ผู้โพส

0 จำนวน Like
96 จำนวน Point






วิธีป้องกันโรคเอดส์

หมวด Lifestyle | โพสเมื่อ 2019-05-22 เวลา 21:23:16
0       0       791      
Share
 

โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดจากการได้รับเชื้อเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า HIV ซึ่งเชื้อไวรัสประเภทนี้จะก่อให้ระบบภูมิต้านทานของผู้ติดเชื้อโรคทำงานบกพร่อง ในทุกวันนี้ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด ทำได้เพียงแค่ ควบคุมอาการแล้วก็รักษาแบบประคอง จึงทำให้โรคเอดส์ เป็นโรคที่ใครๆต่างกลัว เพราะมีความคิดว่าเป็นแล้วต้องเสียชีวิต แต่จริงๆแล้วมีแนวทางประคับประคองให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นานนับสิบปี วันนี้พวกเราก็เลยนำความรู้เรื่องโรคเอดส์มาฝาก เพื่อที่เราจะได้ทำความรู้จักโรคเอดส์อย่างลึกซึ้ง และวางแผนป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างถูกต้อง

โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้

โรคเอดส์ คืออะไร?

 

โรคเอดส์คือ อาการของโรคภูมิต้านทานบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกง่ายๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่งเจือปนหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายเยอะขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ผู้เจ็บป่วยมีภูมิคุ้มกันลดลง จนสุดท้ายร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกายได้ ก็เลยทำให้ผู้ป่วยที่ติดโรคเอชไอวีนั้นสามารถติดเชื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้นส่งผลให้เป็นโรคติดโรคอื่นๆตามมา อาทิเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา เป็นต้น โดยส่วนใหญ่คนไข้โรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ

 

โรคเอดส์มีกี่สายพันธุ์

  • เชื้อไวรัสเอชไอวีมีหลากหลายสายพันธุ์โดยปัจจุบันค้นพบมากกว่า 10 สายพันธุ์ กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก แต่สายพันธุ์เริ่มแรกเป็น เอชไอวี 1 (HIV-1) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในยุโรป แอฟริกากลาง และสหรัฐอเมริกา ส่วนเอชไอวี 2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก
  • เชื้อไวรัสเอชไอวีถูกค้นพบครั้งแรกที่แอฟริกา โดยศึกษาค้นพบมานานกว่า 70 ปีแล้ว และปัจจุบันนี้ยังเป็นแหล่งที่พบเชื้อไวรัสเอชไอวีหลายสายพันธุ์ที่สุดด้วย
  • สายพันธุ์เอชไอวีที่พบมากที่สุดในโลกคือ สายพันธุ์ซี โดยมีสูงถึง 40% สำหรับพื้นที่ที่พบเป็น ทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย จีนแล้วก็ประเทศพม่า ส่วนในประเทศไทยนั้นเจอเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์ เป็น สายพันธุ์ เออี (A/E) หรือ (E) พบได้มากถึง95% โดยแพร่ระบาดจากการร่วมเพศระหว่างชายกับหญิง แล้วก็สายพันธุ์บี (B) มักมีการแพร่ระบาดในกลุ่ม LGBT หรือคนที่ใช้เข็มฉีดยาด้วยกัน (ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด)
  • สำหรับสายพันธุ์ที่ไม่เคยเจอในประเทศไทยเป็น สายพันธุ์ซี แต่มีการเจอสายพันธุ์ระหว่าง อี-ซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทยกับสายพันธุ์ซี ซึ่งมีบ้านเกิดเมืองนอนในทวีปแอฟริกา และก็เมื่อเร็วๆนี้ ได้ศึกษาค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยตรวจเจอที่ใดในโลกมาก่อน เป็นการผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ เป็น เอ อี และก็จี เรียกว่า เอ อี จี(AE/G)

 

การติดต่อของโรคเอดส์มี 3 ทางดังนี้

  1. การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อเอชไอวี

การร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นต้นเหตุหลักของการได้รับเชื้อไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศกับเพศใดก็ตาม ดังนี้จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยาระบุว่า 83% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ได้รับเชื้อมาจากการร่วมเพศทั้งสิ้น

