|
ดูเหมือนว่า Infernal
Affair 2 จะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เป็นหนังภาคต่อที่มีอะไรดีในตัวเองมากพอที่จะนำมาเขียนเป็นวิจารณ์ยาวได้แบบนี้
แม้ว่าในภาค 2 นี้ ตัวหนังจะขาดดาราแม่เหล็กอย่าง
เหลียงเฉาเหว่ย และ หลิวเต๋อหัว ก็ตามที แต่ตัวหนังก็ถูกทดแทนด้วยปัจจัยอื่นๆ
ที่ทำให้หนังภาคต่อเรื่องนี้ เป็นหนังที่น่าสนใจและดีมากพอที่จะเป็นภาคต่อของหนังเยี่ยมอย่าง
Infernal Affair ได้อย่างภาคภูมิ
หากมองในแง่มุมของหนังที่เป็นปัจเจก
ที่มีจุดยืนของตนเองแล้ว คงต้องพูดกันตรงๆ
ว่าไม่มีปัจจัยหรือประเด็นใดๆ เลยในหนัง IA2
ที่จะดีเทียบเท่ากับ IA ภาคแรกได้ ตัวหนังโดยรวมอ่อนด้อยในแง่ของประเด็นหลักที่ในภาคแรกคือการขับเคี่ยวกันระหว่างคนสองคน
และถึงแม้ว่าในภาค 2 นี้จะมีประเด็นในแนวทางเดียวกัน
(โดยเป็นการขับเคี่ยวระหว่างรุ่นที่ใหญ่กว่า)
แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนโดดเด่นเท่า รวมถึงพล๊อตเรื่องที่แตกแขนงแบ่งแยกทั้งเหตุการณ์ที่ซับซ้อน
ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศและตัวละครใหม่มากมายจนเรียกว่าผู้ชมคงไม่สามารถแยกแยะว่าใครเป็นใครได้ก่อนครึ่งชั่วโมงหลังจากตัวหนังเริ่มฉายเป็นแน่
น่าจะเป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตัวหนังดูไม่เป็นเอกภาพและ
"สะใจโก๋" เท่าที่ควร
แต่ว่า
"ความไม่เป็นเอกภาพ" ที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นจุดด้อยของ
IA2 นี่แหละทำให้ IA2 กลายเป็นหนังที่น่าสนใจขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อ
ตัวหนังแทนที่ "พลังดารา" ของภาคแรก
ด้วยบทภาพยนตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น มีเหตุการณ์ต่างๆ
เกิดขึ้นทับซ้อนกันมากมาย ตัวหนังยังคงพูดถึงการหักเหลี่ยม
การชิงไหวชิงพริบของเหล่าแก๊งค์มาเฟียรุ่นก่อน
ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนภาคแรกประมาณเกือบ
10 ปี เป็นช่วงที่ตัวละคร "เหยิน"
และ "หลิว" ยังเป็นวัยรุ่น เพิ่งจบโรงเรียนตำรวจมาใหม่ๆ
ซึ่งในช่วงเวลานั้น ก่อนที่การขับเคี่ยวระหว่าง
เหยิน และ หลิว จะเริ่มขึ้น กลับเป็นยุดของการขับเคี่ยวระหว่าง
สารวัตรหวงและแซม ที่ต้องมากึ่งๆ ร่วมมือกันจัดการกับ
"ฐานอำนาจเดิม" ให้สิ้นซาก
ตามที่ได้เกริ่นไปแล้วว่า
แม้จะเทียบไม่ได้กับภาคแรกในแง่ของการนำเสนอประเด็นหลักที่ชัดเจน
แต่ความสนุกสนานของ IA2 เกิดขึ้นจากการที่ฉากแทบทุกฉาก
พฤติกรรมของตัวละครหลักๆ ในเรื่องที่สะท้อนไปยังเหตุการณ์และพฤติกรรม
ความนึกคิดของตัวละครในภาคแรก หรือจะพูดง่ายๆ
ก็คือ รายละเอียดต่างๆ ในหนัง IA2 นั้น เป็นการส่งเสริม
คลี่คลายปม ซึ่งส่งผลให้ตัวหนัง IA ภาคแรกสนุกมากขึ้น
เป็นหนังที่หนักแน่นมากขึ้น สาเหตุหลักคงมาจากการที่ตัวบทในภาค
2 สามารถดึงเอาจุดหรือประเด็นจากภาคแรกที่น่าจะ
"เล่นได้" มาขยายรายละเอียด แจกแจงเหตุการณ์แยกย่อยมากขึ้น
ซึ่งผลที่ได้รับนั้น ไม่เพียงแต่ประเด็นที่ดึงมาขยายผลนั้นจะ
"เล่นได้" เพียงเท่านั้น แต่มันยัง
"เล่นได้สนุก" อีกด้วย และผลที่ได้รับมากอย่างเกินคาดไปกว่านั้นอีกก็คือ
