Home >Movies > Yomigaeri
 
 
Quick menu ::>>
--------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็น   
:: Trailer
Trailer


:: Music Video
 

http://briefcase.yahoo
ID: jpop_jam070
p/w: hotstuff
credit. jpophotstuff

 

 
 

หนังที่ว่าด้วยเรื่องของการกลับมาจากความตาย ที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับอารมณ์สยองขวัญเลยแม้แต่น้อย นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง หนังญี่ปุ่นเรื่อง Yomigaeri เป็นหนังในแนวแฟนตาซีที่มีส่วนผสมของความลึกลับ เงื่อนปมปริศนาที่เกี่ยวกับความตาย ซึ่งไม่น่าจะเป็นประเด็นที่จะนำมาเล่าถึงด้วยความรู้สึกที่อบอุ่น อิ่มเอมใจไปได้เลย แต่ตัวหนังที่ออกมากลับให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ อย่างคาดไม่ถึง

Yomigaeri ว่าด้วยเรื่องของหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า อาโซะ อยู่มาวันดีคืนดี ชาวบ้านทั้งเด็กไล่ไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ต่างก็กลับมายังบ้านเกิด พร้อมกับความจำที่จำได้หลังสุดคือวินาทีก่อนที่ตัวเองจะหมดลม ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้น ไม่มี "ผู้กลับมา" คนใดให้คำตอบได้เลย ชีวิตของหลายๆ คนที่ได้พลิกฟื้นขึ้นมาใหม่นั้น มีทั้งผู้ที่เคยเป็นสามี, คนรัก, พี่ชาย, เพื่อน ของคนในหมู่บ้านที่ยังอยู่ โดยที่พวกเขาเหล่านั้นมาปรากฏตัวต่อหน้าคนที่เคยผูกพันด้วย โดยที่ไม่ใช่ผีหรือวิญญาณ แต่พวกเขากลับมาในสภาพที่มีชีวิตจริงๆราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน บางครอบครัวรู้สึกยินดีที่ได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักอีกครั้ง หลายคนรู้สึกสับสนและประหลาดใจ และแน่นอนยังมีอีกหลายคนที่หวังว่าปาฏิหาริย์เช่นเดียวกันนั้นจะเกิดขึ้นกับพวกเขาบ้าง
หนึ่งในนั้นคือ " อาโออิ ทาชิบาน่า " ที่รอการเฝ้าหวังว่าคู่หมั้นที่เสียชีวิตไปแล้วของเธอ " ซูซูเกะ " จะกลับมาอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน ยังมีบุคคลอีกฝ่ายที่เลือกที่จะค้นหาคำตอบมากกว่าเฝ้าหวังลมๆ แล้งๆ " เฮตะ คาวาตะ " เริ่มสนใจที่จะสอบสวนเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเองด้วย ณ ที่นั่น เขาไดัพบเพื่อนเก่าซึ่งก็คือหญิงสาวที่เฝ้ารอปาฏิหาริย์ซึ่งก็คือ อาโออิ นั่นเองโดยที่หัวใจเขาผูกพันกับ อาโออิ ด้วยแม้ว่าตัวหญิงสาวจะไม่รู้ถึงความผูกพันที่เขามีให้เธอเลยแม้แต่น้อย เขาจะทำอย่างไรระหว่าง การนำคู่หมั้นของเธอกลับมาหรือจะทำตามหัวใจของเขาเองซึ่งนั่นก้อคือหนทางที่เขาจะต้องตัดสินใจให้ได้เพราะตัวเขาเองมีเวลาตรงนี้เพียงแค่ 3 อาทิตย์เท่านั้น

จุดที่น่าจะเป็นจุดขายที่ดีที่สุดของหนังน่าจะเป็นการที่หนังพูดถึงการกลับมาจากความตายของแต่ละคนที่ต่างก็มีจุดหมายที่ต่างกัน บางคนมาเพื่อสานต่อความตั้งใจที่ทำไม่เสร็จ บางคนกลับมาเพื่อทบทวนความผิดของตน ในขณะที่บางคนก็กลับมาเพื่อชื่นชมกับผลผลิตที่น่าภาคภูมิใจ แต่การกลับมาของผู้ที่จากไปไม่ได้สร้างเพียงความดีใจของญาติมิตร แต่ในบางกรณี การกลับมาของพวกเขากลับเป็นการสร้างความอึดอัดใจให้กับผู้ที่ยังอยู่
และตัวหนังตอกย้ำและคลี่คลายประเด็นนี้ได้ดีน่าชื่นใจอย่างที่สุด

Yomigaeri เสนอมุมมองของทั้งผู้ที่อยู่และผู้ที่กลับมาได้อย่างสมดุลและการที่หนังพูดถึงมุมมองของทั้ง 2 ฝ่ายแบบนี้ ทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยๆ อารมณ์ที่เกิดขึ้นในหนังจะเป็นสิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน ตัวหนังในช่วงแรกดำเนินเรื่องไปอย่างเนิบนาบเอื่อยเฉื่อยเพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้ผู้ชมได้รู้จักกับปูมหลังของตัวละครแต่ละตัวนั่นเอง โดยผู้กำกับหนังได้เลือกวิธีที่จะทำออกมาในรูปแบบที่ตัดภาพไปมาบ่อยๆจนอาจจะทำให้ผู้ชมงุนงงและรู้สึกว่าตนเองไม่มีส่วนร่วมกับตัวหนังเลยด้วยซํ้า แต่แล้วเมื่อหนังเดินทางเข้าสู่ครึ่งหลัง ข้อมูลที่แฝงอยู่ในความเนิบนาบในช่วงต้นเรื่องก็ส่งผลในการเร้าอารมณ์สะเทือนใจได้อย่างดี

