== ตอน 16 ==

ตำรวจแจ้งข้อหาข่มขู่และฉ้อโกงแก่ซางดูแล้วใส่กุญแจมือที่ข้างซ้าย ซางดูสะบัดหนีการจับกุมและออกวิ่งสุดแรง ใจเขานึกแต่ว่าต้องไปหาอุนวานที่โบสถ์ให้ได้ ซางดูล้มลุกคลุกคลานแต่ก็หนีตำรวจได้อย่างหวุดหวิด เขาเรียกแท็กซี่ไปส่งที่โบสถ์ตามแผนที่ๆ มินซุกทิ้งไว้ให้





ซางดูก้าวเข้าไปในโบสถ์ เขาพบอุนวานในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ อุนวานประหลาดใจที่คนที่เข้ามากลายเป็นซางดู มิใช่มินซุก เธอไล่ซางดูไป แต่ซางดูบอกเธอว่ามินซุกจากไปแล้วและฝากเขาให้มาขอโทษอุนวาน
"กลับบ้านกันเถอะ ในนี้หนาวนะ เดี๋ยวคุณจะเป็นหวัด" ซางดูชวนอุนวาน
"คุณก็กลับไปสิ ฉันจะรอมินซุก"
"เขามาไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือไง"
"อย่ามาสนใจฉันเลย คุณไปเถิด"
"อุนวาน"
"อย่ามาเรียกชื่อฉัน มันไม่ได้มีไว้ให้คนอย่างคุณเรียก ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ออกไปจากที่นี่เสีย" ซางดูได้ยินรู้สึกเสียใจ เขาหันหลังเดินก้มหน้าออกไปรออุนวานหน้าโบสถ์



อุนวานนั่งรอต่อจนเย็นในชุดเจ้าสาว เธอร้องไห้จนน้ำตาแห้งเหือด มินซุกก็ไม่ปรากฏตัว อุนวานเปลี่ยนชุดเจ้าสาวออกเพื่อกลับบ้าน ที่หน้าโบสถ์ซางดูยังนั่งรออยู่อย่างอดทน ซางดูวิ่งมาคว้าข้อมืออุนวานไว้และขอร้องให้เธออยู่เที่ยวเล่นกับเขาอีก 4 ชั่วโมง ซางดูเพียงต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดกับคนที่เขารักมากที่สุด อุนวานไม่รู้สถานการณ์ของซางดู เธอปฏิเสธว่าไม่มีอารมณ์จะไปเที่ยวเล่น ซางดูตื๊อจนอุนวานรำคาญ หันมาถามว่า
"ถ้าฉันไปกับคุณวันนี้ คุณจะออกไปจากชีวิตฉันตลอดไปไหม"
ซางดูมีสีหน้าปวดร้าว เขาพยักหน้าช้าๆ



ซางดูขอจูงมืออุนวานและชวนเธอไปนั่งร้านกาแฟ เพื่อที่เขาจะได้มองหน้าเธอชัดๆ ซางดูนั่งจ้องหน้าอุนวานเหมือนต้องการจดจำรายละเอียดประทับไว้ในดวงใจ อุนวานเอ่ยถามว่า
"คุณทำอย่างนี้ทำไม คุณสงสารที่มินซุกทิ้งฉันไปใช่ไหม"
ซางดูไม่ตอบคำถาม เขายังจ้องหน้าอุนวานไม่ละสายตา "คุณหน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง จมูก ดวงตา ปากของคุณรูปร่างเป็นอย่างนี้เอง"
"คุณไม่จำเป็นต้องมาสงสารฉัน ผู้ชายไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต ฉันไม่เป็นอะไรหรอก"
"คุณยิ้มให้ผมหน่อยได้ไหม" ซางดูถาม "เวลาคุณยิ้ม คุณน่ารักมากนะ น่ารักกว่าตอนร้องไห้เยอะเลย"
"ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้มาตลอด ผมขอโทษที่ทำร้ายจิตใจคุณ ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องผ่านสิ่งเลวร้ายทั้งหมด" ซางดูบอกเสียงเศร้าๆ
"คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ซางดู" อุนวานยิ้มน้อยๆ "แต่แย่หน่อยนะ มันสายไปแล้ว" อุนวานกลั้นน้ำตา แล้วก้มหน้า เธอพูดต่อว่า "ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว...เหนื่อยมาก ฉันตามคุณไม่ทันหรอก ฉันขอโทษนะ"



