Home >Movies> christmas in August
 
 
Quick menu ::>>
----------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็น   
:: Trailer+MV
 Bus, Stop
 
:: Music video
web reference
www.movieweek.co.kr
bus.myungfilm.com
www.asiandb.com
:: Trailer+ MV
Over the rainbow
 
:: Music video
web reference
movieweek.co.kr
asiandb.com
overtherainbow.co.kr
 
 
 
 
สุดท้ายก็ถึงคิวจนได้ครับกับสุดยอดภาพยนตร์โรแมนติกจากเกาหลี หากเข้าไปดูที่หน้าที่ผมเขียนถึงเรื่อง Il Mare ทางด้านขวาคุณคงจะเห็น 5 อันดับหนังน่าดู(มาก) ที่ผมได้จัดเอาไว้ ซึ่งนั่นมันก็นานหลายเดือนมาแล้ว หากมาถามผมอีกครั้งในตอนนี้ บางเรื่องจาก 5 เรื่องนั้น อาจจะมีการตกอันดับลงไปได้ แต่ผมยังยืนยัน(อาจจะนั่งยัน และถึงกับนอนยันด้วย) ว่าอันดับหนึ่งของผมนั้นยังคงเป็นเรื่องนี้แหละครับ Christmas in August


ผมได้มีโอกาสชมเรื่อง Christmas in August ครั้งแรกในงานเทศกาลหนังรักเอเชียเมื่อหลายปีก่อนที่จุฬา ก่อนฉายหนังผู้จัดได้ประกาศว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นิยมมากๆ จากทุกประเทศที่ได้นำไปฉาย จะมีคนไปดูจนล้นรอบทุกครั้งไป (ซึ่งรอบนั้นคนก็เยอะจริงๆ เสียด้วย) หลังจากที่ผมดูจบเรื่อง ความรู้สึกแรกที่เข้ามาคือ นี่มันหนังอะไรกันเนี่ย? ทั้งเรื่องราบเรียบโดยตลอด ไม่มีจุดหักมุม ไม่มีจุดให้ลุ้นใดๆ ได้เลย ซ้ำร้ายตอนจบก็จบแบบนึกอยากจะจบก็จบ แต่น่าประหลาดที่แม้ผมจะรู้สึกแบบนั้นกับตัวหนังแต่ผมกลับไม่สามารสลัดความคิดถึงตัวละคร เหตุการณ์ต่างๆ ออกไปได้เลยนับเป็นเวลาหลายๆ วัน จนกระทั่งผมได้มีโอกาสมาชมอีกครั้งในรูปแบบ VDO แล้วความเขลาของผมก็หายไป เมื่อพบว่า จริงๆ แล้ว Christmas in August เป็นหนังที่มีการเดินเรื่องที่เรียบง่ายแต่ฉลาดและลุ่มลึกมากๆ โดยที่ตัวหนังบอกกับคนดูให้รู้ว่าฝ่ายคนดูเองต่างหากที่ต้องเป็นคนเดินเข้ามาสัมผัสความรู้สึกสะเทือนใจนั้นด้วยตัวเอง

Christmas in August กำกับโดย เฮอ จินโฮ (One fine spring day) ดารานำแสดงฝ่ายชายคือ ฮัน ซุกยู ดาราที่รับประกันการทำเงินของหนังได้เป็นอย่างดีคนหนึ่ง (Shiri, Tell me something, Contact และล่าสุดคือ Double Agent) ส่วนฝ่ายหญิงก็เป็นดาราสาวที่ล่าสุดประกาศอำลาวงการไปแต่งงานเสียแล้ว ชิม ยุนฮา (Tell me something, Interview, Museum by the zoo) และอีกหนึ่งองค์ประกอบที่เป็นส่วนเสริมที่ขาดไม่ได้เลยคือดนตรีประกอบโดย โช ซง-วู ด้วยท่วงทำนองที่เศร้าสร้อย (แต่ไม่หดหู่) ในระดับที่ทำให้คุณร้องไห้ได้เกือบจะทันทีที่ได้ฟัง


