ผู้โพส

0 จำนวน Like
96 จำนวน Point






เคล็ดลับเลือก''แหวนเพชร''สวยตรงความต้องการ

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2019-06-20 เวลา 23:10:42
0       0       990      
Share
 

ทำความเข้าใจเคล็ดลับ "การเลือกแหวนเพชร" ให้สวยตรงใจในวันสำคัญได้ไม่ยากไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด ที่ใช้เวลาแค่เพียง 10 นาที!


 

เมื่อถึงวันสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานหมั้น หรืองานสมรส ย่อมจะขาดสิ่งสำคัญอย่างแหวนเพชร ที่นับว่าเป็นเครื่องหมายสำคัญในวันแสนพิเศษนี้ไปไม่ได้ แม้กระนั้นมั่นใจว่า หลายท่านน่าจะสงสัยไม่ใช้น้อยว่า "วิธีการเลือกแหวนเพชร" ให้คุ้มแล้วตรงความต้องการที่สุดนั้นต้องเป็นเช่นไร?


 

วันนี้ พวกเราจะพาไปไขข้อข้องใจ พร้อมขั้นตอนการเลือกซื้อ "แหวนเพชร" ได้อย่างง่ายดาย

 

  • กำหนด Budget แหวนเพชรในใจ

 

เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำเป็นขั้นตอนแรก เพื่อไม่ให้งบประมาณเกินเลยไปไกลกว่าที่คิด การจัดสรรงบประมาณสำหรับเลือกซื้อเครื่องเพชรนั้น ควรมีสัดส่วนอยู่ที่ แหวน 50% สร้อยคอ 30% ตุ้มหูและสร้อยข้อมือหรือกำไล อีก 20%

  • เลือกสรร "แหวนเพชร" ให้ตรงความต้องการที่สุด

เมื่อเรามีงบประมาณในใจแล้ว ถัดมาคือการเลือกแหวนเพชรให้ตรงใจที่สุด ซึ่งเพชรมีพื้นฐานอยู่ 4 ประการ หรือเรียกว่า 4 Cs คือ Carat Weight (กะรัต) Cut (การเจียระไน) Color (สี) และ Clarity (ความสะอาด)

  1. "กะรัต (CARAT)" คือหน่วยที่ใช้ชั่งน้ำหนักของเพชรรวมทั้งอัญมณีต่างๆหรือภาษาง่ายๆก็คือ การเลือกขนาดของเม็ดเพชรนั่นเอง ซึ่งกะรัตจะใช้คำย่อว่า "ct" โดยใน 1 กะรัตจะแบ่งหน่วยย่อยออกเป็น 100 หน่วยเรียกว่า Point หรือที่รู้จักกันว่า "ตัง" อาทิเช่น เพชรขนาด 0.50 ct จะเรียกว่า 50 Point หรือ 50 ตัง ดังนั้น เพชรที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจจะมีราคาที่ไม่เท่ากันได้ ซึ่ง "ขนาดของเม็ดเพชร" ก็จะมีผลต่อราคาเยอะที่สุด ยิ่งเพชรเม็ดใหญ่มากยิ่งขึ้นเพียงใด ราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วย
  2. "การเจียระไน (cut)" รูปทรงของเพชรได้มาจากการเจียระไนอีกเช่นเดียวกัน "เพชรจะส่องประกายได้ดีมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับการเจียระไน" ถึงแม้ว่าจะเป็นเพชรคุณภาพดี แต่ถ้าหากได้รับการเจียระไนที่ผิดรูปทรง จะไม่มีประกาย แต่ว่าหากยิ่งเจียระไนรูปร่างของ แหวนเพชร ดีมากแค่ไหน ก็จะยิ่งทำให้สะท้อนแสงแวววาวได้มากขึ้นด้วยเหมือนกัน ซึ่งการดู "รูปทรงของเพชร" นั้นเราไม่สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า แต่ให้ดูจากใบรับรองที่ได้มาตราฐาน (Certificate) โดยให้ดูจาก 3 ส่วน ดังต่อไปนี้ 1.Cut Grade: Excellent 2.lish: Excellent แล้วก็ 3.Symmetry: Excellent อีกทั้งสามอย่างนี้เกรดที่ได้ต้อง 3 Excellent เพียงเท่านั้นนั่นหมายความว่าเพชรที่เจียระไนได้สมบูรณ์
  3. "สี,น้ำ (Color)" โดยปกติเรามักจะเจอเพชรที่มีลักษณะเป็นสีขาวหรือไร้สี การลำดับสีของเพชรนั้นเริ่มจากไร้สีไปจนถึงผสมเหลือง โดยสีของเพชรจะถูกจัดแบ่งเริ่มตั้งแต่เพชรที่ใส ไม่มีสี(Colorless) ,จนเริ่มมีสีนวลขึ้นในระดับที่สายตาเริ่มสังเกตได้(Near Colorless) ,สีเหลืองจาง (Yellow Tinge) และเป็นสีเหลืองอ่อน(Light Yellow) แล้วก็แม้ใช้มาตรฐานของ GIA จะสามารถแบ่งระดับสีหรือที่นิยมเรียกกันว่า "น้ำ"โดยใช้อักษรตั้งแต่ D เทียบเท่ากับน้ำ 100 ต่อมาเป็น E ซึ่งเท่ากันกับน้ำ 99 และก็ F เท่ากับน้ำ 98 ไล่ลำดับจนถึง Z ซึ่งจะสีออกเหลืองไปเลย
  4. "ความสะอาด (Clarity)" ซึ่งก็คือรอยตำหนิที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติของเพชร เพชรที่สะอาดก็คือเพชรที่มีตำหนิน้อย ดังนั้นเพชรยิ่งมีตำหนิน้อยมากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น
  • เลือกทรงของแหวนเพชรให้ตรงความต้องการที่สุด

