Superman V Batman อีกด้านของ “ฮีโร่ในอุดมคติ”
2016-04-04 20:46:06
Advertisement

Superman V Batman อีกด้านของ “ฮีโร่ในอุดมคติ”

หนังฟอร์มยักษ์ที่หลายคนรอคอย ทั้งแบทแมนและซุปเปอร์แมนเป็นฮีโร่ที่คุ้นเคยและอยู่ในใจของเด็กหลายคน มาครั้งนี้ ทั้งสองถูกตั้งข้อสงสัยว่าสิ่งที่คิดว่าทำเพื่อพิทักษ์โลกและผดุงความยุติธรรมนั้น ถูกต้องแล้วหรือ? ซุปเปอร์แมน (เฮนรี คาวิลล์) ช่วยชาวโลกให้พ้นภัยจากนายพลซ็อด มนุษย์ต่างดาวตัวร้ายเผ่าพันธุ์เดียวกับเขา แต่พลังมหาศาลทำให้ตึกถล่มบ้านเมืองพังทลาย คนบริสุทธิ์ไม่น้อยเสียชีวิตจากการปะทะกัน บรูซ เวย์น (เบน แอฟเฟล็ก) หรือแบทแมน เริ่มหวาดระแวงและตั้งข้อสังเกตในพลังมหาศาลของซุปเปอร์แมนที่สามารถทำลายล้างโลกได้

ส่วนซุปเปอร์แมนไม่ชอบการกระทำที่ดูเป็นการใช้ศาลเตี้ยและความรุนแรงของแบทแมน ทัศนคติของเขาคือแบทแมนทำให้ “เสรีภาพในเมืองนี้ถูกเหยียบย่ำ” และเขาใช้ความเป็นนักข่าวในร่างคลาร์ก เคนท์ สืบหาว่าชายลึกลับที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ยนี้คือใคร

ขณะเดียวกันเล็กซ์ ลูเธอร์ (เจสซี ไอเซนเบิร์ก) มหาเศรษฐีหนุ่มอัจฉริยะโรคจิต เจ้าของกิจการ LexCorp ผู้อยู่เบื้องหลังการเสี้ยมให้เกิดการปะทะกันสนุกสนานกับการต่อสู้ครั้งนี้และมองว่า นี่คือ “พระเจ้าสู้กับมนุษย์” หรือ “กลางวันปะทะกลางคืน” และ “ถ้ามนุษย์ไม่ยอมฆ่าพระเจ้า ปีศาจจะลงมือเอง” เขาจึงสร้างสัตว์ประหลาดดูมส์เดย์ สัตว์ร้ายสมบูรณ์แบบที่สามารถฟื้นคืนชีพและพัฒนาร่างกายให้ไร้จุดอ่อนขึ้นมา เพื่อกำจัดทั้งซุปเปอร์แมนและแบทแมน

แบทแมนและซุปเปอร์แมนเป็นฮีโร่ของค่าย DC Comics ไม่ใช่ค่าย Marvel เหมือน Iron man, Thor , Caption America หรือฮีโร่สุดเพี้ยน Dead Pool หนังซุเปอร์ฮีโร่ของค่าย DC ออกแนวดาร์ก เข้มข้น เอาจริงเอาจัง จุดประเด็นให้คิดว่า ฮีโร่แบบไหนกันแน่ที่โลกต้องการ และไม่ค่อยมีมุขตลกฮาๆ แบบค่ายมาเวล

ที่มาของฮีโร่ทั้งสองก็มีส่วนคล้ายกันคือเป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ทั้งคู่ แต่ซุปเปอร์แมนโชคดีที่มีพ่อแม่มนุษย์เลี้ยงดูเขาด้วยความรัก ซ้ำยังมีนักข่าวสาวสวยลูอิส เลน (เอมี อดัมส์) เป็นคนรัก ภาพลักษณ์ของซุเปอร์แมนจึงดูอ่อนโยน และหลายคนมองเขาเสมือนเทพเจ้าที่มาช่วยมวลหมู่มนุษย์ในยามเกิดภัยพิบัติ ส่วนแบทแมนหรือบรูซ เวย์นเป็นมหาเศรษฐีเพลย์บอยที่ไม่มีคนรักเป็นตัวตน มีปมแค้นอันเกิดจากการเห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา จึงหวาดระแวง ไม่เชื่อใจใครง่ายๆ เขาใช้เงินมหาศาลที่เป็นมรดกสร้างเทคโนโลยีที่ล้ำยุคเพื่อต่อสู้กับเหล่าอาชญากร และซุปเปอร์แมนที่เขามองว่าเป็นภัยคุกคามที่ต้องกำจัด

หนังเรื่องนี้กำกับโดย แซค สไนเดอร์ ซึ่งเคยกำกับ Superman ภาค Man of Steel และ Batman v Superman ก็ดูเหมือนเป็นภาคต่อ เพราะเปิดฉากด้วยการต่อสู้ระหว่างซุปเปอร์แมนและนายพลซ็อด แต่บทของซุปเปอร์แมนกลับไม่โดดเด่นเท่าแบทแมน แม้แซคจะพยายามกระจายบทให้เท่าเทียมกัน

