|
หนังญี่ปุ่นชื่อแปลกๆ
เรื่อง Calmi Cuori Appassionati นี้ สร้างมาจากหนังสือที่เขียนโดย
Kaori Ekuni และ Hitonari Tsuji ซึ่งชื่อเรื่องเป็นภาษาอิตาลีที่แปลได้ว่า
Between Calm and Passion ซึ่งในตัวหนังมีทั้ง Calm และ
Passion มีทั้งซาบซึ้ง มีทั้งหม่นหมอง มีทั้งรัก มีทั้งเกลียด
ตัวหนังว่าด้วยเรื่องกาลเวลาที่ผ่านไป แต่รักครั้งแรกเป็นเรื่องที่ยากที่จะหักใจลืม
ไม่ว่าจะเรียกมันว่า ถ่านไฟเก่า หรือ คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน
ก็ตามที แต่ความรักที่บริสุทธิ์นั้นต้องพร้อมที่จะอภัยให้กันเสมอ
Junsei ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นผู้มีพรสวรรค์ทางด้านงานซ่อมแซมภาพเขียนให้กลับมามีคุณค่าดังเดิม
เขาดั้นด้นไปศึกษางานที่เขารักถึงประเทศอิตาลี และดูเหมือนว่างานของเขาจะก้าวหน้าดี
แต่ภายในลึกๆ แล้ว เขากลับมีความเศร้าที่ไม่ยอมให้ใครเข้ามาแตะต้องแม้แต่แฟนคนปัจจุบันของเขา
ความเศร้านั้นเกี่ยวพันไปถึง Aoi สาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-จีน
ที่เป็นรักครั้งแรกของเขาในปี 1990 เมื่อทั้งคู่ยังเรียนอยู่
แต่แล้วเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่
Junsei ไม่อาจทำใจให้อภัยในความผิดพลาดครั้งนี้ของ Aoi
ได้ ความรักของเขาและเธอจึงแตกสะบั้นลง ทั้งๆ ที่ยังรักกันอยู่เต็มหัวใจ
หนังเปิดเรื่องมาในฤดูใบไม้ผลิ
ปี 1994 เมือง Florence ประเทศอิตาลี งานซ่อมแซมภาพเขียนของ
Junsei กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างสดใส จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาได้พบกับ
Aoi อดีตแฟนของเขาสมัยเรียน ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ยังมีอะไรค้างคาอยู่ในใจของกันและกันอยู่อย่างเห็นได้ชัด
Aoi สาวสวยซึ่งมีแฟนเป็นนักธุรกิจชาวจีนผู้ประสบความสำเร็จ
และเขารักเธอมากไม่แพ้ Junsei และดูเธอจะมีความสุขดีกับชายคนนี้
เหตุการณ์กลับแย่ลงไปเมื่อ Aoi เป็นคนพูดออกมาเองว่าเธอได้ลืมอดีตทั้งหมดทั้งสิ้นไปแล้ว
เพราะแผลที่เธอได้รับนั้น แม้จะรอคอยการซ่อมแซมอยู่ แต่ไม่ใช่ใครๆ
ก็สามารถเข้ามารักษาแผลนี้ได้ เพราะผู้ที่จะเยียวยาได้นั้นต้องเป็นคนที่ทำให้เกิดแผลรอยนี้ขึ้นมาเอง
เพียงแค่ในขณะนี้ เธอยังไม่พร้อมที่จะให้ Junsei เข้ามาในชีวิตใหม่ของเธอที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
และเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองที่ทำกับ
Aoi ไว้ Junsei จึงเขียนจดหมายถึงเธอ บอกเล่าถึงความรักที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ
ข้อความในจดหมายจากคนรักคนแรกที่เขียนบรรยายเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจ
รู้ใจ และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอมากเพียงไร ผ่านเรื่องราวในอดีตที่ทั้งคู่พบกันและรักกัน
นำมาซึ่งฉากน่ารักและหวานมากๆ หลายต่อหลายฉาก แต่คำลงท้ายในจดหมายของ
Junsei ที่แสดงความยินดีกับ Aoi ที่ตอนนี้มีชีวิตที่มีความสุขแล้ว
เธอกลับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ เพราะแม้ว่าต่อหน้าคนอื่นๆ
เธอจะทำตัวเหมือนมีทุกอย่างเพียบพร้อมแล้วก็ตาม แต่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
และด้วยสัญญาเมื่อ 10 ปีก่อน ทำให้คนทั้งคู่หวนกลับมาพบกันอีกครั้ง
เพียงแต่ในครั้งนี้ เมื่อ Junsei รู้ความจริงบางอย่าง
ทำให้เขาจะไม่ยอมเสียเธออีกต่อไปแล้ว ก่อนที่หนังจะเฉลยฉาก
flashback ฉากสำคัญฉากหนึ่ง ที่บอกให้รู้ว่า ความรู้สึกของ
Aoi ต่อ Junsei ไม่มีวันดับหายไปในห้วงเวลาเช่นกัน
จะว่าไปแล้ว
คงต้องบอกกันตรงๆ ว่า เนื้อเรื่องของ Calmi Cuori Appassionati
นั้น "เน่าสนิท" มากพอๆ กับละครแม่ผัวลูกสะใภ้ของประเทศทางแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ
การกระทำบางอย่างของตัวละคร ไร้เหตุผลมารองรับอย่างน่าใจหาย
ด้วยสาเหตุที่เหมือนจะขายผ้าเอาหน้ารอดมากๆ ว่า "ก็หนังมันน้ำเน่า"
นี่นา จะมาเอานิยมนิยายอะไรกันนักหนา แต่ในความน้ำเน่านั้น
ถูกหักลบกลบหนี้ด้วยการนำเสนอที่เฉียบขาด การเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิง
การแสดงที่เข้าท่า รวมไปถึงงานด้านเทคนิคต่างๆ ที่อยู่ในระดับดีมาก
ปัจจัยทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมา ทำให้ Calmi Cuori Appassionati
กลายเป็นหนังรักชั้นดีได้ไม่ยากเลย
ตัวหนังเล่าเรื่องโดยไม่ได้เรียงตามลำดับ
1 2 3 แต่กลับเปิดเรื่องมาด้วยเหตุการณ์ในช่วงกลาง แล้วย้อนกลับไปเล่าถึงต้นตอที่มา
แล้วจึงข้ามกลับมาต่อยังจุดกลางของเรื่องที่ได้เริ่มไว้
ฟังๆ ดูอาจจะคิดว่าน่าจะเป็นหนังที่ดูยากออกสักหน่อย แต่อันที่จริงแล้วกลับไม่เป็นแบบนั้นเลย
เพราะตัวหนังเล่าเรื่องย้อนหลังแบบ "ยกมาทั้งกะบิ"
นั่นคือหนังไม่ได้ตัดซอยย่อยหลายๆ ฉากเล็กๆ จากในหลายๆ
เวลามาต่อกัน แต่หนังเล่าเรื่องในเวลาที่ต่างกันทีเดียวทั้งหมด
ฉะนั้นจึงไม่ยากที่จะติดตามเลยแม้แต่น้อย
หนังเรื่องนี้มีฉากประเภท "สื่อข้อความ"
อยู่หลายต่อหลายจุด ฉากหนึ่งที่ผมชอบมากๆ คือฉากที่ Junsei
กลับมาที่ Florence อีกครั้งเพื่อทำงานซ่อมแซมภาพที่เขารัก
แม้ว่าเขาเคยล้มเลิกความตั้งใจนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเพราะแม้แต่บาดแผลในใจของตนเองยังซ่อมไม่ได้
นับประสาอะไรกับภาพที่ถือว่าเป็นมรดกโลกเหล่านั้น แต่คราวนี้
เรารู้ว่าความมุ่งมั่นของเขากลับมาอีกครั้ง เพราะเขาได้ซ่อมภาพเขียนของศิลปินที่วาดภาพที่เคยทำให้เขาต้องพ่ายแพ้ไปเมื่อหลายปีก่อนได้สำเร็จ
เหมือนกับ Junsei ได้กลับมาคลายปมของตัวเองได้สำเร็จ ดังนั้นในช่วงเวลานี้
เขาพร้อมที่จะ "ซ่อมแซม" หัวใจของตัวเองได้แล้ว
และอีกหลายๆ ฉาก ที่ผกก. Isamu ทำออกมาได้กินใจและเต็มไปด้วยอารมณ์เศร้าซึมลึกที่สื่อผ่านการกระทำของตัวละครแบบที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องเปลืองบทพูด
บทส่วนใหญ่ของหนังเทไปที่ดาราละครหนุ่มชาวบูชิโดอย่าง
Yutaka Takenouchi ด้วยที่ผมไม่เคยดูละครที่เขาเล่นมา
ผมจึงไม่แน่ใจว่าศักยภาพในการแสดงของเขามีมากเพียงไร แต่เท่าที่ดูจากเรื่องนี้
ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกของเขาด้วย ผมให้เขาสอบผ่านฉลุย
ดูเผินๆ จะเหมือนว่าเขาให้การแสดงที่ออกจะนิ่งเกินไปสักหน่อย
แต่เมื่อพิจารณาถึงบุคลิก พื้นหลังของตัวละคร Junsei แล้ว
จะเห็นได้ว่า Yutaka ทำหน้าที่ของเขาได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว
เขาทำให้เรารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดใจลึกๆ ที่ Junsei
ต้องเก็บไว้คนเดียวมาตลอดเวลา ฉากที่เขาระเบิดอารมณ์ออกมาที่โรงพยาบาลนั้นมีพลังมากจนแทบจะสัมผัสจับต้องได้ถึงความเจ็บ
ความเศร้า ของตัวละครได้ในทันที นี่ยังไม่นับรวมเอาความหล่อ
เท่ห์ นิ่ง สุขุม น่ารักในทุกอริยบทของพ่อหนุ่มคนนี้เข้าไปอีก
จึงไม่ยากเลยที่สาวๆ จะเห็นใจพ่อหนุ่มรักร้าวคนนี้เอาง่ายๆ
ในขณะที่ Kelly Chan แม้ว่าผมจะชอบเธอ(มาก) เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ตามที
แต่รู้สึกว่าการแสดงของเธอในเรื่องนี้ยังดูแข็งๆ ประดักประเดิดยังไงชอบกล
(ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ตากล้องถ่ายภาพเธอออกมาให้ดู
"สวยน้อยลง" แต่อย่างใด) แทนที่เธอจะเป็นหญิงสาวที่จมอยู่กับรอยแผลในอดีตจนกลายเป็นคนที่กันตัวเองออกจากคนอื่น
เธอกลับแสดงได้เหมือนนางพญาน้ำแข็งมากไปนิด ดาราประกอบทุกคนแสดงได้ดีไม่มีขัดเขินอะไรแต่ก็ไม่มีใครโดดเด่นจนน่าพูดถึงเช่นกัน
แม้จะมีดาราฮ่องกงเข้ามาร่วมงานด้วยหลายต่อหลายคน
แต่ Calmi Cuori Appassionati ยังถือได้ว่าเป็นหนังสัญชาติญี่ปุ่น
100% เพราะทีมงานทั้งหมดเป็นคนญี่ปุ่น โดยมีดาราฮ่องกงมาสบทบเท่านั้นเอง
(แต่ Kelly Chan ก็ค่อนข้างดังในญี่ปุ่นมากพอสมควรอยู่แล้ว)
หนังกำกับโดยผกก. Isamu Nakae
และถ่ายทำฉากส่วนใหญ่ที่ประเทศอิตาลี ที่เมือง Florence