  1. การติดเชื้อทางเลือด

การรับเชื้อโรคเอดส์เจอได้ใน 2 กรณี เป็น

  • 2.1 ใช้เข็มฉีดยาด้วยกัน หรือแม้กระทั้งการใช้กระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มผู้เสพสารเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น
  • 2.2 รับเลือดมาจากการผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในอดีตมีการติดเชื้อเอชไอวีจากวิธีนี้ค่อนข้างจะเยอะ เพราะยังไม่มีการตรวจเลือดที่ละเอียดนัก แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการนำเลือดที่รับบริจาคไปทำการตรวจหาเชื้อก่อนทุกครั้ง ทำให้อัตราการรับเชื้อจากการรับเลือดลดน้อยลงเป็นอย่างมาก

 

  1. การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก

เกิดขึ้นจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วตั้งท้อง โดยเชื้อเอชไอวีจะถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด แต่ปัจจุบันได้ศึกษาและทำการค้นพบวิธีการป้องกันการกระจายเชื้อจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จโดยวิธีการกินยาต้านเชื้อไวรัสในตอนตั้งท้อง จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของเด็กแรกคลอดลงได้

 

นอกจากนี้ เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อได้อีกหลายวิธี แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก อาทิเช่นการเจาะหูโดยการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดโรค หรือแม้แต่การสัก ไม่ว่าจะเป็นการสักผิวหนังสักขนคิ้ว นอกจากเลือดแล้ว เชื้อเอสไอวียังสามารถติดต่อกันผ่านทางน้ำเหลืองได้ด้วย โดยบางทีอาจติดเชื้อจากการที่บาดแผลของพวกเราสัมผัสกับบาดแผลของผู้ติดเชื้อ แต่ก็ถือว่าได้โอกาสต่ำมากมาย โดยจะติดเชื้อโรคได้ก็เมื่อเป็นแผลเปิด แผลสด และก็มีเลือดหรือน้ำเหลืองที่มีเชื้อไหลเข้าไปเป็นจำนวนมากเท่านั้น

 

สาเหตุที่ทำให้ติดโรคเอดส์

 

ต้นเหตุที่ทำให้ติดเชื้อโรคเอชไอวีมีหลายประการ คือ

  • จำนวนเชื้อเอชไอวี แม้ได้รับเชื้อเอชไอวีในปริมาณมากก็จะมีผลให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงตามไปด้วย โดยเชื้อเอชไอวีพบมากที่สุดในเลือด รองลงมาคือ น้ำอสุจิและก็น้ำในมดลูก
  • มีบาดแผล หากมีบาดแผลรอบๆผิวหนังหรือช่องปาก ย่อมทำให้ได้โอกาสติดเชื้อสูงขึ้น (จากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องปาก) เพราะเชื้อเอชไอวีสามารถเข้าสู่บาดแผลได้
  • ความบ่อยในการสัมผัสเชื้อ แม้มีการสัมผัสเชื้อไวรัสบ่อยโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อก็มีสูงขึ้น อาทิเช่น นักค้นคว้าที่จะต้องกระทำทดลอง ศึกษาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชไอวี เป็นต้น
  • การรับเชื้อแบบอื่นๆอาทิเช่น แผลเริม ซึ่งแผลประเภทนี้จะมีเม็ดเลือดขาวอยู่ที่บริเวณแผลจำนวนมากทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย

 

การป้องกันโรคเอดส์

โรคเอดส์เป็นโรคซึ่งสามารถป้องกันได้เพียงทำความเข้าใจให้ถูก แล้วก็ปฏิบัติตามหลักดังต่อไปนี้

  • ใช้ถุงยางทุกครั้งที่ร่วมเพศ
  • มีคู่นอนเพียงผู้เดียว
  • ก่อนแต่งงาน หรือมีลูก ควรต้องรับการตรวจสุขภาพ และก็ตรวจเลือด
  • งดใช้ยาเสพติดทุกประเภท โดยยิ่งไปกว่านั้นการใช้เข็ดหลาบฉีดยาร่วมกับคนอื่นๆ

ขอบคุณบทความจาก https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention

Please take out with full credits:




TAGS





อีเมล์   รหัสผ่าน  

สามารถตอบแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น คลิกเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิกได้ที่นี่


imot_1.gif imot_11.gif imot_12.gif imot_13.gif imot_14.gif imot_16.gif imot_2.gif imot_3.gif imot_10.gif imot_5.gif imot_6.gif imot_8.gif imot_15.gif imot_9.gif nine_01.gif imot_7.gif nine_03.gif imot_4.gif nine_16.gif nine_19.gif nine_30.gif nine_15.gif nine_13.gif nine_02.gif
Advertisement
BubbleTea
My Bubble Tea หวานน้อย รักร้อย 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!