Home >Movies > Go
 
 
Quick menu ::>>
--------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็น   
:: Trailer
Trailer


*steaming download
 
 

ภาพยนตร์จากญี่ปุ่นมักจะถูกมองว่านิ่ง เรียบ เนิบนาบ พาลให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่น่าสนใจ แต่หากใครได้ติดตามชมหนังญี่ปุ่นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จะพบว่าในความเนิบนาบเหล่านั้นกลับแฝงไว้ด้วยความสนุกสนานไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างไรก็ดี วัยรุ่นวัยจ๊าบหรือผู้ที่เริ่มติดตามชมอาจจะไม่พร้อมสำหรับตรงนั้น โชคดีที่มีหนังสัญชาติพระอาทิตย์หลายๆ เรื่องที่ทำออกมาได้ โฉ่งฉ่าง ฉูดฉาด สะใจ ถูกใจวัยรุ่นเป็นยิ่งนัก และ Go ก็เป็นหนังเอาใจวัยใสที่ไม่สักแต่ขายเทคนิคสะใจ เพราะมันยังแฝงไว้ด้วยนัยยะแห่งชีวิตที่น่าสนใจไม่น้อย

Go เป็นหนังในแนว coming of age หรือการก้าวข้ามเส้นแบ่งวุฒิภาวะของวัยรุ่น จากประเทศญี่ปุ่น โดยผู้กำกับ Isao Yukisada ที่ดูท่าว่าเป็นผกก.ที่มีวิสัยทัศน์และฝีไม้ลายมือที่ปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว หนังเปิดเรื่องด้วยการตัดต่อสุดมันส์ ผนวกกับดนตรีร๊อคดิบๆ เร้าใจ ซึ่งเพียงแค่ไตเติ้ลสุดเท่ของหนังเพียงไม่กี่นาทีนี้ คงสามารถบอกให้ผู้ชมรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นหนังในแนวของพวกเขาหรือไม่ โดยที่การนำเสนออันฉูดฉาดของ Go ในช่วงครึ่งเรื่องแรกนั้นคงจะทำให้แฟนหนังฝรั่งหวนนึกถึงหนังของ Guy Ritchie อย่าง Lock, stock and 2 smoking barrels หรือ Snatch ได้ไม่ยาก และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หนังอย่าง Go เป็นหนังที่น่าจับตามอง เพราะความละม้ายกับหนังอังกฤษ 2 เรื่องนั้น ไม่ได้เกิดจากการลอกเลียนแบบ แต่เป็นการได้รับอิทธิพลและนำมันมาใช้อย่างมีกึ๋น อีกทั้งสามารถนำเทคนิคเหล่านั้นมาเป็นสื่อในการนำเสนอเรื่องราวของตนเองได้อย่างลงตัว

เนื้อเรื่องของ Go นั้นน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเพราะนอกจากจะว่าด้วยเรื่องการก้าวข้ามสู่วัยผู้ใหญ่ของวัยรุ่นคนหนึ่งแล้ว ตัวหนังยังว่าด้วยเรื่องของการเหยียดสัญชาติระหว่างพี่บิ๊กญี่ปุ่นที่มองคนเกาหลีเหมือนเป็นเบี้ยรองบ่อนอยู่ตลอด และคนเกาหลีที่มองคนญี่ปุ่นว่าเป็นปีศาจไร้จิตสำนึก ซึ่งความรู้สึกอันเลวร้ายเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผลมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยที่ญี่ปุ่นบุกรุกเข้าไปยังเกาหลีทั้งสิ้น

