ไอดอลเคป็อปกับฝีมือการแสดงที่เปล่งประกายในซีรีส์เกาหลีแนวย้อนยุค
2019-09-05 12:40:57
Advertisement
เพราะหรอกถึงหยอกเล่น ใครจะโดนหยอก หรือ ใครจะรู้ทัน ติดตามได้ในรายการหยอกหยอกคลิก!!!

 

นอกจากจะมีผลงานเพลงให้เราได้ติดตาม ไอดอลหลายคนยังมีผลงานการแสดงให้แฟนคลับได้ดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์ด้วยการรับบทในซีรีส์หลากหลายเรื่อง และซีรีส์แนวซากึก หรือประวัติศาสตร์เกาหลีก็เป็นอีกแนวที่มีไอดอลมากหน้าหลายตาได้ลองรับบทในละครแนวนี้ นอกจากจะได้เห็นฝีมือการแสดงของพวกเขาแล้ว เรายังได้เห็นไอดอลที่ชื่นชอบในชุดฮันบก ดูดีไปอีกแบบ และนี่คือ 17 ไอดอลเคป็อปกับผลงานซีรีส์แนวย้อนยุคของพวกเขา จะมีใครบ้างไปติดตามพร้อมกันเลยดีกว่า

คำเตือน: เนื้อหามีสปอยล์

1. ซนนาอึน (Son Naeun) วง Apink เรื่อง The Great Seer

“The Great Seer” เล่าเรื่องของหมอดู (รับบทโดย จีซอง (Ji Sung)) ผู้ใช้พรสวรรค์ของเขาจนสำเร็จในฐานะนักทำนายจากการโปรยดินทราย พรสวรรค์ของเขาเป็นประโยชน์จนนำไปสู่ตำแหน่งผู้สร้างกษัตริย์ ช่วยนำทางเกาหลีในยุคราชวงศ์โครยอเสื่อมถอย และเริ่มต้นราชวงศ์โชซอน 

ซนนาอึนเดบิวต์ในฐานะนักแสดงจากเรื่องนี้ ในบทของ แฮอิน (วัยเด็ก) ผู้ตกหลุมรักหมอดู นาอึนได้รับคำชมมากมายหลังจากรับบทนี้ เธอสามารถแสดงได้เหมือนกับนักแสดงรุ่นพี่คิมโซยอน (Kim So Yeon) ราวกับว่าเป็นคิมโซยอนในวัยเด็กจริงๆ

2. ซูจี (Suzy) เรื่อง

“Gu Family Book” เป็นซีรีส์ที่รวมความโรแมนติก แอคชั่น และแฟนตาซีไว้ด้วยกัน เล่าเรื่องของ ชเวคังชิ (รับบทโดย อีซึงกิ (Lee Seung Gi)) ลูกครึ่งมนุษย์-ปีศาจ เขาออกตามหาหนังสือโบราณที่จะช่วยลบสายเลือดกูมิโฮของเขา และทำให้ตัวเองหลายเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ส่วนซูจี รับบทเป็น ดัมยอวูล นักดาบผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ ชเวคังชิเคยช่วยชีวิตเธอไว้ตอนที่เธอยังเด็ก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆพัฒนาขึ้นตามเรื่องราวที่ดำเนินไป เรื่องนี้ซูจีลบภาพสาวหวานของตัวเอง และกลายเป็นนักดาบผู้เก่งกาจ 

3. อิมซึลอง (Im Seulong) วง 2AM เรื่อง The Fugitive of Joseon

ซีรีส์ประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวของแพทย์หลวง (รับบทโดย อีดงอุค (Lee Dong Wook)) ผู้ที่พยายามหาวิธีรักษาโรคให้ลูกสาวของเขา เขาตกเป็นผู้ต้องหาลอบฆ่าองค์รัชทายาท ทำให้ต้องหนีออกจากวังหลวงเพื่อรักษาชีวิตของทั้งเขาเองและลูกสาว 

อิมซึลอง รับบทเป็น องค์รัชทายาทอีโฮ ซึ่งชีวิตของเขาเต็มไปด้วยอันตรายเพราะมีผู้ไม่หวังดีลอบทำร้ายอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่เกิด ซึลอง แสดงบทนี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถถ่ายทอดท่าทางและความสุขุมผ่านการแสดงของเขา

4. ยุนดูจุน (Yoon Doojoon) วง Highlight เรื่อง Splash Splash Love

 “Splash Splash Love” ซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีย้อนยุค ที่มีแค่ 2 ตอนเท่านั้น แต่ความสนุกไม่น้อยตามจำนวนตอนเลยนะ ซีรีส์เล่าเรื่องของ ดันบิ (รับบทโดย คิมซึลกิ (Kim Seul Gi)) นักเรียนมัธยมปลายที่เดินทางข้ามเวลาเพราะไม่อยากเข้าสอบ เธอย้อนกลับไปในยุคโชซอน และได้พบกับพระราชาอีโอ (รับบทโดย ยุนดูจุน) ทั้งคู่ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์ และถึงแม้จะต้องแยกจากกันในอดีต แต่ก็เพื่อได้กลับมาเจอกันในปัจจุบัน