ทั้งสองนั่งรถประจำทางกลับบ้าน ซางดูเดินตามมาส่งอุนวานที่บ้าน
"ฉันว่าเวลาของเราหมดแล้วนะ" อุนวานพูด
"ยังเหลืออีก 38 วินาที" ซางดูตอบ
"เถียงกันอย่างนี้คุณไม่เหนื่อยหรือ" อุนวานถาม
"อย่าโมโหสิ เสียเวลาเปล่าๆ ผมไม่ได้ตามมาเพื่อดูคุณโมโหนะ"
"แล้วคุณทำเพื่ออะไร คุณจะให้ฉันทำอะไร คุณจะให้ฉันกลับไปหาคุณหรือ คุณทิ้งโบรีได้หรือ คุณทำไม่ได้หรอก" อุนวานใส่เป็นชุด
"ฉันยังเป็นน้าโบรีอยู่ ระหว่างเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถึงแม้มินซุกจะจากไป" อุนวานทิ้งท้าย
ซางดูถอนใจ หันมายิ้มให้อุนวานและว่า "หยุดโมโหเสียที คุณยิ้มให้ผมสักครั้งไม่ได้หรือ"
อุนวานแยกเขี้ยวยิ้มฝืนๆ ให้ซางดู "พอใจไหม เห็นรอยยิ้มฉันแล้ว เวลาคุณหมดแล้ว ไปสิ"

ทั้งสองเดินมาถึงหน้าบ้านอุนวานพบกับแม่อุนวาน ซึ่งรู้ข่าวของมินซุกแล้ว แม่ชวนซางดูให้เข้ามากินข้าวเย็นด้วย และว่าอยากทำอาหารให้ซางดูกินนานแล้ว อุนวานพยายามไล่ซางดูให้กลับไป แต่แม่ยืนยันจะเลี้ยงข้าวซางดูให้ได้ ในที่สุดซางดูเข้ามากินข้าวในบ้าน อุนวานไม่ยอมร่วมโต๊ะและเข้าห้องนอนทันที

ระหว่างกินข้าวแม่บอกว่าจะชดเชยทุกอย่างให้ซางดู และว่ารู้สึกติดค้างซางดูมากเหลือเกิน ซางดูเข้าใจในความรู้สึกของแม่อุนวานเป็นอย่างดี เขาก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย ซางดูเผลอเอามือข้างซ้ายออกมาทำให้แม่และจีวานเห็นกุญแจมือที่ห้อยอยู่ ทั้งสองตกใจมาก ซางดูขอร้องไม่ให้บอกอุนวาน เมื่อกินข้าวเสร็จ แม่ยังชวนซางดูให้ค้างที่บ้านคืนนั้น ซางดูจะไม่ยอม แต่ทั้งแม่และจีวานขอร้องให้เขาอยู่เพียงคืนเดียว ซางดูซาบซึ้งในน้ำใจทั้งสองจนน้ำตาไหลออกมา

รุ่งสางซางดูตื่นแต่เช้า ก่อนออกจากบ้านเขาเข้าไปในห้องอุนวาน เธอยังไม่ตื่น ซางดูก้มลงหอมแก้มเธออย่างแผ่วเบาราวกับเป็นการบอกลา ซางดูคิดว่าจากกันเช่นนี้คงเป็นการดีสำหรับอุนวาน แล้วน้ำตาซางดูก็ไหลรินอาบแก้ม