สงครามนั้นจบลงไปนานแล้ว แต่บาดแผลในใจของผู้คนกลับไม่หายไป หากแต่ยังคงอยู่โดยการเฝ้าพร่ำสอนลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป ส่งผ่านความเกลียดชัง ความไม่เข้าใจกันเหล่านี้ให้สืบต่อไปไม่มีวันจบสิ้น Sukihama หนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่นที่ดูเผินๆ ก็เหมือนกับเด็กวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นทั่วๆ ไป ที่ทำผมทรงชี้โด่ชี้เด่ฟูฟ่อง กับท่าทางยียวนในแบบของเด็กพังค์ แต่คนรอบข้างของเขากลับไม่ยอมรับเขาในฐานะคนญี่ปุ่น แต่คอยปฏิบัติต่อเขาเหมือน "คนต่างด้าว" อยู่ร่ำไป จนเมื่อเขามาพบกับ Sakurai สาวน้อยที่เรียนในโรงเรียนมัธยมเดียวกันกับเขา ชีวิตของเขาก็ดูเหมือนว่าจะถูกเติมเต็มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเพื่อนชาวเกาหลีคนที่ Sukihama นับถือมากที่สุดคนหนึ่งถูกฆ่าตาย เขาจึงเริ่มที่จะวิ่งเข้าหาปัญหาที่เขาหมกเร้นไว้ในหลืบลึกๆ ในใจ และถึงเวลาแล้วที่เขาจะเลือกที่จะยอมรับความจริงของตัวตนของตนเองหรือไม่

ความโดดเด่นที่สุดของหนังคงเป็นเนื้อหาหลักที่เรียกว่าเครียดมากๆ แต่ตัวหนังก็นำเสนอมุมมองของชนกลุ่มน้อยได้อย่างเข้าถึง และน่าสะเทือนใจ ในขณะที่เนื้อเรื่องรองของหนังเกี่ยวกับความรัก ทั้งในแง่มุมของรักหนุ่มสาว และรักจากพ่อแม่ ก็เป็นประเด็นที่ตัวหนังนำเสนอออกมาได้น่ารักน่าชังไม่น้อยทีเดียว นับว่าเป็นการรักษาสมดุลให้กับตัวหนังได้ดี ไม่หนักจนรับไม่ได้ และไม่เบาเกินไปจนหาประเด็นไม่เจอ

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ว่า Go เปิดเรื่องมาด้วยความมันส์สะใจ การตัดต่อโฉ่งฉ่าง กับดนตรีที่ฉูดฉาด คงถูกใจแฟนๆ วัยจ๊าบอยู่ไม่น้อย แต่นั่นไม่ใช่จุดหลักที่ทำให้ Go เป็นหนังที่มีความน่าสนใจที่สุด เพราะจุดที่ทำให้ Go เป็นหนังที่เยี่ยมมากๆ กลับอยู่ที่การใช้ความโฉ่งฉ่างเหล่านั้นบอกเล่าถึงสภาวะจิตใจของตัวละคร และเมื่อแน่ใจแล้วว่าผู้ชมเข้าใจและ "ใส่ใจ" ในตัวละครหลักเรียบร้อยแล้ว ตัวหนังก็กลับตลบหลังผู้ชมด้วยการตอกย้ำประเด็นหลักของหนังด้วยความนิ่ง ลึก ตามแบบฉบับหนังชั้นดีพึงจะเป็น และประเด็นหลักที่หนังนำเสนอนอกจากจะตอกย้ำถึงการเหยียดสัญชาติที่ดูเหมือนคนญี่ปุ่นจะแกล้งกวาดปัญหานี้ไปซ่อนไว้ใต้เตียงแล้วทำเหมือนกับว่ามันได้หายไปในชั่วข้ามคืนแล้ว ประเด็นหลักที่เป็นพระเอกตัวจริงของหนังที่ลุ่มลึกและน่าสะเทือนใจระคนประทับใจอย่างมากมายคงเป็นการพูดถึงการยอมรับในความเป็นตัวตนของตนเองนั่นเอง ไม่ว่าเราจะเป็นคนชาติใด ถือสัญชาติใด ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ความเป็นตัวตนอย่างที่เราเป็นหายไปไหน หากอยู่ที่เราเองต่างหากว่าจะยอมรับความจริงที่เป็นและพร้อมที่จะเดินไปกับมันอย่างอกผายไหล่ผึ่งหรือไม่