เบน แอฟเฟล็กเป็นแบทแมนที่ตอนแรกคนดูไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ เพราะเบนเคยเล่นหนังแนวฮีโร่เรื่อง Daredevil ของค่ายมาเวล ซึ่งไม่ประทับใจคนดู แต่ครั้งนี้ คนดูหันมาให้ความสนใจกับแบทแมนหรืออัศวินรัตติกาลที่ภาคนี้เหมือนสูงวัยกว่าเดิม แต่กลับเหี้ยมและดุดันกว่าเก่า สีหน้าและสรีระที่ฟิตจนบึกบึนสอดรับกับชุดแบทแมนที่ออกแบบให้ทะมึน แข็งแกร่งพร้อมเกราะอ่อนและอาวุธหนัก ที่จะปะทะกับซุปเปอร์แมนที่เขาตราหน้าว่าเป็นพวกเอเลี่ยน

เฮนรี คาวิลล์ในบทซุปเปอร์แมนไม่หล่อและดูเท่เท่าเมื่อแสดงเป็นนโปเลียน โซโล ในเรื่อง The Man from U.N.C.L.E. แต่บทของเขาดูเป็นพระเอกมากกว่าแบทแมน ซุปเปอร์แมนช่วยชีวิตคนที่เผชิญภัยน้ำท่วม กระสวยอวกาศระเบิด และไม่ว่าแบทแมนจะเกลียดชังและพร้อมจะห้ำหั่นเขาขนาดไหน เขาก็บอกแบทแมนด้วยมาดนิ่งๆว่า “ถ้าฉันไม่ยั้งมือไว้ นายตายไปนานแล้ว”

โปรดักชั่นของหนังยิ่งใหญ่ เป็นหนังจัดหนัก CG อลังการ ตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงตอนจบ ดนตรีกระหึ่มปลุกเร้าอารมณ์คนดู แต่เนื้อเรื่องสะเปะสะปะยัดเยียดเรื่องราวต่างๆ มากเกินไป การลำดับเรื่องกระโดดๆ แซคฝีมือตกไปมากเมื่อเทียบกับตอนกำกับ Man of Steel บางทีอาจเพราะต้องการแจกบทให้ฮีโร่ทั้งสองพอๆ กัน ขณะเดียวกันก็ปูเรื่องไปสู่หนัง Justice League แม้จะมีปัญหาพลอตเรื่อง แต่หนังก็ยังสนุก แต่แฟนหนังแอคชั่นอาจผิดหวัง เพราะฉากการต่อสู้ระหว่างซุปเปอร์ฮ๊โร่ทั้งสองมีแค่ตอนท้ายเรื่องเท่านั้น

นักแสดงนำของหนังเรื่องนี้น่าสนใจทุกคน นอกจากแบทแมนและซุปเปอร์แมนแล้ว ผู้ร้าย เล็กซ์ ลูเธอร์ แทนที่จะเป็นชายสูงอายุ หัวโล้นท่าทางน่ายำเกรง กลับกลายเป็นหนุ่มเนิร์ดผมยาว ประสาทๆ ลุคแบบนี้ดูทันสมัยรับกับโลกยุคปัจจุบัน แต่หลายคนอาจไม่ชอบเพราะดูกวนๆ ไม่น่ายำเกรง

ดาราที่ปรากฏตัวทีไรก็สวยและดูดีมากๆ คือ แกล กาโดต์ ในบท ไดอานา พรินซ์ ฉากที่โผล่มาร่วมปราบดูมส์เดย์ในร่างของ Wonder Woman ราศีเจิดจ้า มาดสตรอง มีพลัง จนยังไงก็ต้องติดตามดูหนังแยกเดี่ยวของเธอในภาคเต็มของ Wonder Woman ที่จะออกฉายปีหน้า แกล กาโดต์เคยแสดงเป็นจีเซลในหนัง Fast and Furious เรื่องนั้นเธอสวยมาก แต่เรื่องนี้เธอทั้งสวยทั้งสง่าสมศักดิ์ศรีอดีตนางงามอิสราเอล และเป็นสีสันให้หนังเรื่องนี้อย่างมาก

ดูหนังจบเกิดความรู้สึกว่า การที่คนเราจะตัดสินว่าใครดีใครเลวนั้น บางครั้งมันเป็นเรี่องยาก ที่ผ่านมาทั้งซุปเปอร์แมนและแบทแมนถูกมองเป็นฮีโร่ในอุดมคติ หนังภาคนี้สะท้อนอีกมุมมอง ฮีโร่มิใช่จะสมบูรณ์แบบเสมอไป ความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบใครนั้น บางทีไม่ใช่ดูพฤติกรรม แต่เป็นเรื่องของอคติส่วนตัวล้วนๆ

 

ที่มา  มติชนออนไลน์

 

 


Latest


อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


แสดงความคิดเห็น