ผู้โพส

0 จำนวน Like
96 จำนวน Point






ตรวจภูมิแพ้ ทางออกของผู้ที่ไม่ทราบว่าตัวเองแพ้อะไร

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2019-07-20 เวลา 22:47:38
0       0       700      
Share
 

“จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา เป็นผื่นแดง คัน อื่นๆอีกมากมาย” อาการพวกนี้บ่งบอกว่าคุณกำลังแพ้อะไรสักอย่างซึ่งวิธีรักษารวมทั้งป้องกันโรคภูมิแพ้ที่ดีเยี่ยมที่สุด ทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ แต่ว่า...ปัญหาก็คือ ใครหลายๆคนไม่รู้ดีว่าอาการแพ้ที่ตนเองเป็นเป็นประจำนั้นมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ซึ่งถ้าต้องการรู้สาเหตุที่แจ่มแจ้ง ก็ควรเข้ารับการ ตรวจภูมิแพ้ เพื่อที่จะป้องกันได้ถูกจุด

ตรวจภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้มีต้นเหตุมาจากอะไร?

โรคภูมิแพ้มีหลายแบบ เช่น แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้อากาศ แพ้ฝุ่นละออง แพ้การสัมผัสสารต่างๆเป็นต้น ซึ่งล้วนมีต้นเหตุจากกลไกเดียวกันทั้งสิ้น คือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรู้ผิดว่าสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเป็นโทษ จึงปลดปล่อยสารฮีสตามีนออกมาเพื่อต่อต้าน และก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการแพ้ตามมานั่นเอง

 

สารก่อภูมิแพ้แบ่งออกได้เป็น 3 จำพวกหลัก ดังนี้

 

  • สารก่อภูมิแพ้ที่ไปสู่ร่างกายโดยการสูดดม ตัวอย่างเช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่นผง รังแคสัตว์ มักทำให้มีอาการคัดจมูก คันจมูก น้ำมูกไหลเป็นสีใส จามบ่อยครั้ง คันตา แล้วก็มีเสลดไหลลงคอ มักมีลักษณะแบบเป็นๆหายๆ
  • สารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่รับประทาน อาทิเช่น อาหารทะเล ถั่ว นม ไข่ พิจารณาได้จากอาการชาหรือคันที่ปาก หู คอหรือดวงตา มีผื่นเหมือนผื่นคัน บวมตามใบหน้า ปาก ลิ้น คอ กลืนอาหารทุกข์ยากลำบาก หายใจไม่สะดวก เวียนหัวอ้วก หากแพ้ร้ายแรงบางทีอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ แม้กระนั้นบางบุคคลก็มีอาการภูมิแพ้อาหารแอบแฝง (Food Intolerance) ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายไม่สามารถที่จะย่อยอาหารอะไรบางอย่างได้ตามปกติ ทำให้ชอบมีลักษณะอาการปวดท้อง ท้องเฟ้อ ท้องร่วงตามมา ซึ่งอาจสับสนกับการแพ้สารก่อภูมิแพ้จากอาหาร (Food allergy) จริงๆได้
  • สารก่อภูมิแพ้ที่สัมผัสผิวหนัง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับผิว ยางจากผักผลไม้หรือต้นไม้ คนป่วยจะมีอาการคัน กำเนิดตุ่มนูนลมพิษหรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง โดยยิ่งไปกว่านั้นรอบๆที่สัมผัสสารก่อภูมิแพ้

 

เพราะเหตุใดจำต้องตรวจภูมิแพ้

ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยสามารถปรับตัวและก็ทำความเข้าใจการใช้ชีวิตร่วมกับอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้บางบุคคลก็จำเป็นต้องรับประทานยาแก้แพ้เสมอๆ แม้กระนั้นการตรวจภูมิแพ้นั้นก็สำคัญ เนื่องจากคุณจะได้รับรู้ว่าสารก่อภูมิแพ้เป็นอย่างไรกันแน่และก็หลีกเลี่ยงได้นอกนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ยังสามารถให้คำปรึกษาแก่คุณโดยเฉพาะ ซึ่งบางทีอาจช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตได้ธรรมดาเกือบเสมอกันผู้ที่ไม่เป็นโรคภูมิแพ้อย่างยิ่งจริงๆ

 

