วิจารณ์หนัง MINNIONS เจ้า “เด็กน้อย” ตัวเหลือง
2015-07-14 18:01:34
Advertisement
ซับไทย ”Produce X 101” มาไวที่สุด ต้อง Viu เท่านั้น!!คลิก!!!

ปรากฏการณ์ความฮิตแบบเหนือความคาดหมายหลังจากที่หนังแอนิเมชั่นอย่าง Despicable Me ได้สร้าง “ไอคอน” ตัวใหม่ให้กับโลกภาพยนตร์ มันกลายเป็นตัวการ์ตูนที่คนทั้งโลกหลงรักและกลายเป็นแฟนคลับมันอย่างหัวปักหัวปำ และมันได้ทำสถิติกลายเป็นแอนิเมชั่นที่เปิดตัวบนตารางหนังทำเงินเป็นอันดับสองเมื่อเทียบกับหนังแอนิเมชั่นด้วยกันเรื่องอื่นๆ (อันดับ 1 ยังเป็นของ Shrek the Third) เช่นเดียวกันกับในประเทศไทยตัวหนังเปิดตัวแรงสูงถึง 62 ล้านบาท นับว่าเป็นรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลของภาพยนตร์แอนิเมชั่นในไทย ความสำเร็จดังกล่าวได้เกิดขึ้นหลังจากที่เราเคยได้เขียนถึงไปแล้วว่าเหตุใดผู้คนทั้งโลกถึงหลงรักตัวละครมินเนี่ยนกันถึงเพียงนี้ (อ่านได้ในลิงค์ เหตุผลที่ผู้คนหลงรักเจ้ามินเนี่ยน (Minions): http://movie.sanook.com/52389/ )

 

 

ทว่าความหลงรักของบรรดาผู้ชม ทำให้สตูดิโออย่างอิลูมิเนชั่นนั้นชะล่าใจเกินไปหน่อยในการพัฒนาบทภาพยนตร์ให้มีมิติมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากถ้าหากเราพินิจพิเคราะห์จริงๆแล้วแอนิเมชั่นอย่าง  นั้นกลับไม่ได้รับการพัฒนาบทให้มีความน่าประทับใจแบบในหนัง Despicable Me แต่สภาพของแอนิเมชั่น MINNIONS ตอนนี้ ไม่ต่างอะไรจากหนังสั้นความยาว 5 นาทีที่ถูกเอามาร้อยต่อกันไปเรื่อยๆจนครบเวลา 91 นาที

ปัญหาของหนังอยู่ตรงโจทย์ของหนังภาคนี้ที่เลือกจะเล่า “ต้นกำเนิด” ของตัวประหลาดสีเหลือง ก่อนที่พวกมันจะได้รับใช้วายร้ายอย่างกรูในหนัง Despicable Me นั่นเอง แต่ถ้ามองแบบลึกๆแล้วสิ่งมีชีวิตอย่างมินเนียนนั้นมีสายพันธุ์ที่น่าจะเรียกได้ว่ามีความใกล้ชิดและคล้ายคลึงกับสัตว์อย่างแมลงสาป ที่พวกมันสามารถปรับตัวและมีชีวิตรอดพ้นกาลเวลามาร่วมหลายพันปี (จากยุคไดโนเสาร์มาจนถึงยุคปัจจุบัน) แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนให้มินเนียนมีวิถีชีวิตแสนสุขล้น ก็ต่อเมื่อพวกมันได้รับใช้วายร้ายตัวฉกาจแห่งยุคสมัย ทว่าความซุ่มซ่ามและไร้เดียงสาของพวกมันก็มักจะเป็นอาวุธสำคัญที่สังหารเจ้านายของพวกมันเองอีกเช่นกัน

 

 

เอาเข้าจริงแล้วพล็อตเรื่องของหนังไม่มีอะไรเกินเลยไปจากนี้ นอกเหนือจากการเกริ่นอารัมภบทช่วงต้นเรื่องของหนัง ทุกอย่างก็ถูกเอามาขยายความซ้ำในการเล่าเรื่องเดิมในสถานการณ์ใหม่ เมื่อบรรดามินเนี่ยนต้องไปไปลูกสมุนของวายร้ายหญิงจอมแสบอย่างสการ์เลตโอเวอร์คิล (แซนดร้า บลูล็อค) ที่มีแผนการจะช่วงชิงมงกุฎราชินีแห่งอังกฤษเพื่อครอบครองสหราชอาณาจักร

 

แน่นอนว่าบรรดาฉากขบขันหลายฉากในเรื่องก็สัมฤทธิ์ผล แต่หลายฉากก็ต้องยอมรับว่ามันฝืดเฝือและซ้ำซากในการนั่งดูพฤติกรรมเด๋อด๋าของเจ้ามินเนียนที่ถ้าหากจะเปรียบเทียบแล้วพวกเขาก็เป็นเหมือนเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบที่มีอาการไฮเปอร์และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ การนั่งทนดูเด็กๆเหล่านี้อาจจะเป็นความน่ารักในช่วงแรก แต่พอนานเข้าก็อาจจะกลายเป็นความรำคาญได้เช่นกัน 

@พริตตี้ปลาสลิด

2.5 คะแนนจาก 5 คะแนน

 

ขอขอบคุณที่มา  www.sanook.com

 

 



Latest

Facebook Conversations


อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


แสดงความคิดเห็น