ัในหน้าร้อนหนึ่งของเดือนสิงหาคมที่อากาศกำลังร้อนอบอ้าวได้ที่ ยู จุงวอน ชายหนุ่มวัย 30 ต้นๆ ท่าทางใจดี นั่งรอพบหมอที่โรงพยาบาล เขาทำตัวเหมือนมันเป็นเรื่องปกติในชีวิต ซ้ำยังมีแก่ใจหยอกล้อกับเด็กที่มารอพบหมอเช่นเดียวกับเขา จุงวอน เป็นเจ้าของร้านถ่ายรูปเล็กๆ ตัวเขาอาศัยอยู่กับพ่อและน้องสาวในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ดูเขาจะพอใจในชีวิตอันราบเรียบจนมีความเป็นไปได้สูงที่เขาคงจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่อยากที่จะไขว่คว้าอะไรที่ดีไปกว่านี้ให้กับตัวเองอีกแล้ว ซึ่งจะว่าไปแล้ว เขามีเหตุผลที่ทำตัวเช่นนั้น ซึ่งเหตุผลที่ว่านี้จะรู้กันระหว่างตัวเขา ครอบครัวของเขา และคนดูเพียงเท่านั้น จนวันหนึ่งที่ คิม ดาริม สาวจราจรได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของ จุงวอน และจากนั้นชีวิตของเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่ว่าชีวิตเขาจะมีอะไรยุ่งยากมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม ชีวิตของเขากลับมีความสุขมากขึ้นต่างหาก เพียงแต่ว่าราคาของความสุขที่เดินมาหาเขานั้นมันช่างสูงมากจนบางที จุงวอน ไม่แน่ใจว่าเขาจะอยู่ในสถานะที่จะ ( หรือมี "เวลา" พอ ) รับมันไหว

วันแรกที่ ดาริม เอาฟิล์มมาล้างที่ร้านของ จุงวอน เป็นวันที่แย่มากวันหนึ่งในชีวิตเขา เพราะเขาเพิ่งกลับมาจากงานศพของเพื่อนคนหนึ่ง การปฏิเสธที่จะล้างฟิล์มนั้นให้ในทันทีเป็นเหตุให้ ดาริม งอนไปพักใหญ่ จนกระทั่ง จุงวอน มาง้อลูกค้าสาวหน้าใหม่คนนี้ด้วยไอติมเพื่อคลายร้อนหนึ่งแท่งพร้อมรอยยิ้ม แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มต้นหลังจากนั้นมา

ด้วยอาชีพของ ดาริม เป็นเจ้าหน้าที่จราจรฝ่ายควบคุมการจอดรถ การถ่ายรูปผู้จอดรถผิดกฎหมายจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำทุกวันและเป็นงานที่ชาวร้านบ้านถิ่นไม่ชอบกันซักเท่าไหร่นัก เธอและเพื่อนร่วมอาชีพจึงเปรียบเสมือนคนนอกของสังคมไปอย่างกลายๆ ด้วยเหตุที่การเอาล้างฟิล์มเป็นส่วนหนึ่งในงานที่เธอต้องทำเกือบจะทุกวัน และตั้งแต่วันนั้น ร้านที่เธอเลือกจึงเป็นร้านของ จุงวอน ร้านที่เธอเข้ามานั่งพักร้อนได้ ร้านที่เธอเข้ามาหาเพื่อนนั่งคุยฆ่าเวลาได้ ร้านที่เข้ามาแล้วมีชายเจ้าของร้านที่มีแต่รอยยิ้มรับเธออยู่เสมอ