และ Milan หนังถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม ไม่สวยมากจนกลายเป็นสารคดีท่องเที่ยว
แต่ตอบสนองตัวเรื่องได้ดี ภาพที่ออกมาในหนังนั้น ถือว่าสวยมากที่สุดเท่าที่จะเอื้ออำนวยได้โดยที่ไม่ทำให้หนังกลายเป็นภาพโปสการ์ดขยับได้ไปซะก่อน
ซึ่งต้องขอบคุณงานกำกับภาพที่ดูดีของToyoshige Tsuda และที่เด่นมากๆ
คืองานเพลงประกอบโดย Enya สุดยอดนักร้อง new age ของศตวรรษ
เพลงที่นำมาประกอบไม่ใช่เพลงใหม่ของเธอ แต่กลับเข้ากันได้แบบเป๊ะๆ
กับภาพในหนังได้อย่างน่าประหลาด อีกทั้ง Theme ของดนตรีประกอบเองก็ไพเราะไม่แพ้กัน
"สิ่งมหัศจรรย์สิ่งเดียวในชีวิตของผมคือการที่คุณยังรอผมอยู่ตลอดมา"
"ที่ที่เหมาะสำหรับเรา หาได้จากในหัวใจของตัวเองเท่านั้น"
คำหวานๆ คมๆ เหล่านี้ ล้วนมาจาก บทหนังที่เขียนโดย Fumie
Mizuhashi ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ควรได้รับเสียงปรบมืออย่างยิ่ง
นอกจากนี้ บทพูดของตัวละครในหนังผสมปนเปกันไประหว่างภาษาญี่ปุ่น
อิตาลี และภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพียงเพราะเหตุผลที่ว่าทีมนักแสดงเป็นประเภท
International เพียงอย่างเดียว แต่เพราะ ผกก. Isao ได้แฝงนัยบางอย่างเอาไว้ในบทพูดผ่านภาษาที่ต่างกันได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย
หากไม่นับความเป็นน้ำเน่าของหนังแล้ว
Calmi Cuori Appassionati จัดเป็นหนังรักที่ให้อารมณ์ละเมียดละมัย
ซ้ำยังสื่อนัยแฝงได้อย่างน่าติดตาม และที่สำคัญคือตัวหนังเลือกทางเดินและจุดยืนอย่างแน่นอนว่าจะเป็นหนังรักที่นำเสนอแง่มุมด้านนี้เพียงอย่างเดียวล้วนๆ
โดยไม่ต้องไปละล้าละลังห่วงในเรื่องขององค์ประกอบด้านสังคม
วัฒนธรรมอื่นๆ ให้สะดุดใจคอหนังรักเปล่าๆ ปรี้ๆ และแง่มุมความรักที่หนังนำเสนอก็เป็นแง่มุมที่ค่อนข้างบริสุทธิ์และตรงไปตรงมา
โดยไม่สนใจว่าตัวหนังจะขาดมิติ เพราะองค์ประกอบด้านบท
ด้านภาพ และการกำกับที่ถึงพร้อมด้วยฝีมือ พาให้หนังเล่าเรื่องอย่างที่มันต้องการได้อย่างมั่นคง
และสื่อในสิ่งที่ต้องการได้
คงไม่ใช่เรื่องผิดบาปหากในใจคุณยังมีพื้นที่เหลือไว้ให้กับความรักที่เกิดขึ้นในอดีต
ทั้งๆ ที่ ณ ปัจจุบันคุณมีใครสักคนรอคุณอยู่แล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณมั่นใจว่าชีวิตจะไม่มีวันสมบูรณ์หากพื้นที่ในใจนั้นไม่ได้ถูกเติมเต็มโดยคนในอดีตคนนั้น
และหากเขายังรอคุณอยู่เช่นกัน การปิดบังความต้องการของตนเอาไว้รังแต่จะกัดกร่อนใจของคุณเอง
จงเชื่อในความรู้สึกของตนเองแล้วกลับไปเติมเต็มพื้นที่ว่างนั้นด้วยความรักที่คุณและเขาเฝ้ารอมาตลอด
แล้วคุณจะเข้าใจในพลังของความรักที่คงอยู่ซึ่งกันและกัน
|