เหมือนอย่างที่พ่อจอมโหดของ Sukihama ได้สอนเขาเอาไว้เมื่อครั้งที่หัด Sukihama ชกมวยเมื่อตอนเด็กๆ ว่า ให้ยกแขนขึ้นมาขนานกับพื้น แล้วหมุนรอบตัวเอง และในวงรัศมีรอบตัวเขานั่นเองจะเป็นพื้นที่ๆ ปลอดภัยที่สุด เป็นพื้นที่ๆ จะไม่มีใครเข้ามายุ่มย่าม ซึ่งแน่นอนว่าหาก Sukihama ใช้ชีวิตตามปรัชญาอันนี้ เขาคงจะมีชีวิตที่ราบรื่น แต่ก็ไม่ต่างอะไรจากการกันตัวเองออกมาจากสังคม หรือในทางกลับกันก็คือการกันบุคคลรอบข้างออกไปเช่นกัน ซึ่งในที่สุดแล้ว เขาก็จะรู้ว่า หากเขาใช้ชีวิตเช่นนั้น เขาไม่เพียงกันคนที่เขาเกลียดออกไป แต่มันยังรวมไปถึงคนที่เขารักด้วยเช่นกัน

Go นำแสดงโดยดาราวัยรุ่นชั้นนำอย่าง Yosuke Kubozuka (Ping Pong) เขาเป็นดาราที่ฝากฝีมือการแสดงไว้อย่างน่าปรบมือให้ในทุกๆ โปรเจคที่เขามีส่วน และในเรื่อง Go ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น การแสดงของเขายังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความน่าเชื่อถืออย่างที่สุด Kou Shibasaki หรือ "น้องเคียวโหด" จาก Battle Royal ยังคงความน่ารักไว้ได้อย่างไม่มีหดหายไปไหน อีกทั้งการแสดงของเธอก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อันใดเลยเช่นกัน ในขณะที่ดารารุ่นใหญ่อย่าง Tsumoto Yamazaki ที่รับบทคุณพ่อสุดโหด ที่รักลูกอย่างเหลือแสน การแสดงอย่างเข้าถึงจิตใจของผู้เป็นพ่อที่ดูเหมือนจะโหด แต่แฝงความรักไว้เต็มเปี่ยมทำให้ไม่ว่าเราจะเห็นเขาจับลูกชายมาอัดจนงอมพระรามยังไงก็ตาม ผู้ชมก็จะทำใจลำบากมากๆ ในการที่จะเกลียดพ่อคนนี้ได้ลงคอ

จากคำพูดของ Shakespeare ที่ว่า "ดอกกุหลาบ ไม่ว่าจะเรียกชื่อมันว่าอย่างไร ความหอมรัญจวนของมันจะยังคงอยู่เหมือนเดิมเสมอ" เป็นคำพูดที่ Go ใช้เป็นประเด็นหลักในการเดินเรื่องและเล่าเรื่องราวของชนกลุ่มน้อยในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ Go เป็นหนังญี่ปุ่นที่ทรงพลังอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรจะพลาดชมอย่างยิ่งยวด แล้วคุณจะค้นพบความจริงที่ว่า หนังญี่ปุ่นยังคงมีเสน่ห์และหลังที่ล้ำลึกเหนือหนังเอเชียชาติอื่นๆ อยู่หลายต่อหลายขุมทีเดียว

 


 
---------------------------------
 
 

neunth@yahoo.com
นีอุง นีอุง 08/08/2546
 
:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับคุณนีอุง
 
::>>Poster

 

>> Version 1
>> Version 2

:: Stillcut



>> Stillcut 1

>> Stillcut 2

>> Stillcut 3

>> Stillcut 4

>> Stillcut 5

>> Stillcut 6

>> Stillcut 7

>> Stillcut 8

Credit:
http://www.logo-film.com
 
 
 
contact webmaster
 
popcornfor2@hotmail.com
..............:::: Home | Movies | What's News | Flash | Download | Stars | Webboard