ซางดูมาหาโบรีที่โรงพยาบาล เขาบอกลูกว่าเขาต้องไปธุระที่โบรีตามไปไม่ได้ และให้ลูกสัญญาว่าจะกินข้าว ฉีดยา ตามหมอสั่ง ซางดูพบเซราจึงออกมานั่งคุยกัน เซราเข้าหน้าซางดูไม่ติดด้วยความรู้สึกผิดต่อเขา เซราถือโอกาสขอโทษซางดู
"ฉันจะบอกความจริงกับคุณหลายครั้งแล้ว แต่นานๆ เข้า ฉันก็เชื่อจริงๆ ว่าคุณเป็นพ่อของโบรี" เซราพูดทั้งน้ำตา
"นี่คุณ...คุณเป็นแม่ของคนไข้โรคมะเร็งนะ คุณจะอ่อนแอและร้องไห้แบบนี้ไม่ได้ คุณจะทำให้ผมบ้าจริงๆ" ซางดูดุเซรา "แล้วอย่างนี้ผมจะทิ้งโบรีไว้กับคุณได้อย่างไร"
"คุณจะไปไหนหรือ"
"ผมไปเพราะไม่อยากเห็นหน้าคุณ"
"ซางดู" เซรายิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม
ซางดูลุกขึ้นยืนและว่า "ผมทำมาขนาดนี้ ควรจะพอแล้วใช่ไหม ผมไม่ต้องไปหลอกลวงใครอีกแล้ว"
"คุณพูดถูก" เซราพยักหน้ารับ "คุณควรได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ ไปตามทางของคุณเถิด"
"มีสมุดเงินฝากอยู่ในกระเป๋าของโบรี ถ้าโบรีต้องผ่าตัด เอาเงินนั่นไปใช้เสีย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าทิ้งโบรีเป็นอันขาด" เซราพยักหน้ารับ ซางดูพูดต่อ "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณต้องปกป้องโบรีนะ ถึงแม้มัจจุราชจะมาเอาตัวโบรีไป คุณก็ต้องยื้อยุดไว้ สัญญานะ"
"เซรา...ขอบคุณนะ" ซางดูยิ้มน้อยๆให้เซรา "ขอบคุณที่ให้กำเนิดโบรี...ขอบคุณที่ส่งโบรีมาให้ผม"
เซรานั้นพูดอะไรไม่ออกแล้ว เหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่ลำคอ
"ถ้าไม่มีโบรี ชีวิตผมคงน่าเบื่อแย่" ซางดูพูด "เจ็ดปีผ่านไปเร็วมากกับการเลี้ยงดูโบรี นี่ผมเป็นหนี้บุญคุณโบรีนะ...ขอบคุณนะ เซรา"
เซราสะอื้น "ซางดู..."



ซางดูกลับเข้ามาในโรงพยาบาล เขาแอบมาร้องไห้คนเดียวในห้องน้ำ ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจ



อุนวานรู้จากจีวานเรื่องที่ซางดูจะโดนจับ เธอรีบมาที่โรงพยาบาล พบว่าซางดูมอบตัวแล้ว และกำลังนั่งรถตำรวจออกไป เธอวิ่งไปขวางรถตำรวจ ร้องไห้คร่ำครวญเคาะกระจกรถให้ซางดูลงมา
"ซางดู ฉันโกหกคุณ ฉันไม่เหนื่อยเลย ฉันยังมีแรงเหลืออีกเยอะ ซางดู อย่าไปนะ...ซางดู"
ซางดูหันมาบอกตำรวจ "น่าอายจริงๆ คุณตำรวจครับ เราไปกันเถิด"
รถตำรวจออกจากโรงพยาบาลไป ทิ้งอุนวานให้ยืนร้องไห้อยู่ที่นั่น ซางดูเหลียวหันมาดูอุนวานจากในรถอย่างเสียใจเป็นที่สุด







ที่โรงเรียนมีการขอบริจาคเลือดและค้นหาผู้บริจาคไขกระดูกที่เหมาะสมสำหรับโบรี ในที่สุดพบว่าฮีซูเพื่อนร่วมชั้นของซางดูเป็นผู้มีไขกระดูกที่เหมาะสม โบรีจึงได้ผ่าตัด ผลการผ่าตัดประสบผลสำเร็จ

อุนวานมาเยี่ยมซางดูที่คุก ทั้งสองไต่ถามทุกข์สุขกัน ซางดูพูดขึ้นว่า
"อุนวาน ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่มีความสุขเลยนะ ผมเป็นกังวลกลัวว่าคุณจะคิดว่าผมไม่มีความสุข"
"ถ้าอย่างนั้น คุณมีความสุขหรือ"
"ผมไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร แต่ทุกครั้งที่ผมตื่นมาในตอนเช้า ผมจะได้ยินเสียงคุณกระซิบที่ข้างหู บอกผมว่า ซางดู...อรุณสวัสดิ์ เช้านั้นก็จะเป็นเช้าที่สดใส" อุนวานฟังแล้วน้ำตาไหล เธอพยักหน้าน้อยๆ เหมือนให้กำลังใจซางดู
ซางดูเล่าต่อว่า "ช่วงที่ลำบากคือตอนกลางวันกับกลางคืน" เขากลั้นสะอื้นและว่า "แต่ผมรู้ว่าจะมีเช้าที่สดใสตามมา ดังนั้นผมเลยทนผ่านช่วงกลางวันและกลางคืนไปได้"
"ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ ผมทั้งกล้าหาญและเข้มแข็ง"
"ฉันไม่เป็นห่วงคุณหรอก ตอนนี้ฉันอยู่กับคุณแล้ว คุณต้องเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกสิ"
"อุนวาน...อย่ารอผมเลย"
"ซางดู..."
"คุณดีกับผมมาก แต่ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อคุณเลย ผมได้แต่ทำร้ายจิตใจคุณ และทำให้คุณร้องไห้"
"อย่าคิดอย่างนั้นสิคะ"
"มันน่าขายหน้า ผมละอายต่อคุณเหลือเกิน"
"คุณไม่มีทางเลือก คุณต้องทำเพื่อโบรีนี่นา ถ้าเป็นคนอื่นตกที่นั่งเดียวกับคุณ..."
"ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะทำอย่างผม" ซางดูกล้ำกลืนความขมขื่นในใจและว่า "ผมสามารถอยู่ได้ด้วยความทรงจำดีๆ ของเรา จนถึงขณะนี้ ผมมีความสุขกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผมเป็นห่วงเพียงคุณเท่านั้น"
"ซุกจาเคยบอกฉันว่า คนที่มีรักแท้มักเจออุปสรรค สวรรค์จะทดสอบความอดทนและความเข้มแข็งของความรักนั้น ซางดู...เรามารักกันทีละน้อยนะ จะได้ไม่มีใครจับผิดหรืออิจฉาความรักของเรา เราเป็นผู้ใหญ่แล้วและเราก็เหน็ดเหนื่อยกับชีวิตมามาก ดังนั้น เรารักกันแค่ทีละนิดก็พอ" อุนวานพูดทั้งน้ำตา พูดจบผู้คุมก็นำซางดูกลับเข้าไปด้านในเนื่องจากหมดเวลาเยี่ยม อุนวานเกาะกระจกร้องไห้มองดูซางดูเข้าไปจนลับตา