การจัดเตรียมก่อนตรวจภูมิแพ้

  • แจ้งให้แพทย์รู้ถึงยา อาหารเสริม วิตามิน และก็สมุนไพรจำพวกอะไรก็ตามที่กำลังใช้อยู่ก่อนเข้ารับการตรวจ เพราะเหตุว่ายาบางตัวอาจจะทำให้ผลของการทดลองคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะผู้เจ็บป่วยที่มีโรคประจำตัวยกตัวอย่างเช่น โรคหัวใจ และโรคความดันเลือดสูง ที่กำลังใช้ยารักษาโรคดังกล่าวข้างต้นอยู่
  • งดรับประทานยาแก้แพ้รวมทั้งยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ทั้งยังยาที่แพทย์สั่งและก็ยาที่หาซื้อมาใช้เอง ตรงเวลาอย่างต่ำ 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการทดลอง แม้กระนั้นถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้ยา ควรจะปรึกษาหมอก่อนว่าจะสามารถใช้ได้หรือเปล่า
  • ควรพักให้พอเพียงเพื่อจัดแจงร่างกายก่อนเข้ารับการตรวจ ไม่ควรเจ็บไข้หรือเป็นไข้

 

แนวทางการตรวจภูมิแพ้

ในขั้นต้นหมอจะซักถามถึงอาการที่อยู่ในข่ายภูมิแพ้ จากนั้นจึงซักความเป็นมาสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณ เพื่อประเมินว่าอาการภูมิแพ้คงจะเกิดจากอะไร รวมถึงประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว เพราะว่าโรคภูมิแพ้นั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ รวมทั้งภูมิแพ้บางจำพวกยังมีความเกี่ยวพันกับโรคอื่นๆได้แก่ อาการหอบหืด เป็นต้น

 

ภายหลังจากซักประวัติความเป็นมา ลำดับต่อไปก็คือการตรวจเสริมเติมเพื่อหาสารที่ก่อกำเนิดภูมิแพ้ มีวิธีดังนี้

 

  1. การทดลองภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Allergy skin test) เป็นการนำน้ำยาที่สกัดจากสารก่อภูมิแพ้ต่างๆกลางอากาศ เช่นฝุ่นละอองบ้าน ไรฝุ่น แมลงสาบ รังแคสัตว์เลี้ยง เกสร ต้นหญ้า พืช เรื้อรา และสารก่อภูมิแพ้จากของกิน ได้แก่ นม ไข่ ถั่ว อาหารทะเล มาทดสอบกับผิวหนังของคนไข้ วิธีนี้ทำได้ง่าย ราคาไม่แพง และก็ทราบผลได้ทันที การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังทำได้ 2 วิธี ดังเช่น
  2. การตรวจเลือดหาจำนวนสารก่อภูมิต้านทาน (Serum Specific IgE) ทำได้ด้วยการเจาะเลือดเพียงแค่ 1 ครั้ง ก็สามารถเจาะจงสารก่อภูมิแพ้ได้หลายชนิด ไม่ต้องเสียเวลาเข้ารับการทดสอบนานไม่ต้องงดยาแก้แพ้ก่อนตรวจ และไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกาย แต่ราคาแพงแพง และจำต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้ผลตรวจ
  3. การทดลองหลีกเลี่ยงของกินที่สงสัยว่าแพ้ ถ้าหากเป็นอาการภูมิแพ้ที่คาดว่าจะมีสาเหตุจากการรับประทานอาหารแพทย์จะให้คุณทดลองหยุดกินอาหารจำพวกนั้นๆสลับกับการกลับมารับประทานอีกรอบ เพื่อสังเกตว่าระหว่างกินและหยุดกินมีลักษณะอาการแตกต่างเช่นไรหากระหว่างกินแล้วมีอาการแพ้ แสดงว่าคุณแพ้อาหารจำพวกนั้น

 

  • วิธีสะกิด (Skin prick test) จะใช้น้ำยาสกัดสารก่อภูมิแพ้หยดลงบนผิวหนังบริเวณแขน หลังจากนั้นใช้เข็มสะกิดเบาๆที่ตรงกลางหยดน้ำยาเพื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าไปสัมผัสในชั้นผิวหนัง หากคุณมีภูมิแพ้ต่อสารนั้นๆก็จะเกิดปฏิกิริยาแพ้ ตามมาด้วยรอยนูนแล้วก็ผื่นแดง สามารถทราบผลตอบแทนใน 20 นาทีข้างหลังการทดสอบ แนวทางนี้นิยมใช้กันมากมาย เนื่องจากว่าทำง่าย สะดวกรวดเร็วทันใจ ไม่เจ็บ และก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้น้อย
  • วิธีฉีดเข้าไปในผิวหนัง (Intradermal test) คล้ายๆกับวิธีสะกิด แต่ว่าจะใช้เข็มฉีดยาฉีดน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในชั้นผิวหนังแทน ถ้าหากมีลักษณะอาการแพ้ก็จะกำเนิดเป็นรอยนูนจุดเล็กๆอ่านผลได้ภายใน 20 นาทีข้างหลังฉีดเหมือนกัน แต่แนวทางลักษณะนี้ทำยาก เสียเวล่ำเวลา ใช้เครื่องมือมาก เจ็บ แล้วก็เสี่ยงกำเนิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้มากกว่ากรรมวิธีการสะกิด

 

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
BubbleTea
My Bubble Tea หวานน้อย รักร้อย 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!