ดาริม ยังคงเอาฟิล์มมาล้างที่ร้านอยู่สม่ำเสมอจนกระทั่งวันหนึ่งซึ่งเป็นวันหยุดงานของเธอ แต่เธอยังแวะเข้ามาและคราวนี้เธอไม่ได้มีฟิล์มติดมือมาด้วยเหมือนทุกครั้ง แต่กลับมานั่งชวน จุงวอน คุยเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับตัวเขา แลกเปลี่ยนกับเรื่องของตัวเธอเอง เธอชอบพูดคล้ายๆ จะแสดงความรู้สึกบางอย่างออกมาอยู่เรื่อยๆ คำพูดเช่น "คนราศีสิงห์กับชั้นนะเข้ากันได้ดีนะ" พร้อมแสร้งทำหน้าตาเฉยๆ ไม่สนใจเพื่อปิดบังอาการเขินอายที่แทบจะล้นออกมา เมื่อเวลาผ่านไป การกระทำหลายๆ อย่างที่เพื่อนธรรมดาไม่พึงทำต่อกันก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าสวยเข้ามาในร้านพร้อมสีหน้าเฉยเมยเช่นเคย แต่ครั้น จุงวอน ทักเข้า กลับยิ้มร่าเริงชอบใจเหมือนเด็กๆ หรือ การที่เธอไม่มาตามนัดแต่กลับมาถาม จุงวอน ว่าโกรธมั้ยแต่เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ส่วนฝ่าย จุงวอน เองนั้น แม้การแสดงออกภายนอกเขาจะดูไม่ค่อยใส่ใจในตัว ดาริม แบบเกินเพื่อนซักเท่าไหร่แต่ตัวหนังก็บอกคนดูให้รู้ตลอดเวลาว่าความรู้สึกของเขาต่อ ดาริม นั้นก็มีมากไม่แพ้กัน เช่น ในเช้าวันหนึ่งหลังจากที่เขาไปเมาหัวราน้ำมากับเพื่อนสมัยเด็ก คำพูดที่ผ่านโทรศัพท์ของเพื่อนบอกว่าเขาเฝ้าแต่พูดถึงจราจรสาวบ่อยๆ เมื่อตอนที่เมาไร้สติเมื่อคืน


ในช่วงหนึ่งที่แสดงออกมาอย่างชัดแจ้งว่าความรักของทั้งคู่ได้เบ่งบานขึ้นแล้วคือฉากที่ จุงวอน ช่วย ดาริม ขนของขึ้นมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ของเขาแล้วให้เธอนั่งซ้อนท้าย แน่นอนว่าเธอไม่ปฏิเสธคำชวนนั้น ฉากนี้เกือบจะเป็นจุดเดียวในเรื่องที่หนังถ่ายภาพออกมาอย่างสดใส มีชีวิตชีวา ภาพคนทั้งคู่ยิ้มอย่างมีความสุข รวมไปถึงดนตรีประกอบที่แสดงถึงความเบิกบานอย่างที่สุด


ฉากหวานๆ ฉากหนึ่งที่ผมชอบมากๆ คือฉากที่ทั้งคู่ไปเที่ยวสวนสนุกกัน ฉากนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของหนังในการใช้เทคนิคการนำเสนอความ "จิ๊ด(มาก)" ผ่านมุมมองที่ธรรมดาๆ ผ่านพฤติกรรมตามปกติของตัวละครที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร (แต่จริงๆ แล้วมี "อะไร" ที่ลึกซึ้งมาก) ได้อย่างแนบเนียน แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณหลงไปคิดหรือ "ตามมุขทัน" เข้าละก็ ไม่รอดครับ คุณจะถูกความจิ๊ดกลุ้มรุมทำร้ายหมู่แบบหาทางรอดได้ยากเต็มที

หนังนำเสนอการพัฒนาความผูกพันของคนทั้งคู่ผ่านการใช้ชีวิตประจำวันปกติอยู่ตลอดเวลา ไม่มีช่วงใดฉากไหนเลยที่จะมีการขับเน้นถึงอารมณ์ว่าทั้งคู่รักกันปานจะกลืนกิน ทั้งการที่ดาริม เล่าเรื่องตลกที่ได้ฟังจาก จุงวอน ให้เพื่อนร่วมห้องฟัง เธอเล่าไปยิ้มไปและแน่นอนว่าสาเหตุที่เธอยิ้มนั้นไม่ใช่เพราะความตลกของเรื่องที่เล่าเป็นแน่ หรือ ตอนที่จุงวอน เล่าเรื่องผีให้ ดาริม ฟัง เธอเดิมเกาะแขนเขากระชับแน่นมากขึ้นด้วยความกลัว(หรือเปล่า?)