สำหรับบทของยุนดูจุนในเรื่องนี้ ต้องเรียกว่าเป็นหนุ่ม ซึนเดเระ แต่เขาค่อยๆอบอุ่นขึ้น รวมถึงฉากฮาๆเมื่อเขาเก็บอาการตื่นเต้นเวลาดันบิผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆเอาไว้ไม่ได้ บทของเขาในเรื่องนี้น่ารักมากเลยนะ ลองไปหาชมกันดู

5. จินยอง (Jinyoung) วง B1A4 เรื่อง Moonlight Drawn by Clouds

Moonlight Drawn by Clouds เป็นเรื่องราวความรักระหว่างองค์รัชทายาทอียอง (รับบทโดย พัคโบกอม (Park Bo Gum)) และ ฮงราอน (รับบทโดย คิมยูจอง (Kim Yoo Jung)) หญิงสาวที่ปลอมตัวเข้ามาเป็นขันที ส่วน จินยองนั้นรับบทเป็น คิมยุนซอง ชายหนุ่มที่มักเป็นที่พึ่งของราอนอยู่เสมอ ซีรีส์เรื่องนี้เป็นผลงานแนวย้อนยุคครั้งแรกของจินยอง และแน่นอนว่าเขาไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง ด้วยการเติมเสน่ห์ของตัวเองลงไปในตัวละครจนทำให้คิมยุนซองกลายเป็นตัวละครที่มีความดีต่อใจไม่แพ้พระเอกของเรื่องเลย

6. – 8. ไอยู (IU), แบคฮยอน (Baekhyun) วง EXO และ ซอฮยอน (Seohyun) วง Girls’ Generation เรื่อง Scarlet Heart: Goryeo

ซีรีส์อีกเรื่องกับธีมย้อนเวลา เล่าเรื่องของหญิงสาววัย 25 ปีที่ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคราชวงศ์โครยอ ระหว่างที่เกิดสุริยุปราคา เธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างของ แฮซู (รับบทโดย ไอยู) และก่อเกิดเรื่องราวรักสามเส้าระหว่าง องค์ชายวังอุค (รับบทโดย คังฮานึล (Kang Ha Neul)) และ องค์ชายวังโซ (รับบทโดย อีจุนกิ (Lee Joon Gi) และเรื่องราวแย่งชิงบัลลังค์ที่นำมาซึ่งการสูญเสียเลือดเนื้อและพี่น้อง

ไอยูแสดงบทนี้ได้ดีมาก การแสดงออกทางงสีหน้าและแววตาทำให้ผู้ชมประทับใจและอินไปกับตัวละครแฮซู

แบคฮยอน รับบทเป็น องค์ชายวังอึน ผู้แสนขี้เล่น แต่ก็สามารถแสดงบทดราม่าได้อย่างน่าประทับใจในช่วงท้ายของเรื่อง

ไอดอลอีกคนที่ร่วมงานในเรื่องนี้คือ ซอฮยอน วง Girls’ Generation ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นซีรีส์ย้อนยุคเรื่องแรกของเธอ ซอฮยอนรับบทเป็น อูฮี เจ้าหญิงคนสุดท้ายแห่งเมืองแบคเจ ผู้เข้ามาใกล้ชิดราชวงศ์เพื่อหวังแก้แค้น แต่กลับตกหลุมรักองค์ชาย 13 (รับบทโดย นัมจูฮยอก (Nam Joo Hyuk)) จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมแห่งความรัก

9. จินยอง (Jinyoung) วง GOT7 เรื่อง The Legend of The Blue Sea

The Legend of The Blue Sea เล่าเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มนักต้มตุ๋น (รับบทโดย อีมินโฮ (Lee Min Ho)) และ นางเงือกสาว (รับบทโดย จอนจีฮยอน (Jun Ji Hyun)) เล่าเรื่องราวสลับกันไปมาระหว่างชาติปัจจุบันของนางเอกและพระเอก และชาติที่แล้วในยุคโซชอน 

จินยองรับบทเป็น อีมินโฮตอนเด็ก ถึงแม้จะออกมาไม่กี่ฉาก แต่ก็สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างมาก 

10-12. พัคฮยองชิก (Park Hyung Sik) วง ZE:A, ชเวมินโฮ (Choi Minho) วง SHINee และ วี (V) วง BTS เรื่อง “Hwarang”

ซีรีส์เล่าถึงกลุ่มนักรบชื่อว่า Hwarang ในยุคอาณาจักรชิลลา ซึ่งก่อตั้งโดยพระมเหสีผู้สำเร็จราชการแทน ด้วยจุดประสงค์ปกป้องกษัตริย์ในอนาคต หนึ่งในหนุ่มที่เข้าร่วมกลุ่มนักรบนี้คือบุตรชายของพระมเหสี ซัมแม็กจง (รับบทโดย พัคฮยองชิก) เขาถูกปองร้ายหลายครั้ง จึงต้องเข้าร่วมกลุ่มและปกปิดตัวตนจากเพื่อนในกลุ่ม