รายละเอียดเหล่านั้นยังเชื่อมโยงผูกใยไปยังตัวหนังภาคแรกได้ลงตัวและไม่โดดแม้แต่น้อย
ว่าไปแล้ว IA2 คงจะเหมือนกับโปรแกรมเวอร์ชั่น
add on ที่ทำให้หนังภาคแรกสมบูรณ์มากขึ้นนั่นเอง
ประเด็นที่ภาค
2 นำมาขยายนั้น ล้วนแต่เป็นเหมือนกับคำอธิบายของทั้งเหตุการณ์และแรงจูงใจต่อพฤติกรรมของตัวละครในภาคแรกทั้งสิ้น
มันทำให้เราเข้าถึงความกดดัน ความหวาดกลัวของ
เหยิน มากขึ้น มันทำให้เราเข้าใจถึงความเลือดเย็นของ
หลิว ว่าไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน และที่สำคัญที่สุด
มันทำให้ความสัมพันธ์ในเชิงทั้งรักทั้งเกลียดระหว่างสารวัตรหวง
และ อาแซม มีที่มาที่ไปและ "สนุกสนาน"
(สำหรับผู้ชม) มากขึ้นทุกครั้งที่นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในภาคแรก และด้วยความที่ตัวหนังภาค
2 อุดมไปด้วยเหตุการณ์มากมาย อีกทั้งผกก.ยังรู้ถึงข้อจำกัดของตนเองที่ในภาคนี้ไม่มีส่วนร่วมของ
2 ดาราแม่เหล็กเหมือนภาคแรก ตัวหนังภาคต่อนี้
จึงเลี่ยงความเสี่ยงของตนเองได้อย่างชาญฉลาดด้วยการพุ่งความสนใจไปยังเหตุการณ์โดยรวมของเนื้อเรื่องในแนวทางของ
The Godfather มากกว่าที่จะเพ่งไปยังการขับเคี่ยวของตัวละครแบบโดดๆ
และแม้ว่าบางฉากในหนังจะแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่าได้รับอิทธิพลมาจาก
The Godfather ก็ตามที แต่ผกก.ก็รู้จักที่จะหยุดเล่นเมื่อธีมหลักของหนังกำลังจะเสียไป
ทำให้จังหวะโดยรวมของหนังไม่หลุดออกไปจากภาคแรกมากจนรับไม่ได้
โปรดักชั่นโดยรวมของหนังอยู่ในระดับดีมาก
องค์ประกอบต่างๆ ไม่มีหลุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ อย่างวิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือตามยุคสมัย
งานด้านภาพแม้ไม่โดดเด่นและ "กล้าเล่น"
เท่าที่ภาคแรกเป็น แต่ยังถือว่ารับใช้เนื้อหาได้พอใช้
สิ่งหนึ่งในหนังภาคต่อนี้ที่น่าจะเรียกได้เต็มปากว่าพัฒนาจากภาคแรกไปอย่างเห็นได้ชัดคือในส่วนของ
ดนตรีประกอบ ที่แม้จะไม่ได้ทำธีมเดิมจากภาคแรกมาใช้เลย
แต่สร้างธีมใหม่ของตัวเองได้ดีอย่างน่าทึ่ง
ทั้งยังคงไว้ซึ่งอารมณ์หดหู่ในแนวที่หนังภาคแรกเป็นไว้ได้
ช่วงที่ต้องระทึกก็ใส่กันเต็มที่ในระดับที่ธีม
Highway จาก Matrix Reloaded ยังต้องอาย ทั้งน่าปรบมือให้และน่าอิจฉา
(การพัฒนาการของหนังฮ่องกง) เป็นอย่างยิ่ง
ข้อดีเด่นของ Infernal
Affair 2 คงไม่พ้นประเด็นที่ว่า เมื่อผู้ชมได้ชมตัวหนัง
คงไม่มีใครไม่หวนคิดไปถึงตัวหนังภาคแรกไปได้อย่างแน่นอน
และเชื่อว่าแฟนๆ คงเต็มใจที่จะยอมรับว่า Infernal
Affair 2 มีดีมากพอที่จะอ้าแขนยอมรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหนังไตรภาคที่เขารัก
หากมอง IA2 ในแง่ของการเป็นหนังภาคต่อ ที่มีหน้าที่หลักคือ
การกระจายและอธิบายประเด็นและรายละเอียดที่อาจตกหล่นไปในภาคแรก
ก็นับว่า IA2 ทำหน้าของมันได้อย่างดีเยี่ยม
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวหนังภาค 2 ยังทำหน้าที่ของมันต่อไปอีก
ด้วยการปูพื้นเนื้อเรื่องไว้รอภาคที่ 3 ที่กำลังจะตามมาได้น่าสนใจมาก
จนแทบจะรอชมภาคสุดท้ายของหนังไตรภาคชุดนี้ไม่ไหวกันเลยทีเดียว
|