รีวิว Fast & Furious 7 อำลา "พอล วอร์กเกอร์" และการปรากฏตัวอย่างสมศักดิ์ศรีของ "จา"
2015-04-11 13:28:47
Advertisement
ซับไทย ”Produce X 101” มาไวที่สุด ต้อง Viu เท่านั้น!!คลิก!!!
 
ถ้าเราชอบอะไร เราจะมองข้ามข้อบกพร่องของสิ่งนั้น ถึงใครจะว่ามันเหลือเชื่อ ไม่สมเหตุสมผล แต่ความชอบทำให้เรายอมรับมันได้ Fast & Furious 7 ก็เข้าข่ายนี้ จากหนังแข่งรถธรรมดาในภาคแรก พัฒนาสู่ภาพยนตร์แอคชั่น ที่ผสมผสานการแข่งรถเข้ากับการโจรกรรม ไล่ล่า และชิงไหวชิงพริบที่ทั้งโม้และระห่ำ แต่ผู้ชมก็ชอบ ยอมรับ รอคอยชมทั้งตอนนี้และตอนต่อๆ ไป
 
ความเป็นไปไม่ได้ของหนังเรื่องนี้ ทำให้นึกถึงหนังรุ่นพี่ Mission Impossible ทอม ครูซ พระเอก ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจอันเหลือเชื่อหรือไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ Mission ของทอม ครูซ ดูพื้นๆ ไปเลย เมื่อเทียบกับตอนที่ดอม (วิน ดีเซล) และพรรคพวกตะลุยเข้าไปในอาบูดาบี หรืออาเซอร์ไบจัน
 
คู่ต่อสู้ของดอมภาคนี้ฝีมือสูสีและน่ากลัวมาก เดคการ์ด ชอร์ (เจสัน สเตแธม) อดีตมือสังหารหน่วยรบพิเศษ ที่แฝงกายราวกับเงา ตามล่าล้างแค้นให้โอเวน (ลุค อีแวนส์) น้องชายที่ถูกกำจัดในภาคที่แล้ว ฮาน (ซอง คัง) ถูกตามไปจัดการถึงโตเกียว สำนักงานตำรวจของฮอบส์ (ดเวย์ จอห์นสัน) ถูกถล่ม และเจ้าตัวเองก็เดี้ยงไปชั่วขณะ ดอมซึ่งถือว่าเพื่อนทุกคนคือ "ครอบครัว" ยอมไม่ได้ที่จะให้เกิดการสูญเสียอีกต่อไป มิสเตอร์โนบอดี้ (เคิร์ด รัสเซลล์ แสดงเรื่องนี้ได้กวนมาก) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ยื่นข้อเสนอว่า จะยอมให้ดอมใช้ God Eyes เครื่องมืออัจฉริยะ ตามหาตัวเดคการ์ด หากดอมนำเครื่องมือนี้กลับคืนมา พร้อมช่วยชีวิตแรมซีย์ (นาตาลี เอมมานูเอล) นักแฮกเกอร์สาวที่ถูกผู้ก่อการร้ายจับตัวไป
 
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้กำกับคนใด กล้าสร้างฉากผาดโผน บ้าระห่ำ เหลือเชื่อขนาดนี้ ตั้งแต่ฉากโดดร่มพร้อมรถแข่งจากเครื่องบิน ขับรถทะลุตึกสูงตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง วิ่งจากหลังคารถบรรทุกที่กำลังจะตกเหวไปเกาะรถอีกคัน ที่มาทันเวลาพอดิบพอดี ทั้งนี้ด้วยฝีมือกำกับของผู้กำกับ เจมส์ วาน ซึ่งส่วนใหญ่กำกับหนังสยองขวัญ ทั้ง The Conjuring และ Insidious ได้รับการกล่าวขวัญถึง เพราะสร้างบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว เจมส์ วาน ถูกวางตัวให้กำกับ Fast 7 แทนผู้กำกับ จัสติน หลินที่กำกับหนังตระกูล Fast ตั้งแต่ภาค 3 ถึง 6
 