หนึ่งปีผ่านไป วันนี้เป็นวันครบกำหนดที่ซางดูได้รับการปล่อยตัวจากคุก เขาเดินออกมาจากกำแพงสูงด้วยชุดกางเกงขายาวสีน้ำตาล สวมแจ๊กเก็ตยีนส์เก่าๆ ทับเสื้อยืด และสวมหมวกไหมพรม ใบหน้าเขาดูกร้านขึ้นกับ 1 ปีที่ใช้ชีวิตในคุก ซางดูเอื้อมมือหยิบแว่นดำจากกระเป๋าเสื้อ เขาได้ยินเสียงลุงพูดโทรศัพท์กำลังหลอกล่อผู้หญิง ซางดูจึงแกล้งเข้ามาประชิดด้านหลังลุงแล้วเอานิ้วจิ้ม
"นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ คุณคือชามันดูใช่ไหม คุณถูกจับข้อหาข่มขู่และฉ้อโกง" ซางดูทำเสียงเข้ม
"ปล่อยผมไปเถิดครับ คุณตำรวจ ผมแค่คุยเฉยๆ ไม่ได้หลอกเงินเขาหรอกครับ ผมกลับตัวมานานแล้ว" ลุงแก้ตัวเป็นพัลวัน ซางดูหัวเราะออกมา ลุงจึงเหลียวมามอง เห็นเป็นซางดู สองลุงหลานจึงกอดกันด้วยความยินดี

วันนี้อุนวานเดินจูงโบรีเพื่อมารับซางดูเช่นกัน อุนวานถามโบรีว่า
"วันนี้เราจะไปเจอใครจ้ะโบรี"
"คุณพ่อค่ะ"
"โบรียังจำหน้าพ่อได้ไหม"
"ได้ค่ะ พ่อมาหาหนูในฝันทุกคืน หนูต้องจำพ่อได้สิ"
"พอเจอหน้าพ่อ โบรีจะบอกอะไรกับพ่อจ้ะ"
"หนูจะบอกว่า พ่อคะ ขอบคุณที่ทำให้หนูแข็งแรงค่ะ"
"ใช่จ้ะ พ่อเขาต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้โบรีหายดี โบรีเป็นเด็กโชคดีนะ จะไปเจอพ่อต้องแต่งตัวให้น่ารักไว้"
ระหว่างที่คุยกัน มินซุกก็นั่งรถแท็กซี่มาถึงพอดี มินซุกเปลี่ยนไปมาก เขาดูสดใสแต่งตัวทันสมัย จนอุนวานแทบจำไม่ได้ เขากลับจากต่างประเทศและตั้งใจมารับซางดูเช่นกัน