หนังสรุปส่งท้ายด้วยข้อคิดที่ชวนซาบซึ้งและคงจะดีหากคนที่ยังมีชีวิตอยู่คิดแบบนี้ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะการจากไปของคนที่รัก ไม่ว่าจะครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ คงไม่สำคัญเท่ากับการที่เราได้สื่อสาร สัมผัสได้จากใจถึงใจกับคนที่เรารักได้หรือไม่ต่างหาก หากเราทำได้ ความตายก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้เราต้องท้อแท้หมดหวังในการดำรงอยู่ เพราะคนๆ นั้นจะยังอยู่ในใจเราเสมอ ดังนั้นการอยู่กับคนที่รักแต่ไม่ได้มีจิตใจผูกสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งคงไม่ต่างอะไรจากอยู่กับคนที่ตายไปแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม หากเราจิตใจแนบแน่นแม้แต่กับคนที่ตายไปแล้ว ความตายคงจะเป็นเพียงเส้นกั้นบางๆ ไม่ให้เราและเขาได้พบกันเท่านั้น แต่ใจของคนทั้งคู่ย่อมเชื่อมถึงกันได้ตลอดเวลา

ในส่วนของนักแสดง Yomigaeri ได้นักแสดงเจ้าบทบาทที่ชาวไทยรู้จักกันดีนั่นคือ Yuko Takeuchi ( จากภาพยนตร์ซีรีย์เรื่องสูตรรักข้าวห่อไข่และซูเปอร์สตาร์ถามหารัก ) และ Tsuyoshi Kusana ( จากภาพยนตร์เรื่อง Messengers ) และเป็น 1 ในสมาชิกของวง SMAP ด้วยสำหรับนักแสดงนำทั้ง 2 คนถือว่าสอบผ่าน เล่นบทที่กระชากอารมณ์ผู้ชมออกมาได้ดีทีเดียว

งานด้านภาพก็ถือเป็นจุดแข็งของหนังเช่นกัน หนังไม่มีการถ่ายภาพที่สวยงามอะไรมากมาย แต่มีหลายๆ ฉากในหนังที่การถ่ายภาพ การจัดแสงสื่อถึงข้อความลึกๆ ข้างในได้อย่างลงตัวและน่าสนใจมากทีเดียว ซึ่งคงต้องรวมไปถึงการตัดต่อที่ทำให้หนังดูมีอะไรๆ มากขึ้น (จากที่มีมากอยู่แล้ว) และจุดเด่น (มากๆ) ที่เห็นได้ชัดๆ คือเพลงประกอบที่ร้องโดย Rui (Kou Shibasaki) ซึ่งเป็นเพลง pop ที่เพราะมากๆ จริงๆ เพราะขนาดที่ฟังแล้วขนลุกตามไปได้เลย ยิ่งมาผนวกกับภาพในหนังและเหตุการณ์ในช่วงไคลแมกซ์ ด้วยแล้ว ทำให้หนังในช่วงนี้ดูมีพลังมหาศาลเลยทีเดียว (แต่การที่หนังใส่เพลงที่เพราะๆ 3 เพลงรวดติดกันเข้ามาในหนัง ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีอะไรเท่าไหร่นัก)

ว่ากันว่า คุณค่าของทุกสิ่งในโลกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมันได้จากเราไปแล้วเท่านั้น และแม้ว่าหลายๆ คนจะรู้ซึ้งถึงจุดนี้ดี แต่ด้วยปัจจัยหลายประการในการดำเนินชีวิต ซึ่งส่วนมากจะเป็นการไขว่คว้าถึงความก้าวหน้าในชีวิต ที่ทำให้เรามักจะหลงลืมในเรื่องที่อาจเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตเพื่อพบกับความสุขที่แท้จริงของมนุษย์เรา ทำดีกับคนที่รอบข้างของเราตั้งแต่วันนี้เถอะครับ อย่าชะล่าใจจนถึงวันที่เราต้องนั่งรอปาฏิหาริย์รอให้พวกเขากลับมาเพื่อที่เราจะได้มีโอกาสทำดีกับเขาได้อีกครั้งเลย


 
---------------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับคุณ นีอุง

neunth@yahoo.com
นีอุง นีอุง 21/07/2546
   
 
::>>Poster

 

>> Version 1
>> Version 2

:: Wallpaper


Wallpaper 1
>> 800x600

>> 1024x768

Wallpaper 2
>> 800x600
>> 1024x768

Wallpaper 3
>> 800x600

>> 1024x768

Wallpaper 4
>> 800x600

>> 1024x768

Wallpaper 5
>> 800x600

>> 1024x768

Wallpaper 6
>> 800x600

>> 1024x768

Wallpaper 7
>> 800x600

>> 1024x768

Wallpaper 8
>> 800x600

>> 1024x768

Credit:
http://www.logo-film.com
 
 
 
contact webmaster
 
popcornfor2@hotmail.com
..............:::: Home | Movies | What's News | Flash | Download | Stars | Webboard