ฝีมือกำกับหนังแอคชั่นของเจมส์ วาน ไม่ธรรมดาเลย ฉากสุดโม้ของหนังภาคนี้ทั้งสนุก ตื่นเต้น มีอารมณ์ขัน แต่ไม่ทิ้ง concept ความเร็วของรถแข่งต้องผสานความเซ็กซี่ของสาวๆ นักซิ่ง จากหนังสยองขวัญที่บางครั้งต้องปิดตาดู กลายเป็นอยากจะเอากล้องมาส่องดูสาวนุ่งน้อยห่มน้อย ที่เวลาเดิน ส่วนบนก็กระเพื่อม ส่วนล่างก็ยักเยื้องชวนมอง
 
การปรากฏตัวของเกียรติ (จา พนม) ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ในทันที บทของจาไม่กระจอกนะ สมศักดิ์ศรีทีเดียว ฝีมือบู๊ก็ไม่น้อยหน้านักแสดงฮอลลีวูดคนใด ถึงจะไม่ใช่ผู้ร้ายตัวหลัก แต่ก็เป็นผู้ร้ายตัวรองที่มีฝีมือพอจะประไม้ประมือกับไบรอัน (พอล วอล์กเกอร์) ตัวเอกของเรื่องอีกคนได้อย่างสบายๆ
 
พูดถึงพอล วอล์กเกอร์ แล้วแสนจะเสียดาย พอลเป็นสีสันของหนังเรื่องนี้ในทุกๆ ภาค วิน ดีเซลไม่ใช่คนหล่อ ฉะนั้นพอลจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สาวๆ ชอบดูภาพยนตร์เรื่องนี้ พอลเสียชีวิตจากอุบัติเหตุก่อนภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างเสร็จ นี่เป็นอีกเรื่องที่คนสนใจว่าผู้กำกับจะหาทางออกอย่างไร ใครจะแสดงแทนพอล และจะให้ตัวละครไบรอันที่พอลแสดง ตายไปด้วยเลยไหม ข่าวบอกว่าใช้ซีจีสร้างพอลขึ้นมา และนักแสดงที่มาแทนพอลคือเคเลบ และ โคดี วอล์คเกอร์ น้องชายสองคนของพอลนั่นเอง โดยใช้คอมพิวเตอร์ปรับเสียงและสร้างหน้าตาให้คล้ายกันที่สุด
 
ไบรอัน โอ คอนเนอร์ ที่พอลรับบทไม่ได้ตายนะ แต่วางมือไปสร้างครอบครัวที่อบอุ่น และหันหลังให้ดอมแอนด์เดอะแก๊งค์ตลอดกาล มีบทอำลาซึ้งๆ ระหว่างไบรอันและดอมในตอนท้ายเรื่อง ที่ดูแล้วรู้สึกเศร้าและใจหาย เราเชื่อนะว่าวิน ดีเซล มีความผูกพันกับพอลจริงๆ เพราะทั้งสองคนแสดงหนังตระกูล Fast ร่วมกันนานนับสิบปี วินตั้งชื่อลูกสาวของตนว่าพอลลีน คำพูดสุดท้ายของดอมที่กล่าวแก่ไบรอันก็กินใจมาก "ต่อให้อยู่ไกลกันคนละซีกโลก นายจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป เพราะเราคือครอบครัว"
 
ถึงหนังเรื่องนี้จะโม้จนเหลือเชื่อ แต่ไม่ต้องไปคิดมาก ไปดูเถอะสนุกดี ฉากสุดมัน สุดเวอร์เหล่านี้ คุ้มค่าดู คิดในเชิงสร้างสรรค์หน่อยจะเห็นว่า การทำงานใดๆ ก็ตาม ถ้า teamwork ดี เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ ก็อาจจะเป็นไปได้ เหมือนปฏิบัติการของดอมและพรรคพวก
 
 
ขอขอบคุณที่มา  มติชนออนไลน์
 
 


Latest

Facebook Conversations


อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


แสดงความคิดเห็น