ผู้โพส

0 จำนวน Like
217 จำนวน Point






Nespresso เพชรเม็ดงามของเนสท์เล่

หมวด Hot Share | โพสเมื่อ 2019-03-24 เวลา 13:15:04
0       0       508      
Share
 

แบรนด์กาแฟ Nespresso นับได้ว่าเป็นเพชรเม็ดงามของเนสท์เล่ ในปี 2006 เนสท์เล่ได้ทำการเปิดตัวเนสเพรสโซ่ โดยใช้ Brand Ambassador คือ นักแสดงชื่อดังจากฮอลีวู๊ดอย่าง George Clooneys ซึ่ง CEO ของเนสเพรสโซ่ได้ให้เหตุผลที่ต้องเลือกคุณปู่อย่าง Clooneys ว่า เนื่องจากมีสิ่งที่เหมือนกันระหว่าง Clooneys กับ Nespresso นั่นก็คือความนุ่มนวล และนี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Nespresso มียอดขายพุ่งกระฉูดในปี 2009 เพิ่มขึ้น 22% หรือขายได้ถึง 2.7 พันล้านฟรัง หรือ 81,000 ล้านบาท และคาดว่าจะต้องขายได้ 3 พันล้านฟรังในปี 2010 ถึงแท้ว่าเนสเพรสโซ่จะมีเสียงวิจารย์อยู่บ้านในเรื่องไม่รักษาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแคปซูลกาแฟ แต่ทางเนสท์เล่ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า 90% ของแคปซูลที่ใช้แล้วจะถูกนำกลับมารีไซเคิลใหม่ก็ตาม แต่ Nespresso ก็ยังไม่วายถูกกล่าวหาว่าไม่เข้าร่วมกับ Fairtrade หรือองค์กรที่มีจุดมุ่งหมายให้เกษตรกรในประเทศที่กำลังพัฒนา ได้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งคนกลาง ดวยเหตุนี่ทางเนสเพรสโซ่ก็ต้องออกมาชี้แจงซ้ำอีกว่าตนได้ร่วมมือกับทาง The Forest Aids อยู่แล้วและโดยส่วนตัวเห็นว่าไม่เกี่ยวกันเท่าไหร่ เนื่องจากทาง The Forest Aids จะเน้นเองสิ่งแวดล้อม ส่วนทาง Fairtrade จะเน้นเรื่องการค้าขายที่เป็นธรรม

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของเนสเพรสโซ่ อย่างแรกคือ การสร้างความเป็นพิเศษให้กับตัวสินค้า โดยเฉพาะแคปซูลกาแฟเนสเพรสโซ่จะใช้ได้กับเครื่องชงกาแฟ Nespresso เท่านั้น และทางเนสเพรสโซ่จะขายเครื่องชงกาแฟให้ได้ราคาที่ถูกที่สุด แต่จะขายตัวแคปซูลกาแฟแพงที่สุด ซึ่งจะตั้งราคาเครื่องทำกาแฟซึ่งผลิตโดยบริษัทอื่น ในราคาที่ถูกมากสำหรับเครื่องธรรมดา และราคาที่สูงอีกเล็กน้อยในเครื่องที่พิเศษกว่าหรือใหญ่กว่า แต่ก็ยังมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องชงกาแฟอื่น ๆ แต่เมื่อชื้อเครื่องทำกาแฟของเนสเพรสโซ่ไปแล้วลูกค้าก็ต้องซื้อแคปซู,กาแฟของเรา แต่เมื่อได้คำนวณราคากาแฟต่อแก้วแล้วอาจจะสูงกว่ากาแฟที่ชงดื่มในบ้านอยู่บ้าง เช่น กาแฟแคปซูล Nespresso ในฮอลแลนด์ 10 ยูโรซื้อได้ 7 แคปซูล จะตกแก้วละประมาณ ยูโรกว่า ๆ ซึ่งปกติแล้วกาแฟที่ชงเองในบ้านทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1 ยูโรเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรกลุ่มลูกค้าจองเราที่เป็นคนชั้นกลางก็ไม่ได้แคร์อะไรที่จะแพงขึ้นอีกสัก 50 เซนต์ แต่เพื่อแลกกับสิ่งที่เขาอยากได้ก็คือรสชาติ และอารมณ์ที่ได้จากกาแฟเนสเพรสโซ่มากกว่า เนื่องจากต่างจากกาแฟสำเร็จรูปทั่วไปที่ไม่สามารถที่จะให้ได้

กลยุทธ์อย่างที่สอง การที่ต้องซื้อกาแฟแคปซูลที่ยุ่งยาก แต่ก็ประทับใจ เนื่องจากกาแฟแคปซูลของ Nespresso จะไม่มีวางขายในซูเปอร์ทั่วไป เนื่องจากมีนโยบายห้ามเอาไว้ ผู้ที่ต้องการจะต้องหาซื้อได้จากร้านบูติกซ๊อปของเนสเพรสโซ่เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องสั่งทางไปรษณีย์ หรือโทรศัพท์ หรือทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ผู้ก่อนตั้งเนสเพรสโซ่อธิบายว่า เพื่อต้องการให้ลูกค้ารู้สึกว่า เนสเพรสโซ่ มีความเป็นพิเศษมาก ๆ ซึ่งลูกค้าควรรอได้ และต้องมีความมานะที่จะไปหาซื้อของเนื่องจากของเราดีจริง ๆ เพราะเมื่อได้ลองลิ้มรสชาติแล้วมันก็คุ้มกับที่ต้องรอคอย เพราะรสชาติของ Nespresso คุ้มค่ากับความเหนื่อยยากที่ต้องรอคอย หรือเสียเวลาที่ต้องมาเสาะแสวงหานั่นเอง

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement