อพาร์ตเมนต์หรูย่านคังนัม ติดประกาศ "หาคู่ให้ลูก"!
2018-04-23 09:20:49
Advertisement
ดีโอ EXO กับบทนำครั้งแรกในซีรีส์พีเรียดมาแรง! "100 Days My Prince คลิก!!!

 

เมื่อวันที่ 16 เมษายน มีประกาศติดอยู่ที่ล็อบบี้อพาร์ตเมนต์ A ซงพากู กรุงโซล ว่า "โครงการจับคู่ร่วมกับประชาชน"

“มาตามหาคู่รักที่จริงใจของลูกๆ กันเถอะ!”

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ล็อบบี้อพาร์ตเมนต์ A ซงพากู กรุงโซล มีประกาศ 'โครงการจับคู่ร่วมกับประชาชน' ติดเอาไว้ โดยเป็นงานสนับสนุนการพบปะหลักในอาคารที่สมาคมแม่บ้านอพาร์ตเมนต์เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ซึ่งมีใจความว่า 'เหล่าพ่อแม่ชาวอะพาร์ตเมนต์ที่มีลูกที่อยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่จะแต่งงานมาพบกันเถอะ' โดยสมาคมแม่บ้านเปิดเผยว่า "เราเตรียมงานนี้ขึ้นเพราะเป็นห่วงอนาคตของชาติจากปัญหาที่เหล่าหนุ่มสาวไม่แต่งงาน" โดยมีนโยบายว่า วันที่ 24 เหล่าพ่อแม่จะมารวมตัวพูดคุยกันก่อน (พบปะครั้งที่ 1) หลังจากนั้นหากพ่อแม่ถูกใจกัน ก็จะจัดแจงให้ลูกๆ มาพบกัน (พบปะครั้งที่ 2)

ธรรมเนียมใหม่ในการหาคู่แต่งงานให้ลูกจากย่านอพาร์ตเมนต์หรูที่ตนเองอาศัยอยู่ กำลังปรากฏขึ้นในเขตคังนัม กรุงโซล ไม่ใช่เพราะเป็นเพื่อนบ้านที่มีน้ำใจกว่าครอบครัว แต่เพราะถือว่าอพาร์ตเมนต์และหมู่บ้านที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นวรรณชนิดหนึ่ง เป็นการรับรองตำแหน่งทางสังคมและความร่ำรวยทางเศรษฐกิจ แม้ว่า 'การแต่งงานเป็นกลุ่ม' จะเป็นกระแสนิยม แต่ก็มีการตำหนิว่า การจัดการนัดพบเป็นพ่อสื่อแม่สื่อในย่านอะพาร์ตเมนต์ที่มีชนชั้นผู้นำทางสังคมอาศัยอยู่มากมาย และเปิดอกพูดคุยเรื่องคู่แต่งงานระหว่างพ่อแม่ก่อนที่จะถามความเห็นของลูก กลับเป็นความคิดในยุคสมัยเก่ามากกว่า

ยิ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ราคาแพง ก็ยิ่งกระตือรือร้นเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงานเป็นกลุ่มๆ เหล่าพ่อแม่ที่อาศัยอยู่บ้านของตนเองมาเป็นเวลานานก็รู้สึก 'คาดหวัง' ที่จะได้พบกับฝ่ายตรงข้ามที่ได้รับการตรวจสอบเงื่อนไขที่เหมือนกัน และเป็นการ 'หลีกเลี่ยงอันตราย' ด้วย โดยการหาคู่แต่งงานอย่างเปิดเผย จะหาคู่ครองที่จะมาเป็นคู่ชีวิตกับลูกสาวที่เติบโตมาเป็นลูกรักในหมู่ประชาชนเพื่อนบ้าน และอาศัยมาตั้งแต่ย้ายเข้าอะพาร์ตเมนต์ครั้งแรก ซึ่งข้อความในใบปิดประกาศที่ตามหาว่าที่ลูกเขย และเปิดเผยอายุ ประวัติการศึกษา และอาชีพของลูกสาวอย่างยินดี ก็แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของรุ่นพ่อแม่อย่างชัดเจน และได้รับการแนะนำให้รู้จักเพื่อนบ้านที่มีลูกที่อยู่ในวัยเหมาะสมที่จะแต่งงานจาก Private Banker (PB) สถาบันธุรกิจการเงินที่ช่วยดูแลทรัพย์สมบัติด้วย

สำหรับอพาร์ตเมนต์ A ที่มีการติดประกาศในครั้งนี้ วงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เล่าว่า เป็นอพาร์ตเมนต์ที่เรียกว่า 'อพาร์ตเมนต์หรู ระดับ 3 ของในคังนัม' ที่มีนักการเมืองคนใหญ่คนโตจากพรรคฝ่ายค้าน และคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาสำคัญของทำเนียบน้ำเงินอาศัยอยู่มากมาย โดยราคาซื้อขายจริงอยู่ที่ 2,000-3,000 ล้านวอน แน่นอนว่าก็มีประชาชนที่รู้สึกอับอายเช่นกัน โดย คิม (40 ปี) ได้กล่าวว่า "ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว แต่กลับมีโปสเตอร์ที่ควรจะเห็นแค่ในละครสมัยเก่าติดอยู่แบบนี้ ช่างน่าอับอายนัก" โดยผู้เกี่ยวข้องจากสมาคมแม่บ้านได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "จุดประสงค์ที่มีการทำความรู้จักกันก่อนระหว่างพ่อแม่ เป็นเพราะลูกๆ อาจจะแสดงปฏิกิริยาต่อต้านก็เป็นได้ในการกระตุ้นให้แต่งงาน" และ "ประชาชนจากอะพาร์ตเมนต์อื่นที่ได้รับการแนะนำก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน"

การแต่งงานเป็นกลุ่มๆ ที่แต่งงานในหมู่ผู้คนที่มีพื้นฐานคล้ายกัน หรือที่เรียกว่าการแต่งงานจากพื้นฐานเดียวกัน มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อ้างอิงจาก 'สังคมระหว่างคู่สมรส, แผนการรับมืออัตราการเกิดต่ำและความเปลี่ยนแปลงที่เหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ' ที่ Korea Institute for Health and Social Affairs จัดทำขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า อัตราการแต่งงานจากพื้นฐานเดียวกันที่อยู่ที่ 58.1% เมื่อปี 1970 ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 78.5% ในปี 2015

การวิเคราะห์ว่าการแต่งงานกันเป็นกลุ่มๆ แสดงถึงความเคร่งครัดทางสังคมของเรา และอาจจะเป็นการปลูกฝังความเหลื่อมล้ำในระยะยาวให้ลึกยิ่งขึ้นได้นั้น อาจจะเป็นการวิเคราะห์ที่ถูกก็เป็นได้ โอชานโฮ นักวิชาการสังคม อธิบายว่า " 'คังนัม' 'อพาร์ตเมนต์หรู' สองปัจจัยนี้เหมือนเป็น 'กลไกความปลอดภัย' สำหรับความไม่แน่นอน เมื่ออบรมสั่งสอนลูกมาดี และลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความเร่งรีบที่จะต้องแต่งงานอย่างปลอดภัยโดยไม่ล้มเหลวหรืออยู่คนละชนชั้นวรรณะนั่นแหละ เป็นการชักจูงเรื่องการแต่งงานสำหรับพวกเขา" อีมยองจิน อาจารย์ภาควิชาสังคม มหาวิทยาลัยเกาหลี อธิบายว่า "หากแต่งงานในกลุ่มคนที่เหมือนกัน จะทำให้ประสิทธิผลในการแบ่งแยกความร่ำรวยที่คาดหวังในระบบที่เรียกว่าการแต่งงานลดน้อยลงโดยอัตโนมัติ"

ลูกที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่อยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่จะแต่งงาน ยังคงถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อแม่อยู่เช่นเคย ปัญหาก็คือการพบปะกันระหว่างพ่อแม่เพื่อตรวจสอบกันโดยไม่ถามความเห็นของลูก และข้อความหาคู่แต่งงานอย่างเปิดเผยโดยเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูก คูจองอู อาจารย์ภาควิชาสังคม มหาวิทยาลัยซองคยุนกวาน กล่าวว่า "พ่อแม่ควรจะให้อิสระให้ลูกได้กำหนดอนาคตด้วยตัวเอง มากกว่าการออกมาช่วยแก้ปัญหาให้ลูกด้วยตัวเอง"

 

ที่มา : Nate
แปลโดย : http://www.popcornfor2.com

 


Facebook Conversations


อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


แสดงความคิดเห็น