|
ภาพยนตร์จากเกาหลีมักจะมีช่องว่างอิสระที่จะเล่าเรื่องได้มากมายหลากหลายแนว
หลากหลายประเด็นโดยไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบทางวัฒนธรรมเท่าไหร่นัก
หลายๆ ประเด็นทั้งด้านการเมือง ประวัติศาสตร์
และวัฒนธรรมได้ถูกนำมาตีความใหม่อยู่โดยตลอดด้วยมุมมองที่เปิดกว้าง
มุมมองหนึ่งที่น่าจะเป็นที่กระอักกระอ่วนและเป็นอะไรที่
"เล่นยาก" นั่นคือประเด็นทางเพศที่แม้แต่หนังจากเกาหลีที่เปิดกว้างยังไม่สามารถเล่ามันออกมาได้ดี
ซึ่งคำว่า "ดี" ในที่นี้หมายถึงการนำเสนอไม่ให้น่าเกลียด
การเล่าเรื่องที่เจาะลึกถึงประเด็นอย่างชัดเจน
และที่สำคัญคือการบอก "ทางออก"
ที่สมควร และยิ่งเป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องของรักร่วมเพศด้วยแล้ว
ยิ่งไม่ต้องบอกก็น่าจะเป็นที่เข้าใจว่ามัน
"เล่นยาก" เพียงไร สังเกตได้จากประวัติการสร้างหนังทั่วโลกเลยก็ได้ว่ามีหนังเกย์/เลสเบี้ยนกี่เรื่องกันที่ถูกยกย่องโดยผู้ชมทั่วไป
Bungee Jumping of their Own เป็นหนังรักที่เป็นชายรักหญิง
หญิงรักชายแบบแท้ๆ แต่นำเสนอออกมาผ่านมุมมองที่ดูคล้ายๆ
จะเป็นเรื่องของรักร่วมเพศ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องของความรักของชาย/หญิงคู่หนึ่งเท่านั้นเอง

In woo หนุ่มมหา'ลัยมาดเฉิ่มที่วันหนึ่งเกิดไป
"รักแรกพบ" เข้ากับสาวมหา'ลัยเดียวกัน
และมารู้ภายหลังว่าเธอเป็นนักศึกษาเอกศิลปะชื่อ
Tae hee แต่แล้วเมื่อเขาต้องไปเข้ารับการฝึกทหารเธอกลับหายไปโดยไม่แม้แต่จะมาส่งเขาที่สถานีรถไฟ
แล้วเวลาผ่านไปหลายปี In woo กลายเป็นครูในโรงเรียนมัธยม
เขามีชีวิตครอบครัว มีภรรยาและลูกสาว ซึ่งเป็นครอบครัวที่ดูจะมีความสุขเหมือนครอบครัวทั่วๆ
ไป แต่แล้วเขากลับต้องพบกับสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นอดีตรักครั้งแรกกลับมาหาเขาอีกครั้ง
Tae hee กลับมาหาเขาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เธอกลับมาในร่างของ
Hyun bin นักเรียนในชั้นของเขาเอง
Bungee Jumping of
their Own เป็นหนังรักโรแมนติกที่ซาบซึ้ง
แต่สิ่งที่ทำให้ตัวหนังแตกต่างออกไปจากหนังรักเรื่องอื่นๆ
คือการตั้งโจทย์ที่น่าจะเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบว่าหากผู้หญิงที่คุณรักกลับมาเกิดในร่างของผู้ชายคุณจะยังรู้สึกกับเธอเหมือนเดิมหรือไม่
อีกทั้งคุณจะทำอย่างไรให้ "เขา"
ได้รู้ว่าตัวเองคือ "เธอ" คนนั้นของคุณ
และที่ยากเย็นมากขึ้นไปอีกคือว่าหากเขารู้
คุณและเขาจะหาทางออกอย่างไรให้กับรักใหม่ครั้งนี้
Bungee Jumping เป็นหนังที่นำเสนอเรื่องราวความรักได้อย่างมีไหวพริบ
ทำให้เนื้อเรื่องที่ดูเหมือนจะซ้ำซากมีเสน่ห์และน่าติดตามขึ้นมาได้มาก
อีกทั้งการเล่าเรื่องประเภท "ไม่บอกทั้งหมด"
ที่แม้จะมีหนังเรื่องอื่นๆ ทำมาแล้ว แต่ Bungee
Jumping เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกว่าการเล่าเรื่องแบบนี้ให้ดีและได้ผลต่ออารมณ์ของคนดูนั้นต้องทำกันอย่างไร
และมุขต่างๆ หนัง "กั๊ก" เอาไว้นั้น
