็นหุ่นยนตร์ ที่ถึงจะทำออกมาได้ดีเยี่ยมทั้งทางด้านภาพและการนำเสนอ แต่องค์ประกอบเหล่านี้ก็ไม่สามารถกลบอารมณ์รักและอารมณ์เหงาแบบสุดขั้วซึ่งเป็นประเด็นหลักที่หนังต้องการนำเสนอไปได้

และคงเป็นข่าวดีของคอหนังประเภท สุข เศร้า เหงา และรัก ทั้งหลายที่ VDS นำเสนอความเหงาออกมาได้ชนิดถึงกึ๋น ซึ่งแม้ว่าเนื้อเรื่องหลักของหนังจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (ซึ่งเป็นส่วนมาจากความสั้นของหนัง) แต่อารมณ์เหงาของ มิคาโกะ และความรู้สึกเจ็บปวดของการรอในสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ของ โนโบรุ จะถูกสัมผัสได้อย่างรุนแรงและเฉียบพลัน เป็นความเหงาที่ไม่ใช่การที่อารมณ์ของผู้ชมถูกสร้างสะสมมาจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ความเหงาใน VDS เป็นความเหงาที่เจ็บจิ๊ดทิ่มแทงใจแบบไม่ให้รู้ตัวโดยที่ไม่มีการปรานีปราศรัยใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งนำมาถึงบทสรุปที่อาจเรียกได้ว่า "ไม่รอมชอมต่อความรู้สึกของผู้ชม" เลยแม้แต่น้อย ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ชมที่ตัวหนังหยิบยื่นให้ผ่านข้อความทางมือถือของ โนโบรุ อาจถูกทำลายแบบย่อยยับได้ทุกเมื่อ และในตอนท้ายของหนังที่ความหวังค่อยๆ หมดไป ในขณะที่ความเหงา (ในใจผู้ชม) กลับทวีขึ้นเรื่อยๆ นั้น กลับมีแสงริบหรี่แห่งความหวังสว่างขึ้นมา แต่ก็เป็นเพียงลำแสงริบหรี่เล็กๆ จากระยะทางที่ไกลแสนไกล

เมฆขาวก้อนใหญ่ในฤดูร้อน สายฝนที่หนาวเย็นในฤดูฝน สภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยวเหงาไร้ผู้คน ขอบฟ้าสีแดงฉาน โทรศัพท์ที่ไม่มีคนรับสาย ฉากเหล่านี้ถูกเน้นย้ำหลายต่อหลายครั้งในเรื่อง ซึ่งคงไม่ต้องมานั่งบรรยายอะไรมากมายว่าภาพเหล่านั้นกำลังสื่อถึงความเดียวดาย ไร้ความหวังได้อย่างมากมายเกินบรรยาย

งานด้านเทคนิคต่างของหนังหากจะว่ากันตรงๆ แล้วคงต้องยอมรับว่าการออกแบบตัวละครและลายเส้นที่วาดออกมาของVDS นั้นยังไม่ดีเทียบเท่าการ์ตูนจากสตูดิโอใหญ่ๆ ทั่วไป แต่สิ่งที่ต้องยกย่องคือความใส่ใจในรายละเอียดของการออกแบบฉากและงาน computer graphic ที่ทำออกมาได้ "ถึง" และแทบจะเทียบเท่ากับงานขาย CG ชั้นดีจากสตูดิโอขึ้นชื่อหลายๆ เจ้าเลยทีเดียว อีกทั้งเพลงประกอบที่อ้อยสร้อยจนเกือบๆ จะกลายเป็นเพลงสวดก็น่าจะเพียงพอที่จะสร้างความสะเทือนใจให้ผู้ชมได้มากพอ

แม้ Voices of a distant star จะจั่วหัวว่าเป็นหนังไซไฟ/ดรามาที่มีเรื่องของการรบ เรื่องของหุ่นยนต์เข้ามาพัวพัน แต่ไม่ต้องกังวลไปครับสำหรับแฟนๆ หนังเหงาที่เป็น "โรคยี้" กับเครื่องยนต์กลไก เพราะแม้ว่าภาพตรงหน้าของคุณจะเป็นภาพของการสู้รบด้วยหุ่นยนต์แบบเต็มๆ ตา แต่อารมณ์ของหนังกลับยังคงไว้ซึ่งความเศร้า ความเหงาเต็มๆ ในแบบที่คุณคุ้นเคยอยู่ดี ใช่ครับ ตัวหนังมันสร้างอารมณ์ได้ขนาดนี้เลย ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งสำหรับคนขี้เหงาครับ เอาให้มันเหงาตายกันไปข้างหนึ่งเลยก็แล้วกัน

 

Official Site : http://www2.odn.ne.jp/~ccs50140/


 
 
 
 

neunth@yahoo.com
นีอุง นีอุง 19/06/2546
 
 
 
contact webmaster
 
popcornfor2@hotmail.com
..............:::: Home | Movies | What's News | Flash | Download | Stars | Webboard