อีกทั้งสัญลักษณ์หลายๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาก็ดูจะเป็นอะไรที่ง่ายๆ เป็นของในชีวิตประจำวันที่พบเห็นได้ทั่วไป สัญลักษณ์ที่ดูจะโดดเด่นมากที่สุดคือ รูปถ่ายแฟนเก่าสมัยเรียนหนังสือของ จุงวอน ที่ติดอยู่หน้าร้านมาเป็นปีๆ อีกจุดหนึ่งที่เป็นตัวบอกถึงระยะเวลาของความรักของทั้งคู่คงเป็นฤดูที่เปิดเรื่องด้วยหน้าร้อน ผ่านหน้าฝนและสุดท้ายมาปิดเรื่องด้วยฉากที่เต็มไปด้วยหิมะ

ในช่วงกลางเรื่อง หนังบอกกับคนดูถึงสาเหตุที่ จุงวอน ไปนั่งรอพบหมอที่โรงพยาบาลอยู่เสมอๆ จุงวอน ไม่เคยเอ่ยปากถึงเรื่องนี้กับคนนอกครอบครัว แม้แต่กับ ดาริม เอง เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครๆ ต้องมาเป็นกังวลและเขามีความสุขมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายสร้างรอยยิ้มให้คนอื่นแบบนี้ แต่พอถึงจุดๆ หนึ่ง ตัวหนังไม่ลังเลเลยที่จะแสดงอีกด้านหนึ่งของผู้ชายใจดีคนนี้ออกมา ด้านของความกลัว ด้านของการปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง ที่จริงแล้วเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เป็นกลไกป้องกันตัวเอง 5 ขั้นตอนของมนุษย์เมื่อพบวิกฤติในชีวิต แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฉากที่ จุงวอน นั่งเขียนขั้นตอนพร้อมถ่ายรูปการใช้เครื่องอัด-ล้างรูป ฉากที่เขานอนร้องไห้คนเดียว ฉากที่เขาเข้ามานอนข้างๆ ผู้เป็นพ่อเพราะระลึกได้ว่าทุกนาทีที่จะได้อยู่กับคนที่เขารักกำลังลดทอนลงทุกขณะ ฉากเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกเศร้าใจและสงสาร จุงวอน อย่างสุดซึ้ง หรือแม้แต่ฉากที่อาจทำให้คนใจอ่อนเกิดอาการใจสลายได้ง่ายๆ คือฉากที่เขากลับมาที่ร้านเป็นครั้งสุดท้าย แน่นอนว่าเขาปิดร้านเพราะต้องการสะสางเรื่องราวของตัวเองตามลำพังเท่าที่เวลาที่เหลือจะอำนวยให้ภาพของ ดาริม กำลังทำงานของเธออยู่นอกร้านนั้น เขามองเธอด้วยสายตาที่ปวดร้าวเป็นที่สุด ผู้ชมรู้อยู่เต็มอกว่าจุงวอน ต้องการที่จะพบเธอ ได้พูดคุยกับเธออีกครั้ง แต่จะฝืนทำไปเพื่ออะไรกันหากการพบกันคราวนี้อาจจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย โดยที่เขาไม่เคยให้โอกาสอีกฝ่ายหนึ่งทำใจรับเรื่องนี้มาก่อนเลย ในตอนนี้ จุงวอน ทำได้มากที่สุดเพียงแค่ วางนิ้วมือของเขาทาบทับไปที่ตัวเธอผ่านแผ่นกระจกของร้านเหมือนพยายามจะบอกลาเธอ ภาพที่เห็นเป็นภาพที่บอกความรู้สึกออกมาได้ยากเต็มที ด้วยความรู้สึกของคนดูขณะนั้นคงหลั่งออกมาเป็นน้ำตาไปจนหมดแล้ว