โดยการเลือก "เพชรเม็ดกลาง" ควรเลือกเพชรพรีเมี่ยม โดยขนาดของเพชรเม็ดกึ่งกลางที่เลือก จะช่วยทำให้เลือกแบบของแหวนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นต่อจากนั้นเราก็มาเลือกดีไซน์ตัวเรือนของแหวนเพชร ก็จะมีให้เลือกหลายแบบ แต่ละแบบสามารถทำให้แหวนเพชรมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน โดยในขณะนี้ได้รับความนิยม 3 แบบด้วยกันดังนี้

  1. "แหวนเกลี้ยงเพชรเม็ด (SOLITAIRE)" ถือเป็นแหวนเพชรสุดคลาสสิค เรียบหรู เป็นทรงที่ใช้ได้กับตลอดยุคทุกสมัย และสำหรับแหวนทรงนี้โดยมาก จะนิยมเลือกหนามเตยเล็กๆเพื่อที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับการโชว์เม็ดเพชรให้เปล่งประกายได้มากขึ้น
  2. "ฝังเพชรหรือพลอยด้านข้าง (SIDESTONES/DIAMOND BAND)" ตัวเรือนจะมีการฝังเพชรเม็ดขนาดรองมาเป็นแถว ซึ่งจำนวนเพชรอาจมีตั้งแต่ข้างละ 2 เม็ดไปจนถึงรอบนิ้ว
  3. "เพชรล้อมเม็ดกลาง (HALO)" เป็นลักษณะของเพชรเม็ดเล็กๆล้อมเพชรเม็ดกลางของแหวน ซึ่งจะทำให้เพชรเม็ดกลางแลใหญ่และก็เด่นขึ้น เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่หลงใหลความพิเศษเพิ่มขึ้นจากดีไซน์แหวนเรียบ
  • 4 หนามเตยจะช่วยยึดเพชรกับตัวเรือนให้เพชรดูมีขนาดใหญ่มากขึ้น และ
  • 6 หนามเตยจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับการยึดเพชรกับตัวเรือนมากกว่า แต่ว่าก็ไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบนัก เพราะว่าเพชรยอดจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก

 

หลังจากพวกเราเลือกการออกแบบแหวนเพชร กันได้แล้ว หลังจากนั้นจึงมาเลือก "วัสดุที่ใช้ในการทำตัวแหวน" ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการทำตัวเรือนของแหวนจะมีทั้งหมด 3 ชนิด ซึ่งจะมีทองคำผสมในสัดส่วนที่แตกต่างกันคร่าวๆ คือ ทองขาว – 18k ทองคำ – 22k และพิงก์โกลด์ – 18k

 

ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด เป็นการเลือก "ร้านเพชรที่มีบริการหลังการขาย"

เนื่องจากว่ามูลค่าของแหวนเพชรที่เราซื้อไปนั้น ใครๆก็ย่อมที่อยากเก็บไว้นานๆฉะนั้นควรจะเลือกร้านที่มีบริการหลังการขาย อีกทั้งบริการล้าง ทำความสะอาด ไปจนถึงบริการปรับแก้ มีอุปกรณ์ครบครันสำหรับเพื่อการตรวจดูเพชร และ Certificate จาก GIA และ Certificate จากทางร้าน เพราะขึ้นชื่อว่า "เพชร" แล้ว... คืออัญมณีที่เลอค่าเหนือกาลเวลาและก็ที่สำคัญเป็นเครื่องหมายแทนความรักที่มอบให้แก่กันอย่างประมาณคุณค่ามิได้

 

เมื่อทราบเทคนิค "การเลือกแหวนเพชร" ให้มีความสวยงามตรงความต้องการในวันสำคัญได้ง่ายๆกันแล้ว ก็เข้าไปเลือกดูแหวนเพชรสวยๆให้ผู้ที่เรารักกันได้

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
BubbleTea
My Bubble Tea หวานน้อย รักร้อย 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!