มินโฮเป็นอีกหนึ่งหนุ่มไอดอลที่แสดงในเรื่องนี้ เขารับบทเป็นคิมซูโฮ หนุ่มผู้กล้าหาญและอุทิศตนเพื่อให้อยู่ในกลุ่ม Hwarang 

ไอดอลอีกคนที่รับบทในซีรีส์เรื่องนี้คือ วี วง บีทีเอส นี่ถือเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของเขา ในบทหนุ่มสดใส แต่ภายใต้รอยยิ้มของเขานั้นมีความกดดันซ่อนอยู่ เขาแสดงบทนี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก จนทั้งผู้ชมและนักแสดงในเรื่องต่างชื่นชม

13. คิมมยองซู (Kim Myung Soo) เรื่อง “Ruler: Master of the Mask”

“Ruler: Master of the Mask” เล่าเรื่องขององค์รัชทายาทอีซอน (รับบทโดย ยูซึงโฮ (Yoo Seung Ho)) ซึ่งต้องต่อสู้กับกลุ่มพ่อค้าที่ยึดอำนาจการจัดการน้ำ ด้วยความจำเป็นที่ต้องปิดบังใบหน้า ทำให้เขาสลับตัวกับ ชายหนุ่มลูกพ่อค้าขายเนื้อจากชนชั้นต่ำ (รับบทโดย คิมมยองซู) จากชายต่ำต้อยที่ผู้คนไม่เห็นค่า กลับได้เป็นองค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ อำนาจทำให้จิตใจของเขาละโมบ

ถึงแม้จะต้องใส่หน้ากากแทบจะทั้งเรื่อง แต่คิมมยองซูก็สามารถถ่ายทอดการแสดงของเขาออกมาได้อย่างดี ผู้ชมสามารถรับรู้ความรู้สึกของเขาผ่านภาษาท่าทางจนทำให้คนดูประทับใจ

14. ชานซอง (Chansung) วง 2PM เรื่อง Queen for 7 Days

ชานซองรับบทเป็นซอโน เพื่อนสนิทและบอดี้การ์ดของพระราชาจองจง (รับบทโดย ยอนอูจิน (Yeon Woo Jin) และพระมเหสีดันกยอง (รับบทโดย พัคมินยอง (Park Min Young)) มเหสีที่ต้องสละตำแหน่งหลังจากได้รับการแต่งตั้งเพียงแค่ 7 วัน 

ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นผลงานแนวย้อนยุคครั้งแรกของชานซอง แต่เขาก็แสดงบทหนุ่มผู้ซื่อตรงและเด็ดขาดตามแบบฉบับของนักรบได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมจากผู้ชมและทีมงานของซีรีส์

15. – 16. ยุนอา (YoonA) วง Girls’ Generation และ อิมชีวาน (Im Siwan) วง ZE:A เรื่อง The King Loves

The King Loves เป็นเรื่องราวรักสามเส้าระหว่าง วังวอน (อิมชีวาน), วังริน (รับบทโดย ฮงจงฮยอน (Hong Jong Hyun) และ อึนซาน (รับบทโดย ยุนอา) เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่งท้ายของอิมชีวานก่อนที่เขาจะเข้ากรม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นโปรเจคที่ดีพร้อมตัวละครที่ยังคงอยู่ความทรงจำของใครหลายคน

ในส่วนของยุนอานั้น รับบทเป็น อึนซาน บุตรสาวของตระกูลชั้นสูง และต้องปกปิดตัวตนเพื่อเอาชีวิตรอด ทักษะการแสดงของยุนอาพัฒนาขึ้นมากในเรื่องนี้ และเธอสามารถถ่ายทอดบทของตัวละครออกมาได้อย่างดี ทำเอาผู้ชมลุ้นว่าสุดท้ายแล้วเธอจะเลือกใคร

17. ดีโอ (D.O.) วง EXO เรื่อง 100 Days My Prince

ดีโอรับบทเป็นองค์รัชทายาทที่สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุ และต้องใช้ชีวิตอย่างสามัญชน การสูญเสียความทรงจำนั้นไม่ได้ทำให้ความสุภาพในแบบชายชั้นสูง รวมถึงความฉลาดของเขาลดลง เขาได้เจอและแต่งงานกับ ฮงชิม (รับบทโดย นัมจีฮยอน (Nam Ji Hyun) หญิงสาวจากตระกูลชั้นสูง แต่เธอเลือกปิดบังตัวตนเอาไว้จากทุกคนรวมถึงสามีของเธอเองด้วย 

สำหรับคยองซูนั้นได้รับคำชื่นชมในฝีมือการแสดงของเขามาหลายเรื่องแล้ว และเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าฝีมือเขาพัฒนาขึ้นมาก และถือเป็นซีรีส์แนวประวัติศาสตร์เรื่องแรกที่เขาแสดง 

ที่มา  https://www.soompi.com

แปลโดย  http://popcornfor2.com

 




Latest