ผู้โพส

0 จำนวน Like
96 จำนวน Point






วิธีสังเกตลักษณะของโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2019-07-22 เวลา 22:25:04
0       0       738      
Share
 

โรคไบโพลาร์ หรือไบโพล่า (Bipolar Disorder) เป็น โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วที่ทำให้มีอารมณ์ซึมเศร้าในตอนหนึ่ง รวมทั้งมีอารมณ์ดีไม่ปกติในอีกตอนหนึ่งสลับกันไป โรคนี้ถือเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

ไบโพลาร์

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปๆมาๆอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (Major depressive episode) สลับกับตอนร่าเริงมากเกินธรรมดา (Mania หรือ Hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงบางทีอาจเป็นอยู่นานนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือยาวนานหลายเดือนก็ได้ อาการโรคจะทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยรวมถึงในด้านการงาน การดำรงชีพ ความสัมพันธ์กับคนอื่น และการดูแลตนเองเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่อาจจะดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ 

 

ชนิดของโรคไบโพลาร์

โรคไบโพลาร์มีหลายแบบ แยกตามอาการและก็ความรุนแรงได้เป็นชนิดหลักๆดังต่อไปนี้

  • Bipolar I เป็นโรคไบโพลาร์ชนิดที่รุนแรงที่สุด

ผู้ป่วยจะมีอาการแบบร่าเริงแตกต่างจากปกติอย่างต่ำ 1 ครั้ง แล้วก็ลักษณะโรคซึมเศร้าขั้นต่ำ 1 ครั้ง โดยมีอาการทุกวันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยอาการแบบร่าเริงแตกต่างจากปกติ (มาเนีย) ของผู้ป่วย Bipolar I จะรุนแรงกว่าอาการของผู้ป่วย Bipolar II มากมาย

  • โรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II 

โรคไบโพลาร์แบบนี้มักตรวจพบภายหลังผู้ป่วยมีลักษณะของโรคซึมเศร้าแล้วขั้นต่ำ 1 ครั้ง ร่วมกับอาการมาเนียอย่างอ่อน (Hypomania) ขั้นต่ำ 1 ครั้งเช่นกัน โดยมีช่วงที่มีอารมณ์ธรรมดากั้นอยู่ระหว่างอาการซึมเศร้าและอาการอารมณ์ดีไม่เหมือนปกติ ภาวะอารมณ์ดีในโรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II จะมีไม่มากเท่า Bipolar I จึงมักจะรับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอาการมาเนียอย่างอ่อนของผู้ป่วยมักถูกมองข้ามไป

  • โรคไบโพลาร์แบบ Cyclothymia 

เป็นโรคไบโพลาร์ชนิดอ่อน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cyclothymic disorder ผู้ป่วยโรคนี้จะมีลักษณะอาการมาเนียและก็ซึมเศร้าที่ร้ายแรงน้อยกว่าอีก 2 ชนิดข้างต้น

ไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymia) เป็นอย่างไร

โรคไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymic disorder หรือ Cyclothymia) มีลักษณะอาการเหมือนโรคไบโพลาร์ทั่วๆไป เป็น ผู้ป่วยจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงสลับกันระหว่างภาวการณ์ที่มีอารมณ์ร่าเริงเกินปกติ กับภาวะอารมณ์ซึมเศร้า โดยมีขณะสั้นๆที่มีอารมณ์ปกติบ้าง

Cyclothymia กับไบโพลาร์ แตกต่างกันที่ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น 

ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์จะมีอาการที่รุนแรงกว่า โดยในตอนอาการแบบมาเนียนั้นจะเริ่มด้วยความรู้สึกที่ปลาบปลื้ม แฮปปี้เหลือเฟือ กระชุ่มกระชวย มีความคิดว่าเป็นที่สุดของโลกนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระทำเสี่ยงต่างๆยกตัวอย่างเช่น ขับรถเร็ว เสพสิ่งเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่มีลักษณะมาเนียอาจไม่นอนติดต่อกันได้ถึง 2 วัน พูดเร็วขึ้น และเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปอย่างเร็วและไม่เกี่ยวข้องกัน 

ในขณะที่ผู้ป่วย Cyclothymia จะมีภาวะซึมเศร้าแล้วก็อาการมาเนียที่อ่อนกว่าไบโพลาร์ มีลักษณะอาการน้อยกว่า และเกิดขึ้นในระยะที่สั้นกว่า อาการดูเหมือนเวลาปกติที่คุณผ่านวันที่ดีและวันที่ห่วยแตกสลับกันไป ตัวอย่างเช่น นอนน้อยลง สนทนามากขึ้น รู้สึกกระฉับกระเฉกระชุ่มกระชวยมากยิ่งขึ้น เพียงแต่ว่าจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงไปตลอด เกือบจะไม่มีช่วงเวลาที่อารมณ์เป็นปกติเลย

ลักษณะของโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

นอกเหนือจากอารมณ์แปรปรวนแล้ว ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์แบบอ่อนยังอาจมีอาการอื่นๆในอาการดังกล่าวต่อไปนี้

  • มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงมานานอย่างน้อย 2 ปี
  • อาการมีผลเสียต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนที่อยู่รอบข้างอย่างต่ำ 1 ครั้งในช่วง 2 ปี
  • ช่วงที่คุณไม่มีอาการหรือมีอารมณ์ธรรมดานั้นเกิดขึ้นน้อยกว่า 3 เดือนติดต่อกัน
  • อาการไม่ร้ายแรงถึงขั้นตรงเกณฑ์โรคไบโพลาร์

 

การรักษาโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

ผู้ป่วย Cyclothymia หลายท่านสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่ต้องรักษา แม้กระนั้นคนรอบข้างก็ควรคอยสังเกตดูอาการของผู้ป่วยด้วย เพราะ 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วย Cyclothymia สามารถมีอาการรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคไบโพลาร์ได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีคนภายในครอบครัวเคยเป็นโรคไบโพลาร์ ซึ่งจะมีการเสี่ยงเป็นโรคไบโพลาร์มากยิ่งกว่าคนทั่วไป ซึ่งการป้องกันการพัฒนาจากโรค Cyclothymia ไปเป็นโรคไบโพลาร์นั้นทำค่อนข้างยาก แต่ผู้ชำนาญมั่นใจว่าการเริ่มรักษา Cyclothymia ให้เร็วที่สุดสามารถป้องกันไม่ให้โรคนี้เปลี่ยนเป็นโรคไบโพลาร์ได้

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันนี้ไม่มีการรักษาที่แน่ชัดสำหรับโรค Cyclothymia แม้กระทั้งยาที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ เช่น กลุ่มยาควบคุมอารมณ์ ก็ไม่อาจจะช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้เสมอ 

การรักษาที่นิยมนำมาใช้คือการพูดคุยบำบัดรักษากับนักจิตวิทยา (Talk therapy) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ตัวผู้ป่วยศึกษาการจัดการกับอารมณ์ของตน และเข้าใจในเรื่องต้นเหตุที่บางทีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการไม่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อารมณ์ที่แปรปรวนนั้นเกิดขึ้นได้จากการนอนหลับไม่เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเดินทางข้ามโซนเวลาต่างๆนอกนั้น การบำบัดด้วยแสง (Light therapy) ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ใช้รักษาโรค Cyclothymia ได้

 

Tags : โรคไบโพลาร์

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
BubbleTea
My Bubble Tea หวานน้อย รักร้อย 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!