ผู้โพส

0 จำนวน Like
81 จำนวน Point






มาทำความรู้จักกับ ประกันออมทรัพย์ ประกันที่มีอะไรดีกว่าที่คุณคิด

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2017-04-20 เวลา 13:12:56
0       0       2005      
Share
 

 

        มาค่ะทุกคน วันนี้จะพาทุกคนไปรู้เท่าทันกับประกันออมทรัพย์ ที่หลายคนอาจเรียกว่า ประกันสะสมทรัพย์ ว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ไปทำรู้จักพร้อมกันค่ะ

        1. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) คือประกันชีวิตประเภทที่เน้นการคุ้มครองระยะยาว โดยเราต้องจ่ายเบี้ยประกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี แต่ให้การคุ้มครองเราตลอดชีพ หรือจนถึงอายุ 90 ปี หรือ 99 ปี เป็นต้น โดยที่ตลอดระยะเวลา ส่วนใหญ่จะไม่มีเงินคืน (หรือถ้ามีก็จะมีประเภทตลอดชีพที่จ่ายปันผล ซึ่งปันผลจะได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการบริหารการลงทุนของบริษัทประกัน) ข้อดีก็คือ เบี้ยค่อนข้างถูก แถมยังคุ้มครองนานอีกด้วย เหมาะกับผู้ที่มีภาระรับผิดชอบยาวนาน หรือต้องการวางแผนสร้างกองมรดกให้ลูกหลาน แต่ข้อเสียก็คือ ไม่มีเงินคืน หากต้องการเงินคืนเป็นก้อนใหญ่ต้องปิดกรมธรรม์ แล้วเวนคืนมูลค่าเงินสด ทำให้ต้องหยุดการคุ้มครองไปด้วย (อาจจะใช้เมื่อคิดว่าไม่จำเป็นต้องการการคุ้มครองแล้ว) และอาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ต้องการการคุ้มครองนานถึงตลอดชีพ

        2. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) คือประกันชีวิตที่เน้นการคุ้มครองระยะสั้น โดยเราเลือก ช่วงเวลาในการจ่ายเบี้ยและรับการคุ้มครองได้เอง ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ปี / 10 ปี / 15 ปี เป็นต้น (อยากคุ้มครองกี่ปีก็จ่ายเบี้ยเท่ากับจำนวนปีนั้นๆ) จุดเด่นก็คือ เลือกระยะเวลาคุ้มครองเองได้ และถือเป็นแบบประกันที่เบี้ยประกันถูกที่สุด แต่ข้อเสียคือ ไม่มีมูลค่าเงินสดกรมธรรม์ เพราะเบี้ยประกันเป็นแบบจ่ายทิ้งปีต่อปี (เหมือนประกันรถยนต์หรือประกันสุขภาพ)

        3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment) หรือ ประกันออมทรัพย์ คือประกันชีวิตที่เน้นการออมเงินในแบบที่เราคุ้นเคยกัน โดยมีทั้งแบบระยะสั้น กลาง ยาว ตั้งแต่ 3-5 ปี ยาวไปจนถึง 25-30 ปีก็มี จุดเด่นก็คือ เป็นการออมที่การันตีเงินเป้าหมาย ปราศจากความเสี่ยง และช่วยสร้างวินัยในการออมให้เราในเชิงบังคับ (เพราะไม่สามารถถอนเงินออกจากกรมธรรม์ได้) แต่ข้อเสียก็คือ ทุนประกันที่ได้ไม่สูง (เมื่อเทียบกับแบบประกันอื่นๆ หากต้องจ่ายเบี้ยประกันที่เท่ากัน) จึงไม่เหมาะกับการทำเพื่อการคุ้มครอง และผลตอบแทนจากการออมก็ไม่สูง เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น

        4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity) คือ ประกันชีวิตที่เน้นการออมเงินคล้ายๆกับแบบสะสมทรัพย์ แต่แบบบำนาญจะเป็นการออมเงินเพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ โดยจะต้องออมอย่างต่อเนื่องจนถึงอายุเกษียณ (เช่น 55, 60 หรือ 65 ปี แล้วแต่แบบ) แล้วหลังเกษียณจะมีเงินคืนจากแบบประกันทุกๆปี ไปจนกระทั่งอายุ 85 หรือ 90 ปี จุดเด่นจุดด้อยก็เช่นเดียวกับแบบสะสมทรัพย์ แต่แบบบำนาญจะมีผลตอบแทนสูงกว่าเล็กน้อยและมีเงินคืนที่ยาวนาน สำหรับไว้ใช้เพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ

        5. ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน (Unit Link) คือประกันชีวิตที่นำเบี้ยส่วนหนึ่งของเราไปลงทุนในกองทุนรวม โดยที่เราสามารถเลือกกอง จัดพอร์ตการลงทุนได้เอง และเบี้ยอีกส่วน จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำประกันคุ้มครองชีวิต จุดเด่นก็คือ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถกำหนดเบี้ยจ่าย, ทุนประกัน, ระยะเวลาจ่ายเบี้ย และระยะเวลาคุ้มครองเองได้ และมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแบบประกันทุกรูปแบบ รวมถึงมีระบบในการบริหารการลงทุนอัตโนมัติ ทั้งการปรับสมดุลพอร์ต และการทำ DCA แต่จุดด้อยก็คือ มีความเสี่ยงจากการลงทุนเพิ่มเข้ามา ทำให้เกิดความไม่แน่นอนของผลตอบแทน และเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ลงทุนอื่น (เช่นกองทุนรวม) จะพบว่า ด้วยระดับความเสี่ยงที่เท่ากัน ผลตอบแทนจากยูนิตลิงค์จะต่ำกว่า (เพราะต้องถูกหักค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเพิ่ม)

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก aommoney

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
Advertisement
Advertisement