“วุ้นเส้น” โต้เบรกมีทายาท แค่อยากใช้ชีวิตคู่กับ “ชาคริต” ให้เต็มอิ่ม
2012-06-06 22:51:10
Advertisement

“วุ้นเส้น” โต้ข่าวเบรกมีทายาทนั้น เป็นเพราะยังไม่แน่ใจ อยากพิสูจน์ “ชาคริต” นั้น ไม่ใช่เลย พร้อมพูดหนักแน่น แน่ใจแล้วกับสามีคนดี พิสูจน์มานานแล้ว พอแล้ว

เพิ่งกลับมาจากฮันนีมูนมาสดๆ ร้อนๆ กับทริปสุดโรแมนติกที่ ฝรั่งเศส เสียทรัพย์ไปเป็นล้านจนกระเป๋าเบา พอกลับมาเมืองไทยปุ๊บ สาว “วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ แย้มนาม” ก็ควงสามี “ชาคริต แย้มนาม” ออกมารับทรัพย์คู่กันทันที ที่งานเปิดตัวรองเท้า Anna Sui for Hush Puppies Spring Summer 2012 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเปิดใจหลังการไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์แสนหวานในต่างแดน

วุ้นเส้น : “ก็แฮปปี้ค่ะ รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่จัดแพลนทุกอย่างได้ลงตัวมากค่ะ”

ชาคริต : “สนุกครับ อิ่มครับ ก็ได้ไปพักผ่อน ได้เบรกจากงานจากงานแต่ง ได้ไปชาร์จแบตและไปฮันนีมูน ก็ไปร่วมเดินทางเที่ยวด้วยกันหลังจากที่แต่งงาน คือ จริงๆ หลังแต่งงานเราไป จ.เชียงใหม่ เพื่อไปทำบุญกัน เสร็จปุ๊บก็เดินทางออกนอกประเทศ ไปฮันนีมูน ไปหาความสุขใส่ตัว สปอยล์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ชอปปิงต่างๆ”

“ผมเป็นคนแพลนเองทุกอย่าง ตอนแรกแพลนกะเซอร์ไพรส์เขาหมด แต่สุดท้ายด้วยความที่เวลากระชั้นชิด ก็เลยร่วมแพลนด้วยกัน ก็พาเขาไปตรงที่เราแพลนด้วย แต่จะเป็นเรื่องสถานที่มากกว่าที่วุ้นจะรู้ แต่เรื่องร้านอาหารวุ้นจะไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ เรามีลิสต์ประมาณ 20-30 ร้าน แต่เราก็คัดเหลือให้เหมาะกับจำนวนวันที่เราอยู่”

“แต่มีวันหนึ่ง วุ้นก็ทำน่ารัก ขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารและหาร้านเองเลย ปรากฏว่า โชคดีมากที่อยู่ใกล้โรงแรม ก็เดินไปง่ายครับ ส่วนเรื่องซื้อของก็ไม่เรียกว่าเซอร์ไพรส์นะ เรียกว่าซื้อให้กันซึ่งๆ หน้าเลยครับ”

วุ้นเส้น : “มันเป็นของที่เราอยากได้ เราก็รู้สึกว่ามันแพงไปมั้ย แต่เขาบอกว่ามันเหมาะกับเรา มาทั้งทีแล้วยังไม่เคยเห็นที่กรุงเทพฯเลย เขาก็อยากให้เรา”

ชาคริต: “คือซื้อที่อื่นก็คงจะมีแต่ช้าหน่อย แล้วก็คงจะแพงกว่าหลายเท่า เลยชิงซื้อที่โน่นก่อนเลยดีกว่า ถูกกว่า (หัวเราะ) ไม่หรอกคือมันสวย ทำมาน้อย หายาก เป็นกระเป๋า เราเห็นเขาชอบจริงๆ เลยซื้อให้ ซึ่งมันเป็นเรื่องน่ารักๆ เราก็ดูนะว่าเราซื้อไปเท่าไหร่แล้ว แล้วก็พอเถอะ ไม่ได้แบบว่าใช้ไร้สติ ไม่คิดชีวิตขนาดนั้น หลายๆ คนคงจะเข้าใจกันได้ ถ้าเราไปฮันนีมูน ไปเที่ยวทั้งทีก็เต็มที่ครับ”

เดินทางไปดินแดนแสนโรแมนติกแบบฝรั่งเศส น่าจะใกล้มีทายาทกันแล้ว แต่ “วุ้นเส้น” ยังไม่ยอมมี อยากใช้ชีวิตคู่ด้วยกันให้เต็มที่ก่อน ไม่ใช่ว่าไม่วางใจ หรือต้องพิสูจน์สามีอะไรอีก

วุ้นเส้น: “ก็ใช้ชีวิตก่อนดีกว่า ก็คุยกันเรื่อยๆ อยู่แล้ว เรื่องนี้ค่ะ คือถ้ามีมาจริงๆ เราก็ยินดี แต่ตอนนี้ก็ยังคุมไว้อยู่”

ชาคริต: “จริงๆ ก็ไม่ได้กำหนดหรอกว่า ปีนึงเป๊ะๆ แต่อย่างน้อยสักปีนึงเพราะด้วยหน้าที่การงานที่เราทำอยู่ ด้วยเรายังอยากเป็นเด็กกันอยู่ครับ”

วุ้นเส้น: “ยังไฟแรงกับการเที่ยวอยู่ค่ะ ด้วยจากประสบการณ์ทริปนี้ ที่เราถือกระเป๋ามันก็หนัก ถ้าเกิดมีลูกก็ยิ่งลำบากกว่านี้นิดนึง ก็รอให้เราเที่ยวกันเต็มอิ่มก่อน ถึงเวลามีน้อง กระเป๋าเราก็จะเบาลงไปค่ะ”

ชาคริต: “คือช่วงนี้ยังเป็นช่วงสปอยล์ตัวเองอยู่ พูดง่ายๆ เอาไว้เราเริ่มอิ่มกับการเที่ยว และอยากเที่ยวแบบมีตัวน้อยๆ ก็ค่อยว่ากันอีกทีนึง”

วุ้นเส้น: “กับข่าวว่า ที่ยังไม่อยากมีทายาท เพราะอยากพิสูจน์ ชาคริต ไปในตัวนี่ ไม่ได้พิสูจน์หรอก พิสูจน์มานานแล้ว พอแล้ว การมีทายาทมันเป็นเรื่องที่ใครยังไม่แต่งงาน ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิต แพลน ชีวิตยังไงบ้าง
ชาคริต: “คือ เอาง่ายๆ ลำพังเรา 2 คนก็ยังใช้เงินกันสะบั้น ยังสนุกกับการใช้ชีวิตแบบนี้ เอาสักพักให้มันอิ่มตัวจริงๆ เราพร้อมเมื่อไหร่ถึงจะมีตัวน้อยๆ ทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องราวของครอบครัวที่เป็นพ่อแม่ลูกด้วย ตอนนี้ยังเป็นของ สามีภรรยาก่อน ขอให้สนุกเต็มๆ ก่อน”
วุ้นเส้น: “แต่เราก็มีจินตนาการว่าลูกของเราจะหน้าตายังไงเหมือนกัน ก็มีหลายคนจินตนาการไว้ว่าลูกของสองคนนี้จะเป็นไง แต่บางคนชอบเด็กฝรั่งน่ารัก แต่อย่างที่บอกว่า โนนะจ๊ะ ไม่ได้จริงๆ”

ตอนนี้ชีวิตคู่ไปได้ดี ยิ่งแต่งงานกันแล้ว ยิ่งหวานและเข้าใจกันมากขึ้น

วุ้นเส้น: “ก็หวานขึ้นจริงๆ ค่ะ เราก็คุยกับเขาว่ามันดีกว่าช่วงแรกๆ ที่เราอาจจะมีบางอย่างที่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้แน่ใจ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ว่า เขาจริงจังกับเรา เราจริงใจกับเขา มันก็ทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น จะพูดอะไรก็เป็นตัวเอง จะหวานใส่เขาก็ไม่ต้องมีกั๊กอะไร

ชาคริต: “เหมือนกันครับ เพราะว่าตอนแรกหวานในระดับนึง มันก็คงเป็นอนาคตที่เราวางไว้ คุยไว้ หลายๆ คู่ที่กำลังจะจัดงานแต่งก็จะมีโน่นนี่เข้ามาเยอะแยะ แต่ของเราโชคดีที่มันไม่มีอะไรเลย ส่วนใหญ่ก็จะมีง้องอนกัน แต่เป็นเรื่องต้องการความรักจากกันและกัน ต้องการซัปพอร์ต กำลังใจ แล้วพอมันพ้นจุดนั้นมาจนถึงวันแต่ง หลังจากนั้น ทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้น การเริ่มต้นใหม่ในชีวิตอีกแบบนึงที่มันรู้ในใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่า มีซึ่งกันและกัน ตอนแรกอาจจะเหมือนพิสูจน์ตัวเราเองให้เขามั่นใจในตัวเรา เขาก็อยากให้เรามั่นใจในตัวเขา ถึงตอนนิ้พอแต่งแล้วความคิดไปแบบทางเดียวกัน เข้าใจกัน ซัปพอร์ตซึ่งกันและกันโดยที่ไม่ต้องนั่งถามกัน ตอนนี้เป็นการร่วมใช้ชีวิตด้วยกันแบบเต็มที่มากกว่า”

http://www.manager.co.th




Latest