ช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนัง จุงวอน และ ดาริม ไม่ได้มีบทร่วมกันอีกเลยจนจบเรื่อง หนังบอกให้เรารู้ว่า จุงวอน หายไปไหน แต่ ดาริม ไม่รู้ เธอเฝ้าเวียนมาที่ร้านถ่ายรูปเล็กๆ ร้านนั้นวันแล้ววันเล่าเพื่อจะพบกับประตูร้านที่ปิดอยู่ตลอด แต่น่าประหลาดว่าผมกลับรับรู้ถึงความผูกพัน การสื่อถึงกัน ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้อยู่โดยตลอดเวลา ในฉากสุดท้ายของเรื่อง วันที่เมืองทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ดาริม กลับมาที่ร้านอีกครั้ง เธอหยุดยืนมองดูที่หน้าร้าน มองไปตามรูปต่างๆ ที่ติดโชว์เอาไว้ ซึ่งเป็นปกติของร้านถ่ายรูปทั่วๆ ไปที่จะมีการติดรูปต่างๆ ไว้หน้าร้าน จนเธอมาสะดุดที่รูปๆ หนึ่ง รูปที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นรูปแฟนเก่าสมัยเรียนของ จุงวอน แต่ตอนนี้ รูปที่อยู่ในกรอบนั้นได้กลายเป็นรูปของ ดาริม เอง เธอยิ้มใส เธอรับรู้ได้ว่า ตอนนี้ไม่ว่า จุงวอน จะอยู่ที่ไหนก็ตามที แต่เขาจะมีเธอไปด้วยเสมอตลอดเวลา

หากหลายๆ คนที่ได้ชมเรื่องนี้เป็นครั้งแรกแล้วเกิดอาการอึ้งว่านี่มันเป็นหนังรักประเภทไหนกัน(ฟะ) มันถึงได้ไร้ซึ่งคลื่นลมและสงวนท่าทีอะไรกันขนาดนี้ หากจะให้ผมตอบ ผมคงบอกได้ว่า Christmas in August เป็นหนังรักประเภทที่ทุกๆ คนที่เคยมีรักจะสัมผัสได้ถึงความโรแมนติก (แม้ว่าจะไม่มีฉากไหนที่แสดงให้เห็นกันโต้งๆ) เป็นหนังรักประเภทที่คุณจะสรุปได้ว่าหนังมันไม่มีอะไรแต่กลับทำให้คุณเก็บไปคิดได้เป็นตุเป็นตะ (และอยากดูอีกครั้งแล้วครั้งเล่า) เป็นหนังรักประเภทที่คุณจะพาคนที่คุณรักมากที่สุดไปชมด้วยกันเพื่อจะบอกให้เค้ารู้ว่าคุณรักเขามากเพียงไร และที่สำคัญ สำหรับผม ผมรู้สึกว่า Christmas in August เป็นหนังที่พิเศษกว่าเรื่องอื่นตรงที่มันเป็นหนังรักประเภทที่คุณจะอิ่มเอมไปกับมันได้มากขึ้นหากคุณสัมผัสกับมันด้วยหัวใจ
 
---------------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับคุณ นีอุง
  neunth@yahoo.com
นีอุง นีอุง 26/7/2545
 
:: X'mas in August-OST
 
 
limited time on our server until 13 Aug.
--------------------------------
save mp3 file by
1.right click on the link
2.choose "save target as
"
:: Wallpaper 800x600
Wallpaper 1 (Popcornfor2's version)
Wallpaper 2
Wallpaper 3
Wallpaper 4
Wallpaper 5
 
:: Ads - calli
Eun-Ha Sim
File size : 2.7 Mb
 
:: Ads - Dongseo Maxim
Eun-Ha Sim & Seok-Kyu Han.
File size : 5Mb
web reference
www.koreatips.net
 
 
:: Trailer
Tell me something
File size : 5.5 Mb
web reference
www.cinemasie.com
www.wix.co.kr
 
 
 
contact webmaster
 
popcornfor2@hotmail.com
..............:::: Home | Movies | What's News | Flash | Download | Stars | Webboard