ทั้งสามเดินมาด้วยกันสักพักก็มองเห็นซางดูเดินมากับลุงอยู่อีกฟากของถนน อุนวานดีใจเป็นที่สุดที่เห็นซางดู ทั้งสองหยุดยืนมองตากันจากสองฝั่งถนน อุนวานยิ้มให้ซางดูอย่างสดใสและโบกมือให้เขา ซางดูยืนมองแต่เขารู้สึกตัวเองต่ำต้อยและช่างไม่คู่ควรกับเธอ ซางดูก้มหน้าแล้วกลับหลังหันจะเดินไปอีกทาง อุนวานหน้าซีดเผือดลงทันที เธอร้องเรียกชื่อซางดู และก้าวเท้าลงบนถนนโดยไม่มองรถ รถบรรทุกคันใหญ่ขับมาด้วยความเร็วเบรกเอี๊ยด ซางดูได้ยินเสียงรถเบรกก็หันหลังกลับมา เขาวิ่งสุดชีวิตเพื่อกระชากตัวอุนวานหลบรถ แต่ทุกอย่างสายเกินไป ซางดูและอุนวานถูกรถชนนอนกอดกันกองอยู่บนถนน เลือดสีแดงข้นไหลเป็นทางตัดกับพื้นคอนกรีตสีเทา เสียงคำพูดของอุนวานยังคงก้องอยู่
"ซางดู เรามารักกันทีละน้อยนะ จะได้ไม่มีใครจับผิดหรืออิจฉาความรักของเรา เรารักกันแค่ทีละนิดก็พอ"

มินซุกมาเยี่ยมบ้านของซางดู เขานั่งอยู่เงียบๆและมองท้องฟ้า ใช่...เขากำลังนึกถึงเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเขา เสียงเล็กๆ ตะโกนเรียกขึ้นมา
"คุณหมอคะ"
"อ้าว...โบรี"
"คุณหมอ สวัสดีค่ะ"
"โบรี หมอได้ยินว่าหนูสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเลยหรือ"
"ค่ะ"
"โอ้โห โบรีเก่งจริงๆเลย"
"คุณหมอมาที่บ้านของปู่ทำไมคะ"
"หมอคิดถึงพ่อของโบรีน่ะ"
"แต่พ่อไม่อยู่ที่นี่แล้วนี่คะ
"หมอรู้ว่าพ่อไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่พอหมอมาที่นี่ทีไร ก็รู้สึกเหมือนได้เจอเขาทุกที" มินซุกพูดกับโบรียิ้มๆ

 

"สวัสดีค่ะพ่อ
หนูโบรีเองค่ะ ตอนนี้หนูมีน้องสาวแล้วนะคะ น้องชื่อยูรี ปู่บอกว่าหนูไม่ต้องคิดถึงพ่ออีก เพราะว่าหนูมีพ่อใหม่แล้ว พ่อคะหนูขอโทษจริงๆค่ะ พ่อต้องทำงานหนักเพื่อให้หนูแข็งแรง แต่หนูยังลืมพ่อไปอีก หนูขอโทษจริงๆค่ะ ที่จำหน้าพ่อไม่ได้แล้ว ตอนกลางคืนหนูจะฝันถึงพ่อนะคะ ลาก่อนค่ะ
จากโบรีที่รักของพ่อ
4 พฤศจิกายน"

ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ดูเหมือนเป็นชานเมืองห่างไกลความเจริญ ซางดูเป็นยามที่โรงเรียนแต่กำลังลงโทษเด็กนักเรียนที่ซุกซนไปขโมยผักของชาวบ้าน อุนวานมีท้องแก่เดินออกมาเรียกนักเรียนให้เข้าห้องเรียน แต่แล้วเธอก็เจ็บท้องจะคลอดลูก ซางดูต้องอุ้มเธออย่างทุลักทุเลไปส่งโรงพยาบาล

ซางดูและอุนวานเดินอุ้มลูกตัวน้อยเดินมาด้วยกันบนเนินเขา ธรรมชาติดูสวยงามราวกับเมืองในฝัน ซางดูรับลูกมาอุ้มและบอกกับอุนวานว่า "ผมรักคุณ" อุนวานยิ้มให้ซางดู ทั้งสองเดินประคองกอดกันไปดูมีความสุขเป็นที่สุด

"ถึงแม้โลกจะโหดร้ายกับคุณ อย่าเศร้าสร้อยหรือโกรธเคือง เพราะเมื่อวันนั้นผ่านไป วันที่สดใสจะตามมา เราเชื่อว่าความรักเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวบนโลกอันเปลี่ยวเหงาใบนี้ เรารักและขอบคุณทุกคนที่ยอมให้เรารักกัน เราจะจดจำทุกคนที่ให้อภัยกับความรักของเราไว้.....ตลอดไป
จากซางดูและอุนวาน บนโลกที่ปราศจากความผิดหวัง"

== จบตอน 16 ==
Credit : K. gikgak