เมื่อนำมาบอกเล่าในเวลาที่เหมาะสม ทำให้ระดับความจิ๊ดของหนังเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด

ตัวบทภาพยนตร์ของ
Bungee Jumping มีรายละเอียดและมีมุขสอดแทรกไว้ค่อนข้างแพรวพราว
บางมุขในหนัง (เช่นมุขสะอึก) นอกจากจะให้อารมณ์น่ารักแล้ว
เมื่อมุขนั้นถูกนำมาใช้อีกครั้งในอีกห้วงอารมณ์กลับส่งผลในทางตรงกันข้ามได้อย่างน่าประหลาด
ในฉากหนึ่งที่ In woo ไปเที่ยวภูเขากับ Tae
hee แล้วทั้งคู่ไปนั่งทานข้าวกันที่ร้าน In
woo ชี้ให้ Tea hee ดูที่ช้อนกินข้าวว่าเมื่อด้านหนึ่งจะเห็นเงาสะท้อนของเรากลับด้านในขณะที่อีกด้านหนึ่งจะเป็นเงาสะท้อนปกติ
และ Tea hee ตอบกลับไปว่า "คงเป็นที่ผิวภายนอก(ของช้อน)กระมัง"
ซึ่งหากชมตัวหนังต่อไปจนจบแล้วจะพบว่า "ทางออก"
ที่คนทั้งคู่เลือกนั้นเป็นเหมือนพื้นผิวของช้อนที่แม้จะสลับด้าน
สลับเงาสะท้อน หรือในที่นี้คือสลับเพศกัน
แต่จริงๆ แล้วก็เป็นเพียงพื้นผิวต่างหากที่ต่างไป
แต่ข้างในแล้ว In woo ยังเห็น Hyun bin เป็น
Tea hee เสมอ
โปรดักชั่นของหนังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงดีมาก
การใช้กล้องและการถ่ายภาพในบางฉากนั้นสวยงามจนอ้าปากค้าง
อีกทั้งมุมกล้องแปลกตาแต่สื่ออารมณ์ของตัวละครได้อย่างไร้ที่ติ
อีกสิ่งหนึ่งที่คงจะอดพูดถึงไม่ได้คือการตัดต่อในช่วงท้ายเรื่องในฉากไคลแมกซ์ฉากหนึ่งของหนังที่แม้ว่ามุขที่ใส่เข้ามาจะไม่ใช่ของใหม่อะไรนัก
แต่คงต้องยอมรับว่าการตัดต่อที่ดีอย่างที่เป็นในหนังนั้นช่วยส่งอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างดี
และจุดเล็กน้อยเหล่านี้ที่มีในหนังตลอดเรื่องนี่เองที่ทำให้ตัวหนังดูสนุกทั้งๆ
ที่ตัวเรื่องจริงๆ ค่อนข้างจะอึดอัดไม่ใช่น้อย
ประเด็นที่ทำให้
Bungee Jumping of their Own เป็นหนังรักที่แตกต่างโดดเด่นออกมาจากหนังรักเรื่องอื่นๆ
คือประเด็นของความรักที่กึ่งๆ จะออกมาเป็นหนังในเชิงรักร่วมเพศ
ตัวหนังนำเสนอประเด็นออกมาได้เนียนมากๆ อีกทั้งการแสดงของดารานำหลักของเรื่องนั้นแสดงได้น่าเชื่อถือมากพอที่จะไม่ทำให้ผู้ชมคิดไปในทางเกย์เลยแม้แต่น้อย
ด้วยการที่ตัวหนังในช่วงแรกปูพื้นความรักของคนทั้งคู่ออกมาได้หนักแน่นมากพอที่จะทำให้ผู้ชมซาบซึ้งไปกับความรักของชายหญิงคู่นี้
และดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าหนังฉลาดมากในการเล่าเรื่องแบบทยอยปล่อยมุขที่ได้กั๊กเอาไว้ออกมาในช่วงที่
"ดูเกย์" ทำให้ผู้ชมไม่สับสนและไม่ถูกชี้นำไปในทางรักร่วมเพศเลยแม้แต่น้อย
ทางออกของความรักที่เป็นไปไม่ได้ของทั้งคู่ในช่วงท้ายเรื่องนั้น
แม้จะไม่น่าจะป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่หากคุณได้ทำความเข้าใจถึงสภาพจิตใจของตัวละครมากพอ
คุณจะรู้สึกว่าทางออกที่พวกเขาเลือกนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนทั้งคู่แล้ว
และนั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับพวกเขาเพียง
2 คน ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ตนรอบข้างจะมาตัดสินอะไรได้
มันเป็นเพียงการกระโดดบังจี้ของคน 2 คนที่รักกันมาก
ก็เท่านั้น
official Site : http://gobungee.co.kr/
|